โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คาดพิษสงครามการค้า ฉุดค้าปลีก 4.4 ล้านล้านบาท ปีนี้โตแค่ 3.4%

เดลินิวส์

อัพเดต 22 เม.ย. 2568 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 01.13 น. • เดลินิวส์
คาดพิษสงครามการค้า ฉุดค้าปลีก 4.4 ล้านล้านบาท ปีนี้โตแค่ 3.4% แนะต้องปรับตัวใช้กลยุทธ์ตั้งรับ รุกกลับ ปรับตัว

นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ทิศทางค้าปลีกไทยช่วงครึ่งปีหลังนี้คาดว่าเติบโต 3.4% จากมูลค่า 4.4 ล้านล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงปี 65-66 ที่เติบโต 5.9% เนื่องจากปีนี้รับแรงกดจากเศรษฐกิจโลก ส่งออกชะลอตัว โรงงานต่างๆ ผลิตได้จากขึ้น ทำให้รายได้ชนชั้นกลางลดลง กำลังซื้อก็จะชะลอตัว ต้นทุนทางธุรกิจสูงขึ้น และสินค้าอีคอมเมิร์ซต้นทุนถูกที่ส่งออกไปสหรัฐ ไม่ได้จะล้นทะลักเข้ามาแล้วกระทบภาคการผลิตของไทย
“ค้าปลีกต้องมีการปรับตัว จะขายของถูกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องหาสินค้าหรือพยายามเพิ่มมูลค่าสินค้า ใส่บริการที่ดีเข้าไป เพราะในครึ่งปีหลัง ความท้าทายมีเยอะขึ้นแน่ๆ เพราะสินค้าจากประเทศอื่นล้นทะลักเข้ามา ดังนั้นต้องหาระบบหาเทคโนโลยีเข้ามาเสริม เพื่อทำให้มีความทันสมัย ปรับรูปแบบร้าน รูปแบบเพจ ให้เกิดความน่าสนใจมากขึ้น“

สำหรับกลยุทธ์ของสมาคมมองว่าจะต้องตั้งรับ รุกกลับ ปรับตัว โดยตั้งรับด้วยการป้องกันสินค้าราคาถูกและด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ อาทิ การตรวจสอบสินค้านำเข้า 100% แทนการสุ่มตรวจ ด้วยระบบเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำ ปราบปรามธุรกิจนอมินี โดยเร่งหามาตรการเชิงรุกในการจัดการผู้ที่สวมสิทธิคนไทยในทุกระดับ เพื่อยับยั้งการรั่วไหลของเงิน และป้องกันการสวมสิทธิผลิตสินค้าที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตส่งออกไปสหรัฐ ส่งผลให้ไทยเกินดุลสหรัฐ
ขณะเดียวกัน รุกกลับโดยจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% กับสินค้าออนไลน์นำเข้า ปรับปรุงกฎหมายที่มีข้อจำกัดและไม่ครอบคลุมการซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าไม่ได้มาตรฐานราคาถูกที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มข้ามชาติ เพื่อปกป้องผู้บริโภคคนไทย และออกมาตรการรับมือกับสถานการณ์สินค้าจากจีนที่ทะลักเข้าสู่ตลาดไทย, คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ให้กับนักท่องเที่ยวพร้อมลดภาษีนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะในกลุ่มแฟชั่น เครื่องสำอาง เครื่องหนัง น้ำหอม โดยอาจเริ่มที่สินค้าอเมริกาก่อน โดยนำร่องทำแซนด์บ็อกซ์เป็นเขตปลอดภาษี

นอกจากนี้ ต้องปรับตัวการลดทอนกฎระเบียบที่ล้าสมัยและซับซ้อน เช่น การปรับลดจำนวนและขั้นตอนการขอใบอนุญาตหลายใบให้อยู่ในใบเดียว สนับสนุนเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายกำแพงภาษี โดยจัดสรรงบประมาณเพื่อฟื้นฟูและพัฒนานวัตกรรมสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดต่างประเทศ พร้อมผลักดันให้ได้รับการรับรองเมด อิน ไทยแลนด์ และส่งเสริมการมอบสัญลักษณ์ไทย ซีเล็ค การันตีคุณภาพอาหารไทยซึ่งเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ เป็นต้น
นายณัฐ กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 2 หรือ 3 นี้ ทางสมาคมฯ เตรียมเข้าไปคุยกับภาครัฐเพื่อเสนอนโยบายคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทันที ณ ร้านค้า ให้กับนักท่องเที่ยวที่มี ยอดซื้อสินค้าขั้นต่ำ 3,000 บาทขึ้นไป และแซนด์บ็อกเขตปลอดภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์ ในจังหวัดภูเก็ต เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทย และเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันท่ามกลางสงครามการค้าโลกอย่างจริงจัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...