โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 6 เมษายน 2568

สวพ.FM91

อัพเดต 06 เม.ย. 2568 เวลา 22.39 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2568 เวลา 22.39 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 6 เมษายน 2568

>> รถจักรยานยนต์เฉี่ยวคนล้มกลางถนน ก่อนจะถูกรถจักรยานยนต์อีกคันตามหลังมาชนคนซ้ำ มีผู้เสียชีวิตเป็นคุณตาวัย 79 ปี

06.00 น. สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนคนข้ามถนน มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนประชาอุทิศ 90 ในพื้นที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ สีน้ำเงิน และ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีดำ ล้มคว่ำอยู่ใกล้กัน และพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ซึ่งมีอาการสาหัส ทางอาสากู้ภัยช่วยเหลือ และนำส่ง รพ. จำนวน 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 29 ปี และหญิงไทย อายุ 28 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 รายนั้น อาสาสมัครเร่งดำเนินการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อ นายไสว อายุ 79 ปี

จากการสอบถาม ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้าน เพื่อจะไปส่งภรรยาบริเวณปากซอยประชาอุทิศ 90 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเห็นคุณตาผู้ตายกำลังเดินข้ามถนนทางม้าลาย เดินเกือบจะถึงกลางถนนแล้ว แต่ถูกรถจยย. ฮอนด้า เฉี่ยวชนคุณตา ล้มกับพื้นถนน จากนั้นมีรถ จยย. ยามาฮ่า ขับตามหลังมาชนร่างคุณตาซ้ำ ตนจึงรีบจอดรถลงไปช่วยและโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยให้รีบเดินทางมาช่วยเหลือ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบสวนผู้บาดเจ็บ ก่อนจะมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อชันสูตร และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

>> รถบัสชนกับรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิต 2 และบาดเจ็บนับยี่สิบกว่าราย

09.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตี๊ง มีอุบัติเหตุ รถบัส 2 ชั้น ชนกับรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ถนนเส้นทาง บางบัวทอง - สุพรรณบุรี ฝั่งขาออก เลยสะพานข้ามคลองเจ็ก ไปเล็กน้อย ในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถบัส ยี่ห้อ ฮีโน่ สีแดง ป้ายทะเบียน นนทบุรี สภาพด้านหน้ารถฝั่งขวาพังเสียหาย และห่างออกไปที่ข้างถนน พบรถบรรทุก 6 ล้อเล็ก สีขาว ป้ายทะเบียน น่าน สภาพด้านหน้าและด้านข้างรถพังเสียหายเช่นกัน จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย เป็นคนขับรถบัส สภาพร่างติดภายในยานพาหนะอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำอุปกรณ์ตัดถ่าง นำร่างคนขับที่เสียชีวิตออกจากรถ และมีผู้บาดเจ็บอีก 25 ราย ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ลาดหลุมแก้ว แต่รับแจ้งว่า มีผู้บาดเจ็บที่อาการสาหัส 1 ราย ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

คนขับรถบรรทุก เล่าว่า ตนเองพร้อมลูกชาย ขับรถ 6 ล้อบรรทุกรถแบ๊กโฮเล็ก เพื่อมาทำงานที่รับเหมาซ่อมแซมไฟส่องสว่าง ตรงจุดที่เกิดเหตุ โดยจอดรถเลนขวาและเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินไว้ เพื่อนำรถแบ๊กโฮลงไปทำงานที่ร่องกลางถนนปฏิบัติงานขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงดั่งสนั่นหวั่นไหว จึงหันไปดูที่รถพบว่ารถบัสชนท้ายเข้าไปอย่างจังจนเสียหลักตกริมถนน

>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน หลังเพลิงสงบ พบว่ามีผู้เสียชีวิตติดค้างภายใน

10.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลบางเมืองและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมรถดับเพลิง 3 คัน เร่งเข้าดับไฟที่กำลังลุกไหม้บ้านพักสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ริมถนนศรีนครินทร์ หมู่ 5 ตำบล บางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
เปลวไฟโหมกระหน่ำอย่างรวดเร็ว ลุกลามไปยังกองขยะและพงหญ้าข้างบ้าน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลานานกว่า 30 นาทีจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่บ้านพักเสียหายทั้งหลัง หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในบ้าน พบร่างของ หญิงอายุ 47 ปี ผู้มีโรคประจำตัวลมชัก ถูกไฟคลอกเสียชีวิตบริเวณบันไดชั้นสองของบ้าน

ด้านหลานสาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ขณะเกิดเหตุอยู่ในห้องพัก ได้เห็นกลุ่มควันและคิดว่าเป็นการเผาขยะ แต่เมื่อรู้ว่าไฟไหม้บ้าน จึงตัดสินใจกระโดดหนีออกมาทางหน้าต่างชั้นสอง คาดว่าสาเหตุของเพลิงไหม้มาจากการจุดยากันยุงของผู้เสียชีวิต แล้วทิ้งไว้จนเกิดไฟลุกไหม้กองขยะที่สะสมไว้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญหลานสาวและบุคคลในบ้านไปสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเพลิvไหม้ครั้งนี้ต่อไป

>> ไฟป่าแม่ฮ่องสอนวิกฤต ลามครอบคลุม 3 ตำบล เจ้าหน้าที่ระดมพล สนธิกำลังภาคพื้นดิน-อากาศ สู้เปลวเพลิง

13.01 น. นายพรเทพ เจริญสืบสกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง เปิดเผยถึงสถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังคงน่าเป็นห่วง โดยพบจุดความร้อนและการลุกลามของไฟป่าใน 7 จุดสำคัญ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ผาบ่อง ปางหมู และห้วยผา ทั้งในเขตป่าสงวน อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย

ด้าน ว่าที่พันตรี ยุทธนา เจ้าดูรี นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้นำทีมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมวอร์รูมอย่างเร่งด่วน เพื่อวางแผนทางบกและทางอากาศรับมือวิกฤตหมอกควันไฟป่าที่กำลังคุกคาม โดยปฏิบัติการภาคพื้นดินถูกแบ่งออกเป็น 12 ชุดปฏิบัติการ รวมพลกว่า 120 นาย จากหลากหลายหน่วยงาน ทั้งชุดปฏิบัติการ "เสือไฟ" เจ้าหน้าที่จากสถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน หน่วยป้องกันรักษาป่า ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง และเครือข่ายเฝ้าระวังไฟป่าจากชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงส่งอากาศยานถึง 3 ลำเข้าสนับสนุนภารกิจดับไฟ โดยเป็นเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพบก 1 ลำ และเครื่องบินจากกระทรวงทรัพย์ฯ อีก 2 ลำ เร่งโปรยน้ำดับเปลวเพลิงในจุดที่เข้าถึงยาก และได้มีการสนับสนุนเครื่องบิน BT-67 เข้าร่วมภารกิจโดยเฉพาะในเขตภูเขาที่ทุรกันดาร นอกจากนี้ยังมี เฮลิคอปเตอร์ KA ของ ปภ. เข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติการทางอากาศอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ภารกิจดับไฟป่าครั้งนี้ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าลุยเข้าไปในพื้นที่ทุรกันดาร บางครั้งต้องอาศัยร่องห้วยเพื่อเข้าถึงจุดเกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนยังคงปฏิบัติการดับไฟป่าในแม่ฮ่องสอนอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อปกป้องผืนป่าและบรรเทาผลกระทบจากหมอกควันที่ส่งผลต่อประชาชนในพื้นที่

>> รถเก๋งเลี้ยวตัดหน้า รถบรรทุกเบรกกระทันหัน รถจักรยานยนต์ขับตามหลังชนท้าย เสียชีวิต

14.24 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุชาลีกรุงเทพ มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต บริเวณวงเวียนนครอินทร์ ถนนนครอินทร์ ขาเข้า มาจากถนนราชพฤกษ์ เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าสะพานพระราม 5 ในพื้นที่ ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง ป้ายทะเบียน ปราจีนบุรี ลักษณะชนท้าย รถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีเทา ป้ายทะเบียน ปทุมธานี ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเป็นผู้ชาย อายุ 53 ปี

ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า ก่อนเกิดอุบัติเหตุ มีรถนั่งส่วนบุคคล สีขาว ขับออกมาจากจุดกลับรถ แล้วปาดเข้าทางเบี่ยงอย่างรวดเร็ว ทำให้รถบรรทุก 6 ล้อ เบรกกระทันหัน และรถจักรยานยนต์ วิ่งตามมาเบรกไม่อยู่ จึงได้ชนท้ายรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ทางเจ้าพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย ร่วมตรวจสอบ และมอบให้อาสาสมัครฯ นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

>> ตำรวจทางหลวงพังงา จับกุมหนุ่มใช้รถใช้รถสวมทะเบียน อ้างว่าซื้อรถหนีไฟแนนซ์ผ่านทางเฟซบุ๊ก

15.20 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม พร้อมพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. (พังงา, กระบี่, ภูเก็ต) ได้ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ใช้เอกสารราชการปลอม” พร้อมตรวจยึดของกลาง รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น ซีวิค สีขาว จำนวน 1 คัน แผ่นป้ายทะเบียนปลอม ระบุหมายเลขทะเบียน 7406 กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แผ่น แผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีปลอม จำนวน 1 แผ่น สามารถจับกุม บนถนนทางหลวงหมายเลข 4 กม. 883-884 ต.ท้ายช้าง อ.เมืองจ.พังงา วัน เวลา ที่ตรวจค้น จับกุม

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับร้องเรียนจากผู้เสียหายว่า มีผู้ใช้รถซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันและมีลักษณะตรงกับรถผู้เสียหาย ติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอมซึ่งมีหมายเลขทะเบียนตรงกับรถยนต์ของผู้เสียหาย (สวมทะเบียน) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้สืบสวนจนทราบว่ารถยนต์คันที่สวมทะเบียนดังกล่าวมีความเคลื่อนไหวอยู่ที่พื้นที่จังหวัดพังงาและภูเก็ต

จนกระทั่งตามวันเวลาที่เกิดเหตุขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมออกตรวจในพื้นที่ พบรถยนต์คันดังกล่าวกำลังวิ่งอยู่เชื่อว่าใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอม จึงได้สั่งให้หยุดรถและแสดงตัวขอทำการตรวจสอบ พบว่าผู้ขับขี่และใช้รถยนต์คันดังกล่าวคือ นายเอ จากการตรวจสอบรายละเอียดตำหนิของแผ่นป้ายทะเบียน ที่ผู้ถูกจับใช้ติดแสดงอยู่ที่ตัวรถ พบว่าไม่มีตำหนิสำคัญตามกรมการขนส่งทางบกกำหนด จึงได้ร่วมกันจับกุมตัวพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนสภ.ตะกั่วทุ่ง จว.พังงา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่า ตนได้ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวมาจากชายไม่ทราบชื่อซึ่งติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊กในราคา 4 แสนบาท เมื่อประมาณ 5-6 เดือนก่อน โดยทราบว่าเป็นรถหนีไฟแนนซ์หลุดจำนำ โดยได้แผ่นป้ายทะเบียนและเครื่องหมายการเสียภาษีดังกล่าวมาพร้อมกับรถยนต์ที่ซื้อมา

>> ‘จิราพร‘ เผย ปชช. โหวต ‘ปราบบุหรี่ไฟฟ้า‘ เป็นผลงานที่พอใจมากที่สุดประจำเดือน มี.ค. 68

16.43 น. นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อนโยบายรัฐบาล ประจำเดือนมีนาคม 2568 ของ Line Today ซึ่งมีการสำรวจระหว่างวันที่ 1-24 มีนาคม 2568 พบว่าประชาชนกว่า 26.69% โหวตให้การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า เป็นอันดับที่ 1 รองลงมาคือมาตรการลดราคาเบนซิน-ดีเซล 1 บาท ของขวัญวันสงกรานต์ คิดเป็น 21.62% และมาตรการขยายสิทธิบัตรทอง พบหมอออนไลน์-จัดส่งยาถึงบ้าน คิดเป็น 12.13%
นางสาวจิราพร กล่าวว่า การปราบปรามการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า เป็นหนึ่งในข้อสั่งการที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะการป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน รัฐบาลจึงได้ดำเนินการกวาดล้างอย่างจริงจัง จนสามารถจับกุมได้ 2,236 คดี ยึดของกลางได้จำนวน 1,608,445 ชิ้น มูลค่ารวม 295,686,734 ล้านบาท ในระยะเวลาเพียงเดือนเศษ ซึ่งถือเป็นยอดการจับกุมและการยึดของกลางที่สูงกว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา

“นอกจากการทำงานปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าเชิงรุกของเจ้าหน้าที่แล้ว เรายังได้เปิดให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสร้านค้าที่ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทั้งรูปแบบร้านค้าออนไลน์และร้านมีที่ตั้ง ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐอีกด้วย” นางสาวจิราพร กล่าว

>> ตร.ทล. ตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศ ส่งมากับรถขนส่งสินค้าเอกชน หลบเลี่ยงตำรวจ

17.37 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ตรวจยึดของกลาง บุหรี่ต่างประเทศจำนวนมาก ,รถบรรทุก ยี่ห้อ ISUZU สีขาว 1 คัน

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีการลักลอบบรรทุกบุหรี่ต่างประเทศที่ยังไม่ผ่านศุลกากร หรือยังไม่ได้เสียภาษี ปะปนมากับพัสดุอย่างอื่น จากพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ผ่านเข้ามายังพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบพบ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี แสดงตัวเป็นผู้ขับขี่ และยินยอมให้ทำการตรวจค้นด้วยความสมัครใจ

ผลการตรวจค้นพบของกลางตามรายการข้างต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด จึงแจ้งให้ทราบว่าสินค้าดังกล่าว เป็นสินค้าที่ยังไม่ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องหรือยังไม่ได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และได้ทำบันทึกการตรวจยึด นำของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.คอหงส์ เพื่อดำเนินการสืบสวนหาเจ้าของมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ‘ในหลวง – พระราชินี’ เสด็จฯ พระราชพิธีระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

18.02 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร กับทรงกราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และปราสาทพระเทพบิดร พระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงปฐมบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ เสร็จแล้ว ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และปราสาทพระเทพบิดร พระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปที่ฐานชุกชี ทรงวางกระทงดอกไม้บนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา จากนั้น เสด็จออกจากพระอุโบสถ ไปยังปราสาทพระเทพบิดร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช เสร็จแล้ว เสด็จออกจากปราสาทพระเทพบิดร ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

>> DSI เห็นแย้ง ควรสั่งฟ้อง 2 บอส ดิไอคอน เสนออัยการสูงสุดชี้ขาด

18.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สอบสวนดำเนินคดีอาญากรณีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก รวม 19 คน ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 19 ราย แล้วต่อมาพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้พิจารณาสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐาน และมีคำสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาจำนวนสองคน คือบอสมีน และบอสแซม และส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวมายังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อพิจารณาว่าจะเห็นแย้งหรือไม่ ตามที่ปรากฏข่าวแล้วนั้น

ล่าสุด พันตำรวจตรี ยุทธนาแพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้พิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวน และความเห็นของพนักงานอัยการประกอบแล้ว เห็นว่ายังมีข้อเท็จจริงบางประการ ที่สมควรเสนอให้อัยการสูงสุดมีความเห็นชี้ขาด จึงได้ทำความเห็นแย้งเห็นควรฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เสนอไปยังอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาชี้ขาดต่อไป

>> นายกฯ ให้กำลังใจ จนท. บริเวณอาคาร สตง.

19.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปบริเวณอาคารก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทั้งจากภาครัฐและอาสาสมัครที่ยังคงทำงานอย่างเต็มกำลังจนถึงวันนี้ พร้อมได้สอบถามถึงกระบวนการทำงาน อุปสรรค และความต้องการที่อยากให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมด้วย
โอกาสนี้ นายกฯ ได้พูดคุยติดตามการดำเนินงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงกระบวนการเก็บหลักฐานเพื่อนำไปดำเนินการในทางกฎหมายต่อไป

นายกฯ ยืนยันว่า รัฐบาลจะเร่งดำเนินการ ทั้งการเยียวยาความเสียหาย การกู้ภัย การตรวจสอบข้อเท็จจริง และทำงานทุกมิติอย่างเต็มที่ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถพ่วง มีผู้เสียชีวิตท้ายรถ

04.25 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตี๊ง มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนท้ายรถพ่วง และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนถนนทางหลวงหมายเลข 340 ก่อนถึงแยกนพวงศ์ เล็กน้อย ใกล้เคียงตลาดนัด นพวงศ์ พลาซ่า ในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี รายละเอียดอยู่ระหว่างตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถพ่วง ฮีโน่ ป้ายทะเบียน นครปฐม จอดอยู่ที่เลนซ้าย และที่ท้ายรถ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน สุพรรณบุรี ล้มคว่ำสภาพหน้ารถพังเสียหาย และพบร่างของผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 20 ปี สภาพนอนคล่อมรถ ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว

>> แผ่นดินไหว ที่เชียงใหม่

04.40 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.0 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.แสนไห อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ (19.69°N,98.48°E) ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...