โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บางแสน เกิดแพลงก์ตอนบลูม ทะเลสีเขียวเข้ม จนท.คาด7วันหาย ชี้บางชนิดทำให้แพ้ได้

Khaosod

อัพเดต 10 เม.ย. 2568 เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2568 เวลา 11.11 น.

บางแสน เกิดแพลงก์ตอนบลูม ทะเลสีเขียวเข้ม จนท.คาด7วันหาย เผยบางชนิดทำให้แพ้ได้ ด้านนักท่องเที่ยวบางรายไม่กล้าลงเล่นน้ำ

ภายหลังเพจเฟซบุ๊กชอบจังบางแสนได้โพสต์ภาพทะเลบางแสนเป็นสีเขียว พร้อมข้อความว่า "มัจฉะบางแสนเริ่มเข้มข้นแล้วยิ่งแดดยิ่งเขียว แพลงค์ตอนบลูม เริ่มกลับมาวันแรกมาดูตอนกลางคืนเรืองแสง"

วันที่ 10 เม.ย. 2568 ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี เดินทางไปยังบริเวณชายหาดทะเลบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี พบว่าน้ำทะเลมีสีเขียวเข้มข้น นักท่องเที่ยวยังบางตา และไม่กล้าลงเล่นน้ำ เพราะกลัวจะได้รับผลกระทบทางร่างกาย

ผู้สื่อข่าวได้พบกับนายกฤษณ์ขจร อุ่นใจ อายุ 34 ปี นักวิชาการกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อ่าวไทยภาคตะวันออก ที่มาเก็บตัวอย่างของน้ำทะเลบางแสนไปตรวจสอบ พร้อมเปิดเผยว่า เมื่อได้รับทราบข้อมูลว่าน้ำทะเลบางแสนมีสีเขียวข้นเกิดจากปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม (Plankton Bloom)

นายกฤษณ์ขจร กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบคาดว่าน่าจะไม่เกิน 7 วัน น้ำทะเลสีเขียวก็จะหายไปเองตามธรรมชาติ เบื้องต้นยังไม่ทราบชนิดของแพลงก์ตอน ซึ่งบางชนิดจะทำให้ระคายเคืองต่อผิว บางชนิดก็ไม่มีผลต่อร่างกาย จึงทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าลงเล่นน้ำ แต่เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ไม่เป็นอันตราย วอนนักท่องเที่ยวอย่าตกใจและตื่นกลัว

ด้านนายศุภกร ศิริทัศนกุล อายุ 49 ปี นักท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวเดินทางจาก จ.ปทุมธานี มาพักผ่อนเที่ยวทะเลบางแสน แต่พอเห็นว่าน้ำทะเลมีสีเขียวข้นและมีกลิ่นเหม็นคาวขึ้นมาด้วย จึงไม่กล้าลงเล่นน้ำ เพราะกลัวจะได้รับผลกระทบทางผิวหนังและร่างกาย จึงจะเดินทางไปทางพัทยาแทน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บางแสน เกิดแพลงก์ตอนบลูม ทะเลสีเขียวเข้ม จนท.คาด7วันหาย ชี้บางชนิดทำให้แพ้ได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...