โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ทะเลอารัลที่เหือดแห้ง ทำให้แผ่นดินยกตัว 7 มม.ต่อปี 'ตัวอย่างที่ร้ายแรงโดยมนุษย์'

Environman

เผยแพร่ 18 เม.ย. 2568 เวลา 00.00 น.

การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เกิดจากกิจกรรมมนุษย์กำลังทำให้ ‘แมนเทิล’ ชั้นบนสุดของโลกไม่เหมือนเดิม ทะเลอารัลที่เหือดแห้งทำให้มวลบนพื้นผิวหายไปและทำให้แมนเทิลชั้นบนสุดค่อย ๆ ยกตัวขึ้นเฉลี่ย 7 มิลลิเมตรต่อปี

ทะเลอารัล (Aral Sea) ในเอเชียกลางเคยเป็นแหล่งน้ำที่ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เกือบ 70,000 ตร.กม. แต่ในช่วงทศวรรษ 1960 สหภาพโซเวียตได้เริ่มโครงการชลประทานของตัวเอง ทะเลอารัลก็ค่อย ๆ สูญเสียน้ำของมันไปจนในปี 2018 ก็หดตัวลงเกือบ 90% จนแทบจะเป็นที่ว่างเปล่า

ในขณะที่คนทั่วไปเศร้ากับน้ำที่เหือดแห้ง Wang Teng นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งในประเทศจีนก็เกิดคำถามว่ามวลน้ำที่หายไปเหล่านี้จะส่งผลกระทบอะไรบ้างต่อแผ่นเปลือกโลกบ้าง “ผมรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงของมวลมหาศาลลเช่นนี้จะกระตุ้นให้โลกข้างใต้ตอบสนอง” เขากล่าว

Wang Teng และทีมวิจัยได้ตรวจสอบการวัดจากดาวเทียมเพื่อติดตามระดับน้ำทะเลอารัลที่เปลี่ยนแปลงไปในระหว่างปี 2016 ถึง 2020 ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่แปลกประหลาด พวกเขาพบว่าแม้น้ำส่วนใหญ่จะหายไปเมื่อหลายสิบปีก่อนแล้ว แต่พื้นผิวกลับดูเหมือนจะยกตัวขึ้นมาในระดับที่สังเกตได้คือเฉลี่ย 7 มม.ต่อปี

แต่เพราะอะไร? ทีมวิจัยจึงทดลองด้วยการใช้แบบจำลองของเปลือกโลกและเนื้อโลกใต้ทะเลอารัลซึ่งก็พบว่า เมื่อน้ำหนักของน้ำถูกกำจัดออกไป เปลือกโลกที่ตื้นกว่าจะตอบสนองก่อนด้วยการยกตัวขึ้นมาแบบไม่โค้งงอ สิ่งนี้กระตุ้นให้หินหนืดเนื้อโลกชั้นบนเคลื่อนตัวเข้ามาเติมเต็มช่องว่า

“การไม่โค้งงอสร้างช่องว่าง และหินก็ต้องการที่จะไหลเข้าไปในช่องว่างนั้น” Sylvain Barbot จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย และหนึ่งในทีมวิจัย กล่าว “เราพบว่าการสังเกตนั้นสอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์กับการตอบสนองในระดับที่ลึกกว่าต่อการเปลี่ยนแปลงนี้”

การที่เนื้อโลกหรือแมนเทิลชั้นบนสุดของโลกเข้ามาเติมเต็มอยู่เรื่อย ๆ นี้คือสาเหตุที่ทำให้แผ่นดินยังคงยกตัวขึ้นเรื่อยมา แม้น้ำจะหายไปหลายสิบปีแล้วก็ตาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวคล้ายกับแผ่นดินที่ยกตัวขึ้นหลังธารน้ำแข็งขนาดใหญ่หลายไป ซึ่งเป็นเหตุการณ์ตามธรรมชาติ

แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ทะเลอารัลคือตัวอย่างที่ร้ายแรงที่สุดเนื่องจากสิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะกิจกรรมของมนุษย์ ดังนั้นการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่หรือการสูบน้ำใต้ดินเองก็จะส่งผลกระทบเช่นเดียวกัน และผลกระทบนั้นอาจเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง

“การทำอะไรบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อแมนเทิลชั้นบนได้นั้นถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก” Barbot กล่าว “มันแสดงให้เห็นว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมได้มากเพียงใด”

ที่มา

https://www.nature.com/articles/s41561-025-01664-w

https://www.newscientist.com/…/2475234-earths-upper…/

Photo: NASA

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...