ตร.ภูเก็ต ออกหมายเรียกสาวยูเครน ทำลายห้องเช่าคอนโดยับเยิน เสียหายกว่า 3.5 แสน
ตร.สภ.วิชิต ออกหมายเรียกสาวยูเครน ทำลายห้องเช่าคอนโดยับเยิน เสียหายกว่า 3.5 แสน โยนกุญแจห้องทิ้งขยะ หลังฉุนไม่ได้เงินประกัน 3.2 หมื่น ตร.ย้ำหากไม่มา เตรียมออกหมายจับ ด้านผู้ให้เช่าแจง ค้างค่าน้ำ-ไฟ แถมผู้ขอเงินประกันคืน ไม่ใช่คนเดียวกับทำสัญญาเช่า
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม จากกรณีพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายหญิง อายุ 39 ปี เป็นผู้ดูแลห้องชุดคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งพื้นที่ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ลงบันทึกประจำวันต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรวิชิต เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 หลังพบห้องชุดที่ปล่อยเช่าได้รับความเสียหายอย่างหนัก ค่าซ่อมเบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 350,000 บาท
โดยผู้ดูแลเล่าว่า ห้องดังกล่าวมีผู้เช่าเป็นหญิงชาวยูเครน ทำสัญญาเช่าตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2567 สิ้นสุดเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2568 แต่ผู้เช่าไม่ยอมย้ายออกตามกำหนด และยังพักอาศัยต่อเนื่องโดยไม่แจ้งเหตุผล
กระทั่งวันที่ 29 เมษายน เวลา 15.00 น. ผู้เช่าได้ส่งข้อความมาแจ้งว่าได้ออกจากห้องเรียบร้อยแล้ว พร้อมระบุว่าได้นำกุญแจไปทิ้งไว้ในถังขยะ จากนั้นผู้ดูแลจึงเดินทางไปที่ห้องพร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและช่างกุญแจ
เมื่อเปิดเข้าไปตรวจสอบพบว่า สภาพห้องได้รับความเสียหายทั่วทั้งห้อง รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดถูกทำลายซึ่งเจ้าของห้องรวบรวมหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เช่าตามขั้นตอนกฎหมายกับ สภ.วิชิต และนำเข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยจะมีการพูดคุยเพื่อตกลงค่าเสียหายกับผู้เช่าชาวยูเครน
ต่อมาวันนี้ (5 พฤษภาคม) เจ้าของห้องเช่า เปิดเผยประเด็นที่หลายคนสงสัยที่ผู้ทำลายห้องพักเสียหายยับเยิน ได้เขียนตัวเลข 32,000 ไว้ข้างผนังห้องว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่า ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการทวงเงินค่าประกันห้องเช่า เรื่องนี้เจ้าของห้องเช่าชี้แจงว่า เป็นเงินประกันความเสียหาย ทางเราไม่มีเจตนายึดเงินประกันของผู้เช่า แต่การคืนเงินนั้นต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอน และในสัญญามีการระบุอยู่แล้ว ทำให้ไม่สามารถคืนเงินให้ได้ทันที ยังมีประเด็นการตรวจสอบ เนื่องจากการเช่าเป็นการตกลงกันระหว่างเอเยนต์ของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝั่งผู้เช่าและฝั่งผู้ให้เช่า
สำหรับสาเหตุที่ยังไม่สามารถคืนเงินประกันให้กับผู้เช่าได้ ประกอบด้วย
1.สัญญาเช่าระบุไว้ชัดเจนว่า จะคืนเงินประกันภายใน 14 วันหลังหักค่าใช้จ่าย หากทุกอย่างเรียบร้อยก็พร้อมคืนให้ทันที
2.การโอนเงินคืน ขอยืนยันจะโอนเงินคืนให้เฉพาะบัญชีของผู้ทำสัญญาเท่านั้น โดยไม่ติดว่าบัญชีอยู่ประเทศไหน แต่พบว่า QR code ที่เอเยนซี่ส่งมา จากการตรวจสอบพบว่าไม่ใช่ชื่อของผู้ที่ทำสัญญาเช่า ทำให้เราไม่สามารถที่จะโอนเงินให้ได้
3.ก่อนที่ผู้เช่าจะออกจากห้องเช่า ทางเอเยนซี่ของฝั่งผู้ให้เช่าขอวิดีโอคอลเพื่อดูสภาพห้องก่อนคืนเงิน แต่ทางผู้เช่าไม่สามารถดำเนินการได้ ทำให้เราไม่สามารถตรวจสอบสภาพห้องได้
4.จากการตรวจสอบพบว่าผู้ถือสัญญาเช่าเป็นคนละคนกับผู้ที่อ้างสิทธิขอรับเงินคืน โดยมีข้อสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ของผู้เช่าชาวรัสเซียกับบุคคลชาวยูเครนซึ่งไม่ได้แจ้งเป็นผู้ร่วมพักระหว่างระยะเวลาการเช่า
5.ผู้เช่ามีค่าใช้จ่ายค้างชำระ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ และอื่นๆ อีกหลายรายการ แต่เรียกร้องขอเงินคืนเต็มจำนวน
จากเหตุผลต่างๆ และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทำให้ไม่สามารถที่จะคืนเงิน 32,000 บาท ซึ่งเป็นค่าประกันให้กับทางผู้ที่ขอคืนเงินซึ่งไม่ใช่คนทำสัญญา
“ถ้าเป็นคุณจะคืนเงินหรือไม่ เพราะคนที่ขอคืนไม่รู้ว่าเป็นใคร ไม่ใช่คู่สัญญากันด้วยซ้ำ ซึ่งเราพร้อมที่จะคืนเงินให้กับผู้ที่ทำสัญญาเช่า แต่จะต้องคืนหลังจากการตรวจสอบห้องพักว่าไม่มีทรัพย์สินเสียหายและไม่มีรายการค้างจ่าย” เจ้าของห้องเช่ากล่าว
ซึ่งเรื่องนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวคนเช่าห้องมาสอบสวนโดยเร็ว เพื่อให้สังคมได้รับรู้และทำให้เกิดความกระจ่างว่าใครเป็นฝ่ายผิด และใครที่มีเจตนาไม่สุจริต ตอนนี้ตนตกเป็นจำเลยของสังคม ทั้งที่ตนไม่ได้ทำอะไรเลย ทรัพย์สินในห้องเสียหาย คนที่ขอคืนเงินค่ามัดจำไม่รู้เป็นใคร และไม่ใช่คนที่ทำสัญญาเช่า
ด้าน พ.ต.อ.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง ผกก.สภ.วิชิต กล่าวว่า คดีทำลายห้องพักคอนโดในพื้นที่ ต.วิชิต ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ไปยังหญิงสาวชาวยูเครนซึ่งเป็นเพื่อนของผู้เช่าห้อง และเป็นคนมาทำลายทรัพย์สินในห้องพัก แต่ยังไม่มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนี้ทางตำรวจจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ถ้าครั้งที่ 2 ไม่มาพบพนักงานสอบสวนก็จะขอศาลอนุมัติออกหมายจับต่อไป ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า หญิงสาวชาวยูเครนยังอยู่ในภูเก็ต ยังไม่ออกจากประเทศไทย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตร.ภูเก็ต ออกหมายเรียกสาวยูเครน ทำลายห้องเช่าคอนโดยับเยิน เสียหายกว่า 3.5 แสน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th