โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลับมาเดือดอีกด้าน! อิสราเอลส่อฉีกทิ้งข้อตกลงหยุดยิง หวนถล่มทางใต้ของเลบานอน

Manager Online

อัพเดต 23 มี.ค. 2568 เวลา 05.13 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2568 เวลา 21.55 น. • MGR Online

อิสราเอลยิงปืนใหญ่และโจมตีทางอากาศถล่มทางใต้ของเลบานอนในวันเสาร์ (22 มี.ค.) หลังอ้างว่าได้สกัดการยิงจรวดข้ามชายแดนมาจากประเทศแห่งนี้ ก่ออันตรายแก่ข้อตกลงหยุดยิงที่ยุติสงครามยืดเยื้อยาวนาน 1 ปี ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ ในเลบานอน

ปฏิบัติการของอิสราเอลมีขึ้นแม้ว่าฮิซบอลเลาะห์ยืนยันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุยิงจรวดโจมตีข้ามชายแดนก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน และบอกว่าพวกเขายังคงมุ่งมั่นในข้อตกลงหยุดยิง ขณะเดียวกันจนถึงตอนนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมากล่าวอ้างความรับผิดชอบ

เจ้าหน้าที่อิสราเอลรายหนึ่งระบุเช่นกันว่าไม่สามารถยืนยันตัวตนของกลุ่มที่ยิงจรวด และบอกเพียงว่ามีจรวดถูกยิงออกมา 6 ลูก ในนั้น 3 ลูกข้ามชายแดนเข้าสู่อิสราเอล แต่ถูกสกัดเอาไว้ได้

เหตุยิงตอบโต้กันไปมาในวันเสาร์ (22 มี.ค.) ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่อิสราเอลละทิ้งข้อตกลงหยุดยิงอีกด้าน ที่พวกเขาทำไว้กับพวกนักรบปาเลสไตน์ฮามาส ในฉนวนกาซา ซึ่งเป็นพันธมิตรของฮิซบอลเลาะห์ และต่างได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน คู่อริของอิสราเอล

ในเวลาต่อมาในวันเดียวกัน กองทัพอิสราเอลแถลงได้ปฏิบัติการโจมตีระลอก 2 ในสิ่งที่พวกเขาบอกว่าเป็นการโจมตีเป้าหมายต่างๆของพวกฮิซบอลเลาะห์ "เราคาดหมายว่าเลบานอนจะใส่ใจข้อตกลงในส่วนของพวกเขา" โอเฟียร์ ฟอล์ก ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล บอกกกับรอยเตอร์ "กองกำลังป้องกันตนเองของอิสรเอล จะทำทุกอย่างเพื่อบังคับใช้ข้อตกลงและหาทางรับประกันว่าพลเรือนของเราจะสามารถกลับสู่ที่บ้านอย่างปลอดภัย"

ก่อนหน้านี้ในวันเสาร์ (22 มี.ค.) กองทัพอิสราเอลยิงสกัดจรวด 3 ลูก ที่ยิงออกมาจากเขตหนึ่งในเลบานอน ซึ่งอยู่ห่างออกแนวชายแดนทางเหนือราว 6 กิโลเมตร มุ่งตรงเข้าหาหมู่บ้านเมตูลา ของอิสราเอล ถือเป็นการยิงข้ามชายแดนเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ทั้ง 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่มีสหรัฐฯเป็นคนกลางในเดือนพฤศจิกายน

ในการตอบโต้ เนทันยาฮู สั่งให้กองทัพจัดการอย่างเต็มกำลังกับเป้าหมายก่อการร้ายหลายสิบเป้าหมายในเลบานอน

กองทัพอิสราเอลระบุว่า พวกเขาโจมตีเป้าหมายแท่นยิงจรวดของฮิซบอลเลสาะห์นับสิบและศูนย์บัญชาการแห่งหนึ่ง ทางใต้ของเลบานอน ขณะที่สื่อมวลชนแห่งรัฐของเลบานอน รายงานเช่นกันว่าอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่ถล่มทางใต้ของประเทศ ในนั้นรวมถึงเมืองต่างๆ ตามแนวชายแดนและตามยอดเขา ที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนของเลบานอนราว 8 กิโลเมตร

สำนักข่าวเอ็นเอ็นเอ รายงานอ้างกระทรวงสาธารณสุขเลบานอน ระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 8 คน จากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ในทางภาคใต้ ใกล้ชายแดน ส่วนในฝั่งของอิสราเอลนั้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ

ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงในเดือนพฤศจิกายน พวกฮิซบอลเลาะห์จำเป็นต้องไม่มีอาวุธในทางใต้ของเลบานอน ส่วนอิสราเอลต้องถอนทหารออกมา เปิดทางให้ทหารของกองทัพเลบานอนเข้าประจำการในพื้นที่ดังกล่าวแทน

ข้อตกลงนี้เจาะจงให้รัฐบาลของเลบานอน รับผิดชอบรื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานทางทหารทั้งหมด ในทางใต้ของเลบานอน และริบอาวุธที่ไม่ได้รับอนุญาตทั้งหมด

ประธานาธิบดีโจเซฟ อูน สั่งการให้กองทัพเลบานอน รับประกันไม่ให้มี "การละเมิดใดๆ" ที่อาจคุกคามเสถียรภาพในเลบานอน และทางกองทัพเปิดเผยว่าพวกเขาพบเครื่องยิงจรวดรุ่นเก่า 3 เครื่องในทางภาคใต้ และได้ทำการรื้อถอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เนทันยาฮู บอกว่ารัฐบาลอิสราเอลต้องรับผิดชอบ "สำหรับทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นภายในดินแดนของตนเอง" และอิสราเอลจะไม่ปล่อยให้พลเรือนและอธิปไตยของประเทศตกอยู่ในอันตราย

กองกำลังรักษาสันติภาพสหประชาชาติในเลบานอน บอกว่าพวกเขารู้สึกกังวลเกี่ยวกับ "สถานการณ์ที่ผันผวน" และเตือนว่าสถานการณ์ที่ลุกลามบานปลายใดๆ อาจก่อผลลัพธ์เลวร้ายสำหรับภูมิภาคแถบนี้

นาวาฟ ซาลาม นายกรัฐมนตรีเลบานอน เตือนเกี่ยวกับการคืนชีพปฏิบัติการทางทหารในทางใต้ของประเทศ พร้อมระบุว่า "ต้องใช้ทุกมาตรการด้านความมั่นคงและการทหาร เพื่อแสดงให้เห็นว่าเลบานอนมีความเด็ดเดี่ยวในเรื่องของสงครามและสันติภาพ"

(ที่มา : รอยเตอร์)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...