โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Moral Hazard : แรงจูงใจให้เป็น 'เด็กเกเร' มากกว่า 'เด็กดี'!

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 06 เม.ย. 2568 เวลา 15.09 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2568 เวลา 15.09 น.

กาแฟดำ | สุทธิชัย หยุ่น

Moral Hazard

: แรงจูงใจให้เป็น ‘เด็กเกเร’ มากกว่า ‘เด็กดี’!

หนึ่งในคำถามเกี่ยวกับนโยบายประชานิยมคือ Moral Hazard หรือ “ความเสี่ยงด้านศีลธรรม”

ผู้รู้บางท่านแปลว่า “จริยวิบัติ”

ภาษาชาวบ้านน่าจะหมายถึงการที่รัฐบาลสร้างนิสัยพึ่งพารัฐบาลจนขาดวินัยและความพยายามที่จะช่วยเหลือตนเอง

ตัวอย่างล่าสุดมาจากคำเตือนของแบงก์ชาติ กรณี ‘ซื้อหนี้-ล้างประวัติเครดิตบูโร’

พร้อมเตือนความเสี่ยง Moral Hazard

แถลงการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บอกว่า “ตามที่ได้มีการสอบถามในประเด็นการซื้อหนี้ประชาชนและล้างประวัติเครดิตบูโรนั้น ขณะนี้ยังต้องรอความชัดเจนของรูปแบบประเภทหนี้ที่จะเข้าข่าย และรายละเอียดต่างๆ ก่อน ซึ่งที่ผ่านมา ในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน ธปท.คำนึงถึงหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

1. ต้องสนับสนุนวินัยทางการเงินที่ดี ไม่สร้างแรงจูงใจที่ผิด จนทำให้เกิดปัญหา Moral Hazard กล่าวคือ ต้องมีกลไกส่งเสริมให้ลูกหนี้มีวินัยและมีความรับผิดชอบทางการเงิน ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการเป็นหนี้ซ้ำซ้อนในอนาคต

2. สนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อของลูกหนี้ในระยะข้างหน้า กล่าวคือ ความช่วยเหลือที่ให้ต้องไม่ไปลดทอนความแม่นยำในการประเมินความเสี่ยงของเจ้าหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้ด้วยต้นทุนที่เป็นธรรม

3. ต้องแก้ปัญหาหนี้อย่างตรงจุด และเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบการเงินในภาพรวม โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากรและงบประมาณของประเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยมีความซับซ้อนจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายในการช่วยกันแก้ไขปัญหา การออกแบบมาตรการจึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างครบวงจร โดยคำนึงถึงสาเหตุของปัญหา หลักการของการทำมาตรการ และผลข้างเคียงอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดผลสูงสุดแก่ทั้งลูกหนี้และระบบเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน”

ดังนั้น คำว่า Moral Hazard อาจหมายถึงการ “สร้างแรงจูงใจที่ผิด”

หรือภาษาชาวบ้านอาจจะใช้ว่า “สร้างนิสัยมักง่าย”

ถามนักเศรษฐศาสตร์ก็มักจะยกตัวอย่างคนซื้อประกันภัยแล้วมักมีความระมัดระวังน้อยลงกว่าตอนที่ไม่มีความคุ้มครองจากประกันภัย

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประกันรถยนต์ ประกันสุขภาพ หรือประกันอย่างอื่นใดๆ ก็ตาม

เรื่องรัฐบาลช่วยแก้หนี้ให้ประชาชน…ถ้าทำไม่ถูกวิธีและให้ “แรงจูงใจผิดๆ” ก็จะเกิดอาการ Moral Hazard ได้อย่างชัดเจนและฉับพลันทันที

พอรัฐบาลบอกว่าจะ “ซื้อหนี้เสียของประชาชนออกจากธนาคาร” และเอาชื่อออกจากเครดิตบูโรเพื่อ “เริ่มต้นทำมาหากินใหม่” ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากหลายคนว่า

“ผมจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นอย่างซื่อสัตย์มาตลอด ทำไมรัฐบาลไม่ให้แรงจูงใจผม อย่างนี้ผมเป็นเด็กดีทำไม ตั้งแต่พรุ่งนี้ผมจะหยุดจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้น เป็นเด็กเกเรรัฐบาลเกรงใจมากกว่า”

ปัญหาคือไม่ใช่แค่ “เด็กดี” เท่านั้นที่อยากเป็น “เด็กเกเร”

แต่ “เด็กเกเร” เดิมก็จะเกิดอาการเริงร่า หาทางกู้เงินเพิ่มเพื่อใช้จ่ายสร้างหนี้ต่อไป

เพราะเชื่อว่าอีกหน่อยรัฐบาลก็จะมาช่วยอีก

นี่คือตัวอย่างแจ่มชัดที่สุดของ Moral Hazard

เพราะมันคือการที่รัฐบาลพยายามจะหาเสียงกับประชาชนด้วยการแจกเงิน, ปลดนี้ หรือลดหนี้จนเกิดแรงจูงใจในการสร้างภาวะเสี่ยงภัยให้กับตนเองเพิ่มขึ้น

เพราะเริ่มจะมองเห็นว่าตนไม่ต้องแบกรับต้นทุนทั้งหมดที่เกิดจากภาวะเสี่ยงภัยนั้น

พูดอีกอย่างก็คือ Moral Hazard จะเกิดขึ้นเมื่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถูกทำให้เข้าใจว่าจะมีคนอื่นมาช่วยแบ่งปันต้นทุนที่เกิดจากภาวะเสี่ยงภัยที่จะเกิดขึ้น

ถ้าคุณทำประกันอุบัติเหตุรถยนต์ไว้ ก็มีแนวโน้มที่จะขับรถด้วยความประมาทมากกว่าคุณไม่ได้ทำประกันเอาไว้

เพราะคุณเชื่อว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุบริษัทที่รับทำประกันจะต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถ

ทั้งๆ ที่ความเชื่ออย่างนั้นผิดความเป็นจริงไม่น้อย

เหตุเพราะต้นทุนทั้งหมดของการเกิดอุบัติเหตุไม่ได้เป็นเพียงแค่ค่าซ่อมรถเท่านั้น

แต่การที่รู้ว่าคุณไม่ต้องรับความเสี่ยงทั้งหมดคนเดียวทำให้คุณเกิดภาวะ “จริยวิบัติ” ขึ้นมาแล้ว

ทั้งๆ ที่รู้ว่าการใช้นโยบาย “มักง่าย” นั้นสร้าง “นิสัยไม่ดี” กับประชาชน แต่ทำไมนักการเมืองจึงไม่เคยสำเหนียก?

คำตอบคือเพราะนักการเมืองเองอย่างน้อยก็จำนวนหนึ่งก็มี “นิสัยมักง่าย” เช่นกัน

เพราะการทำให้ประชาชน (อย่างน้อยจำนวนหนึ่ง) รู้สึก “เป็นหนี้บุญคุณ” กับตนเพราะมีนโยบายลด, แลก, แจก, แถมนั้นก็จะเกิด “ความนิยมชมชอบ” ทางด้านการเมือง

ซึ่งจะมีผลด้านบวกสำหรับพวกเขาในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เพราะวิธีการสื่อสารกับประชาชนนั้น ผู้บริหารประเทศมักจะพูดทำนองว่าประชาชนได้ “ของฟรี” เพราะความใจกว้างของนักการเมือง

ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงคือการใช้ภาษีของประชาชนมาสร้างความนิยมชมชอบพวกเขา

มีคำกล่าวว่ารัฐบาลควรจะสอนประชาชนจะรู้จัก “หาปลา” มากกว่าการ “แจกปลา” ให้กิน

เพราะกินเสร็จก็หมด แต่ถ้าชาวบ้านหาปลาเองเป็นก็จะสามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้รัฐบาลมาแจกจ่ายอีก

แต่นักการเมืองจำนวนไม่น้อยกลัวว่าถ้าประชาชนเข้มแข็งและช่วยตัวเองได้โดยไม่หวังพึ่งรัฐบาล พวกเขาจะไม่สามารถสร้างกลุ่มคนที่มีความรู้สึกผูกพันเป็นพิเศษกับพวกเขาหรือพรรคการเมืองของพวกเขา

จึงเป็นที่มาของนโยบายประชานิยมเพื่อสร้างให้ชาวบ้าน “เสพติด” สิ่งที่รัฐบาลจะมาแจกจ่ายให้

และเป็นประเด็นที่การเมืองกับธนาคารกลางจะต้องยืนอยู่คนละจุดเสมอมา

ซึ่งเป็น “ความขัดแย้งในบทบาท” หรือ role conflict ที่จำเป็นหากจะให้เกิดดุลถ่วงอันเหมาะควรต่อการปกครองที่จะไม่ปล่อยให้การเมืองสร้างความ “ไร้ระเบียบ” ที่อาจจะนำไปสู่หายนะทางการเมือง, เศรษฐกิจและสังคม

และนี่คือเหตุผลหลักที่ธนาคารกลางต้องมีความเป็นอิสระจากการแทรกแซงทางการเมือง

มิใช่เพราะแบงก์ชาติเป็น “รัฐอิสระ”

แต่เป็นเพราะสังคมต้องมีกลไกคานอำนาจทางการเมืองที่มักจะมองผลประโยชน์ระยะสั้นเฉพาะหน้าในแง่การเมือง

ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลก (ในประเทศที่มีระบบแบบมืออาชีพ) มีกฎหมายรับรอง “ความเป็นอิสระ” เพื่อปกปักรักษาเสถียรภาพทางการเงินและประเมินภาวะเศรษฐกิจตามหลักวิชาการ

เพื่อประชาชนจะได้รับรู้แนวทางทั้งจากฝั่งรัฐบาลและจากธนาคารกลางที่ต้องมีความน่าเชื่อถือในฐานะเป็นกลไกสังคมที่กำกับดูแลธนาคาพาณิชย์, อัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนให้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศ

คำเตือนเรื่อง Moral Hazard จากแบงก์ชาติจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในสภาพการบริหารประเทศที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในระดับประเทศและนานาชาติที่ผันผวนปรวนแปรอย่างหนักในขณะนี้

อันตรายของทุกประเทศจะเพิ่มระดับขึ้นทันทีเมื่อนักการเมืองประกาศตนเป็น “อัศวินม้าขาว” มาแก้ปัญหาของชาวบ้านได้ทุกเรื่อง…เพื่อแลกกับความยินยอมพร้อมใจของประชาชนที่จะมอบอำนาจทางการเมืองให้กับนักการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วทุกนโยบายที่ดูเหมือนจะตอบโจทย์ของชาวบ้านบางกลุ่มนั้นย่อมมีต้นทุนเสมอ

เพราะในท้ายที่สุดสัจธรรมแห่งโลกมนุษย์นั้นคือ “ไม่มีอะไรฟรี!”

แต่บ่อยครั้ง กว่าความจริงนั้นจะปรากฏชัดแจ้งก็สายเกินไปเสียแล้ว!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Moral Hazard : แรงจูงใจให้เป็น ‘เด็กเกเร’ มากกว่า ‘เด็กดี’!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...