โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

PHG โชว์ผลงานไตรมาส 3 ปี 66 มีกำไรสุทธิ 81.89 ล้านบาท หลังรายได้เพิ่มขึ้นทุกกลุ่มลูกค้า

The Reporters

อัพเดต 16 พ.ย. 2566 เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2566 เวลา 07.45 น.

แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป โชว์ผลประกอบการ กวาดกำไรไตรมาส 3 ปี 66 อยู่ที่ 81.89 ลบ. ส่งผลธุรกิจโตเพิ่มขึ้น 16.02% ทำให้ผลกำไรสุทธิรวม 9 เดือน ปี 66 อยู่ที่ 157.8 ลบ. หลังรายได้เพิ่มขึ้นทุกกลุ่มลูกค้า ส่วน รพ.แม่และเด็กหนุนอัตราครองเตียงทะลุ 92% เนื่องจากมีการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้ออาร์เอสวี และโรคไข้หวัดใหญ่ พร้อมกันนี้กางแผนสร้างรายได้ปี 68 ทะลุ 2,600 ลบ. โดยการขยายเตียงผู้ป่วยในแตะ 300 เตียง เพิ่มผู้ป่วยประกันสังคมแตะ 176,000 ราย

นายรณชิต แย้มสอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PHG เปิดเผยว่า ผลประกอบการในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 81.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.31 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 16.02% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 70.58 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิรวม 9 เดือนของปี 2566 อยู่ที่ 157.8 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทฯ มีรายได้รวมช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2566 อยู่ที่ 568.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.13 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 9.89% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวม 516.91 ล้านบาท

ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของทั้งกำไร และรายได้ของบริษัทฯ มีสาเหตุหลักมาจากรายได้ จากการให้บริการกับกลุ่มลูกค้าปกติ หรือ Normalized revenue เติบโตอยู่ที่ 19.11% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากรายได้ของกลุ่มลูกค้าทั่วไป และคู่สัญญาเติบโตอยู่ที่ 15.80% ในขณะที่อัตราการครองเตียงสำหรับช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2566 อยู่ที่ 92.96% เพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่อยู่ที่ 86.14%

“โดยการเพิ่มขึ้นของอัตราครองเตียง มาจากการเข้ารับบริการของผู้ป่วยเด็ก จากโรงพยาบาลเฉพะทางแม่และเด็ก เนื่องจากมีการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้ออาร์เอสวี และโรคไข้หวัดใหญ่ นอกจากนี้อัตราการเข้ารับบริการ ของผู้ป่วยนอกสำหรับช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 66 อยู่ที่ 66.65% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่อยู่ที่ 61.04% โดยการเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้ารับบริการของผู้ป่วยนอก มาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวน ผู้เข้ารับบริการต่อวันทั้งในส่วนลูกค้าทั่วไป และลูกค้าประกันสังคม เนื่องจากโรงพยาบาลได้รับเปิดรับ จำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นในปี 2566 จาก 140,000 คน เป็น 156,000 คน”นายรณชิต กล่าว

บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมทะลุ 2,600 ล้านบาทภายในปี 2568 ด้วยกลยุทธ์ในการขยายบริการทางการแพทย์,เพิ่มศักยภาพการบริการ,ขยายช่องทางการรับผู้ป่วยใหม่เพิ่มเติม,จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ด้วยมาตรฐานการแพทย์ และการดูแลสุขภาพขั้นสูง และปรับปรุงวอร์ดผู้ป่วยขยายพื้นที่ ให้บริการทางการแพทย์ รวมถึงการใช้เทคโนโลยี มาสนับสนุนการให้บริการทางการแพทย์

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ลงทุนใน GYNE Cosmetics ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนไข้ ชาวไทย และชาวต่างชาติ รวมถึงความร่วมมือกับ Haifu Chongqing สำหรับพัฒนาวิธีการรักษา โดยการผ่าตัดแบบไม่ต้องเปิดแผล หรือ non-invasive surgery treatment สำหรับผู้หญิงที่เป็นโรคทางนรีเวชโดยเฉพาะ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์เคมีบำบัด สำหรับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะสามารถให้บริการผู้ป่วย มากกว่า 200 คนภายในสิ้นปีนี้

สำหรับแผนในการขยายธุรกิจ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการทางการแพทย์ ของบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามแผนที่ได้วางไว้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้าง อาคารจอดรถและโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่ที่ 1 ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2567 และโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่ที่ 2 ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 รวมถึงการซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อเพิ่มศักยภาพ ในการให้บริการทางการแพทย์

“และภายในสิ้นปี 2567 บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณ การรองรับผู้ป่วยด้วยการเพิ่มเตียงผู้ป่วยใน หรือ IPD จากเดิม 270 เตียงเป็น 300 เตียง หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นราว 16% และเพิ่มการรองรับและให้บริการผู้ป่วยประกันสังคม จากเดิม 156,000 คนเป็น 176,000 คน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นราว 13% รวมถึงการเพิ่มความสามารถ ในการรองรับผู้ป่วยโรคไตเพิ่มขึ้น จากเดิม 63 ยูนิตเป็น 130 ยูนิต หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นราว 106%” นายรณชิต กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...