“หุ้นเวียดนาม” เริ่มฟื้นรับตัวเลขศก.โตสูงกว่าคาด... “ของดี-ราคาถูก-กำไรโตดี” โอกาสลงทุนระยะยาว !!!
ลายแทงกองทุน: “หุ้นเวียดนาม” ในช่วงสั้นที่ผ่านมามีย่อลงไปบ้าง แต่ก็มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นแล้ว หลังตัวเลขเศรษฐกิจปี2024 ออกมา 7.09% (YoY) จากปีก่อนที่โต 5.05% (YoY)
ทำให้รัฐบาลเวียดนามปรับเป้า GDP ปีนี้ขึ้นเป็น 7% จากเดิม 6.5% และตั้งเป้าหมายจะโตไม่ต่ำกว่า 10% ในปี2026 – 2030 อีกด้วย ซึ่งถือเป็นประเทศที่เศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างโดดเด่นของโลกเลยทีเดียว
ทำให้ “หุ้นเวียดนาม” (VN30) มีสัญญาณฟื้นตัว ปีนี้ (ณ วันที่ 26 มี.ค. 25) +2.17% และย้อนหลัง 1 ปี +6.61% ทำให้ภาพรวมกลุ่ม “กองหุ้นเวียดนาม” ปรับตัวดีขึ้นปีนี้เหลือติดลบเฉลี่ย -2.68% เท่านั้น แม้ส่วนใหญ่ 96% ยังคงติดลบอยู่ก็ตาม (ดีสุด +0.19%, แย่สุด -9.64%) ปัจจุบันดัชนี “VN30” ถือว่ามี “ราคาถูก” และ “น่าสนใจ” มี Forward P/E 12 เดือน เพียง 9.10 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 11.33 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.ปีนี้ยังโตสูง +24.92% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 28 มี.ค. 25) ที่สำคัญยังถูกกว่า “ตลาดหุ้นไทย” ในปัจจุบันที่มี Forward P/E 12เดือน 12.36 เท่า อีกด้วย
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นเวียดนาม” ที่น่าสนใจมาฝากกัน
เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "หุ้นเวียดนาม"…รับศก.โตโดดเด่น "ราคาถูก-กำไรโตดี"
สำหรับ 4 “กองทุนเด่น”ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Active Fund ทั้งหมด ที่มีรูปแบบที่ต่างกันออกไป โดยเป็น “Fund of Funds” 1 กอง และ “ลงทุนโดยตรงเอง” 3 กอง ประกอบด้วย
- “KT-VIETNAM-A: กองทุนเปิดเคแทม เวียดนาม อิควิตี้ (ชนิดสะสมมูลค่า)” ของบลจ.กรุงไทย เป็นกองทุนในกลุ่ม “Vietnam Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นเวียดนาม” /หรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ หรือมีรายได้หลัก และ/หรือที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากประเทศเวียดนาม
โดย 5 อุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด (ณ 28 ก.พ. 25) ได้แก่ 1) ธุรกิจการเงิน 52.46%, 2) สินค้าอุตสาหกรรม 9.58%, 3) เทคโนโลยี 8.56%, 4) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง 7.90% และ 5) บริการ 6.15%
- ถัดมาเป็น “TVIETNAM: กองทุนเปิด ทิสโก้ เวียดนาม อิควิตี้” ของบลจ.ทิสโก้ เป็นกองทุนในกลุ่ม “Vietnam Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นเวียดนาม” หรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ หรือมีรายได้หลัก และ/หรือที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากประเทศเวียดนาม ผ่านกองทุนต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเวียดนามตั้งแต่ 2 กอง ขึ้นไป
โดย 3 กองทุนที่ลงทุนมากสุด (ณ 28 ก.พ. 25) ได้แก่ 1) 1) LUMEN VIETNAM FUND-USD I 68.46%, 2) LIONGLOBAL VIETNAM FUND- USD 17.05% และ 3) VIETNAM EQUITY UCITS FUND 13.79%
- มาต่อกันด้วย “K-VIETNAM: กองทุนเปิดเค เวียดนาม หุ้นทุน” ของบลจ.กสิกรไทย เป็นกองทุนในกลุ่ม “Vietnam Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นเวียดนาม” หรือดำเนินธุรกิจหรือได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม และ/หรือตราสารทุนของผู้ประกอบการเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น
โดย 5 อุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด (ณ 28 ก.พ. 25) ได้แก่ 1) Financials 42.73%, 2) Consumer Discretionary 10.90%, 3) Consumer Staples 9.34%, 4) Information Technology 8.30% และ 5) Materials 8.16%
- ปิดท้ายกันด้วย “PRINCIPAL VNEQ-A: กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.พรินซิเพิล เป็นกองทุนในกลุ่ม “Vietnam Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นเวียดนาม” หรือมีธุรกิจหลักในประเทศเวียดนามที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต รวมทั้งตราสารทุนอื่นใดที่ดำาเนินธุรกิจเกี่ยวข้องและ/หรือที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ ทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าว และ/หรือตราสารทุนของผู้ประกอบการเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น
โดย 5 อุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด (ณ 28 ก.พ. 25) ได้แก่ 1) ธนาคาร 37.42%, 2) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 9.45%, 3) บริการรับเหมาก่อสร้าง 8.67%, 4) ขนส่งและโลจิสติกส์ 5.56% และ 5) เครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ 5.31%
“ตลาดหุ้นเวียดนาม” เป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจ แต่ก็มีความผันผวนสูงเช่นกันตามบุคลิกของ “ตลาดชายขอบ” (Frontier Market) จึงเป็นตลาดที่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง อยากแบ่งเงินบางส่วนกระจายมายังตลาดที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว เพื่อโอกาสสร้างความมั่งคั่งให้กับพอร์ตก็ถือเป็นตัวเลือกที่จะช่วยเติมเต็มพอร์ตได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน