โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ข้าคือชายาผู้เหี้ยมโหด

นิยาย Dek-D

อัพเดต 16 มี.ค. 2567 เวลา 12.15 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2567 เวลา 12.15 น. • camellianovel
สิบปีก่อน นางถูกครอบครัวที่ไว้ใจที่สุดทรยศ! สิบปีต่อมา นางกลับมาพร้อมด้วยความเลือดเย็นที่ถูกหล่อหลอมมา ใครก็ตามที่กล้ามารังแก ดูถูก นางจะให้มันผู้นั้นต้องชดใช้อย่างสาสม!

ข้อมูลเบื้องต้น

ข้าคือชายาผู้เหี้ยมโหด

一品荣华:悍妃天下

ผู้เขียน เฟิงกวงจี้เยว่ 风光霁月

ผู้แปล P15

ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทย โดย Camellia Novel

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สิบปีก่อน… นางถูกครอบครัวที่ไว้ใจที่สุดทรยศ

สิบปีต่อมา… นางกลับมา พร้อมกับความเลือดเย็นโหดร้ายที่ถูกหล่อหลอมจากแดนไกล

นางถูกส่งตัวไปดินแดนทางเหนือในฐานะเชลยศึก แต่ในวันที่กลับมา นางช่วยเชลยศึกอีกเจ็ดพันคนเอาไว้

เมื่อนางกลับเข้าสู่ชีวิตของสตรีในห้องหอ ในเรือนหลังล้วนเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายและแผนการสกปรก แต่สตรีเช่นนางเคยผ่านอันตรายถึงเพียงไหนมาเล่า จะเห็นเรื่องราวเหล่านี้อยู่ในสายตาได้อย่างไร นี่นับเป็นเพียงละครฉากเล็กๆ เท่านั้น

แต่ไม่อยู่ในสายตาก็ส่วนไม่อยู่ในสายตา ที่ต้องชดใช้ยังคงต้องชดใช้!

ผู้ใดก็ตามที่บังอาจกล้ามารังแก ดูถูก หวังให้นางอับอาย ผู้นั้นจะต้องชดใช้อย่างสาสม!

หลังจากเล่นสนุกกับละครฉากเล็กๆ เหล่านี้แล้ว แน่นอนว่าละครฉากใหญ่ย่อมต้องมาถึง… ในเมื่อผลักไสนางไปสู่ดินแดนที่แสนห่างไกล เช่นนั้นนางก็ไม่จำเป็นต้องมีความภักดีใดๆ ภารกิจลับในมือนางจะต้องทำให้สำเร็จให้จงได้… ส่วนจะเป็นการทำลายใคร นางล้วนไม่ใส่ใจ

นางจะต้องไม่ตกอยู่ภายในกำมือของผู้ใดอีกต่อไป!

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Camellia Novel

ในการเผยแพร่และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว

《一品荣华:悍妃天下》

Author: 风光霁月 Feng Guang Ji Yue

Copyright ⓒ by COL Digital Publishing Group Co., Ltd. Thai (language) Translation Copyright ⓒ 2024 by Amarin Printing and Publishing Public Co., Ltd.

This Thai edition is published by arrangement with COL Digital Publishing Group Co., Ltd. Arranged through Beijing Wenxin Wenchuang Technology Co., Ltd. (北京文心文创科技有限公司) & Pelican Media Agency Ltd.,Taiwan All rights reserved

ติดตามความคืบหน้าได้ที่ เพจ @Camellia Novel

ทางสำนักพิมพ์ขอขอบคุณทุกๆ การสนับสนุนของนักอ่านทุกท่านค่ะ

บทที่ 1 พี่ใหญ่กลับมาแล้ว

ฤดูใบไม้ผลิที่แสงอาทิตย์สาดส่องในเดือนสาม เป็นช่วงฤดูกาลที่ต้นหยางและต้นหลิวกำลังผลิช่อสีเขียวอ่อน เหล่านกนางแอ่นส่งเสียงร้อง สรรพสิ่งฟื้นกลับคืนมาอีกครั้ง

ราชธานีแคว้นต้าเยียน ที่หน้าประตูจวนอัครมหาเสนาบดีสวีซึ่งตั้งอยู่บนถนนใหญ่ในย่านอวี้ชุนฝางอันหรูหรา เศษปะทัดสีแดงฉานยังไม่มีใครมาเก็บกวาด ป้ายตัวอักษรสีทองถูกผ้าขาวคลุมเอาไว้ ธงขาวส่งวิญญาณปลิวไสวไปตามแรงลม กลิ่นธูปเทียนและเถ้ากระดาษเงินกระดาษทองลอยตลบอบอวลอยู่ในอากาศ

“จวนใต้เท้านี่อย่างไรกัน ไหนบอกว่าคุณหนูสี่ของพวกเขากลับมาแล้ว เป็นเรื่องมงคลไม่ใช่หรือ” ราษฎรที่เดินผ่านไปมาไม่เข้าใจนัก

“นั่นน่ะสิ เมื่อครู่นี้เพิ่งจะตีฆ้องร้องป่าวต้อนรับ เหตุใดพริบตาเดียวก็แขวนผ้าขาวเช่นนั้น”

“หรือแม่นางผู้นั้นตายทันทีที่กลับมาถึงจวน”

“หุบปากนะ อยากตายหรืออย่างไร”

ในเวลานี้ ห้องโถงใหญ่ของบ้านสกุลสวีกำลังวุ่นวาย คนรับใช้ทุกคนได้แต่ประหวั่นพรั่นพรึง จัดตกแต่งห้องโถงใหญ่ให้เป็นโถงงานศพอย่างเบามือเบาเท้า

ภายในโลงศพสีดำเป็นเงานั้นไร้ร่างมนุษย์ มีเพียงหมวกและเสื้อผ้าของผู้ชายชุดหนึ่งวางเอาไว้ หญิงที่มีหน้าที่เฝ้าวิญญาณโยนกระดาษเงินกระดาษทองลงไปในกระถางที่เปลวเพลิงกำลังลุกโชติช่วง เถ้ากระดาษลอยคว้างขึ้นไปในอากาศ

“สวีฉางหนิง เจ้าไปตายเสีย!” ภายในห้องที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเศร้าสร้อย มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น

เสียงร้องไห้หยุดชะงัก ทุกคนต่างหันไปมองตามเสียงนั้นด้วยความตกตะลึง

“เมียเจ้ารอง เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร” นายหญิงชราพุ่งเข้ามากอดร่างสาวน้อยในชุดขาวที่ล้มลงอยู่ตรงหน้าประตู ใช้ผ้าเช็ดหน้ากดหน้าผากที่มีเลือดพุ่งออกมา “นางเป็นหลานสาวแท้ ๆ ของเจ้านะ!”

“ข้าไม่มีหลานสาวที่เป็นตัวทำลายครอบครัวเช่นนี้!”

“เจ้า…” นายหญิงชราโกรธจัด ทั้งหงุดหงิดที่ฮูหยินรองอาละวาดไม่มีเหตุผล ทั้งสงสารเคราะห์กรรมที่หลานสาวต้องมาประสบพบเจอ

เมื่อเห็นดังนั้น คุณนายรองและคุณหนูเจ็ดที่อยู่อีกด้านจึงรีบเข้ามาพยุงฮูหยินรองทั้งซ้ายขวา “ท่านแม่ ท่านใจเย็น ๆ ก่อนนะเจ้าคะ อย่าได้ทำให้นายหญิงชราไม่พอใจเป็นอันขาด”

ทว่าฮูหยินรองผู้สูญเสียบุตรชายไม่สนใจเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น

นางผลักคนทั้งสองออก ถลึงดวงตาแดงก่ำอย่างโมโหโทโส ชี้นิ้วสั่นระริกไปยังสาวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของนายหญิงชรา “สวีฉางหนิงผู้นี้เป็นตัวซวย หากไม่ใช่เพราะต้องนำตัวนางกลับมาที่แคว้น ติ้งเกอเอ๋อร์ลูกชายของข้ามีหรือจะต้องไปตายอยู่ในสนามรบ แม้แต่ร่างก็ยังไม่มีที่ฝัง”

นายหญิงชรามองคนที่สลบไสลอยู่ในอ้อมกอดด้วยความสงสาร “หนิงเจียเอ๋อร์ถูกจับตัวไปตอนอายุเพียงแปดขวบ เป็นตัวประกันอยู่ที่แคว้นเป่ยจี้ถึงสิบปี ต้องทนความยากลำบากมาไม่น้อย! ถึงแม้จะเสียใจที่ติ้งเกอเอ๋อร์ต้องตายในสนามรบ แต่เขาก็ตายเพื่อบ้านเมือง เกี่ยวอะไรกับหนิงเจียเอ๋อร์ด้วย”

ฮูหยินรองน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย ร้องตะโกนด้วยความโศกศัลย์ “ท่านแม่…หลานชายของท่านตาย ลูกชายคนเล็กของข้าตายนะเจ้าคะ!”

“ไม่มีติ้งเกอเอ๋อร์ เจ้าก็ยังมีลูกชายอีกคน กับลูกชายของอนุฯ อีก” นายหญิงชราน้ำตาไหลด้วยความโศกเศร้า “เจ้าโวยวายเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วติ้งเกอเอ๋อร์จะฟื้นกลับขึ้นมาหรืออย่างไร จะต้องให้หลาน ๆ ของหญิงชราเช่นข้าต้องตายตกตามกันไปจึงจะสาแก่ใจของเจ้าอย่างนั้นหรือ”

เมื่อทุกคนเห็นท่าทีของนายหญิงชรา ก็รู้สึกเป็นห่วงสวีฉางหนิง จึงพากันล้อมวงเข้ามาดูอาการของนาง ก็เห็นว่าสาวน้อยผู้มีดวงหน้างดงามกำลังหลับตาพริ้มทั้งสองข้าง ริมฝีปากเล็กบางซีดขาวราวกับกระดาษ โลหิตที่ไหลออกมาจากขมับซึมเปื้อนผ้าเช็ดหน้าของนายหญิงชรา เสื้อและคอเสื้อสีขาวมีรอยแดงเป็นดวง ๆ ใบหน้าซีดขาวจนแทบจะโปร่งแสง ราวกับจะละโลกไปได้ทุกเมื่อ

ผู้คนต่างพากันส่ายหน้าทอดถอนใจ

“น่าสงสารเหลือเกิน ตั้งสิบปีกว่าจะได้กลับบ้าน ยังพูดได้เพียงไม่กี่ประโยค…” อนุฯ หานของนายท่านใหญ่ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับที่หางตา เอ่ยออกมาเสียงเบา

เมื่อนายหญิงชราได้ยินเข้า ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดใจมากขึ้นไปกว่าเก่า น้ำตาพรั่งพรูออกมาด้วยความโศกศัลย์

ฮูหยินรองกลับยังคงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้นเคืองเช่นเก่า

ทันทีที่สวีฉางหนิงก้าวเท้าเข้ามาในจวน ก็มีข่าวสวีฉางติ้งเสียชีวิตในสนามรบตามมาในทันที แม้แต่ศพก็หาไม่พบ สวีฉางหนิงเจ้ากี้เจ้าการพาเชลยศึกจำนวนเจ็ดพันคนหนีกลับมายังแคว้น และถูกแคว้นเป่ยจี้ตามไล่ฆ่า แต่กลับทำให้บุตรชายของนางต้องตาย แล้วจะไม่ให้นางเคียดแค้นได้อย่างไร

ฮูหยินรองขยำผ้าเช็ดหน้าพลางคิดจะโต้เถียงกับนายหญิงชราอีก หากอยู่ ๆ ก็เห็นว่าสวีฉางหนิงที่หมดสติไปลืมตาขึ้นมา และลุกขึ้นมานั่งตัวตรง

เมื่อเหตุการณ์พลิกผัน ฮูหยิบรองก็ตกใจจนกระถดถอยหลัง ต้องใช้มือจับโต๊ะตัวเล็กจึงจะประคองตัวเองไว้ได้

“เจ้าเด็กหนิงฟื้นแล้วรึ ปวดหัวมากหรือไม่ มองเห็นชัดเจนดีหรือไม่” นายหญิงชราเอ่ยถามสวีฉางหนิงหลายประโยคด้วยความห่วงหา

สวีฉางหนิงรู้สึกว่าศีรษะหนักอึ้ง โลหิตไหลลงมาตามแก้มขาวนวล ดูเหมือนว่านางจะไม่รู้สึกตัว มีเพียงแต่นัยน์ตากลมทั้งคู่ราวดวงตาของลูกกวางจับจ้องไปเบื้องหน้า ภาพใน ‘ความฝัน’ เมื่อครู่วิ่งผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว

…พายุฝน ลานประหาร ร่างและศีรษะของคนในครอบครัวกระจัดกระจายออกจากกัน พายุฝนชะล้างโลหิต ชายแปลกหน้ารูปงามองอาจที่เรียกตนเองว่าเป็นสามีของนาง กล่าวหาว่านางคบชู้กับกู้จิ่วเจิง นางเห็นศีรษะของมารดาตนร่วงหลุดลงมา สุดท้ายหัวใจก็เย็นวาบ กระโดดลงมาจากกำแพงเมืองอย่างสิ้นหวัง…

“เจ้าเด็กหนิง” นายหญิงชราเห็นว่าดวงตาทั้งคู่ของสวีฉางหนิงไร้แวว จึงยื่นมือออกไปโบกตรงหน้านางด้วยความกังวล

สวีฉางหนิงไม่ขยับเขยื้อน แน่นิ่งราวกับหุ่นกระบอกที่ถูกตัดเชือก

“พี่เจ็ด ท่านว่าพี่สี่เป็นอะไรไป ไม่ใช่ว่าหัวกระแทกจนปัญญาอ่อนไปแล้วหรือ” คุณหนูเก้าที่อยู่อีกด้านเอ่ยถามคุณหนูเจ็ดเสียงเบา

“พูดจาเพ้อเจ้ออะไร”

“ข้าเพ้อเจ้อที่ไหนกัน ท่านดูท่าทางของนางสิ ท่านย่าถามนาง นางยังไม่ตอบคำ หากไม่ปัญญาอ่อนแล้วจะเป็นอะไรได้อีก”

“ยังจะพูดอีกรึ!”

นายหญิงชราได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ก็รู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง จึงรีบร้อนเอ่ยถามว่า “หมอล่ะ เหตุใดหมอจึงยังไม่มาอีก” มือทั้งสองข้างเกาะกุมมืออ่อนนุ่มจนแทบจะไร้กระดูกของสวีฉางหนิง “เจ้าเด็กหนิง เจ้าเป็นอะไรไป เจ้าพูดอะไรบ้างสิ อย่าทำให้ย่าตกใจเช่นนี้”

ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากหลังมือ ทำให้สวีฉางหนิงเริ่มได้สติ นางมองไปตามต้นเสียง เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของนายหญิงชรา

สวีฉางหนิงชะงัก ภาพนองเลือดที่อยู่ใน ‘ความฝัน’ ช่างน่าหวาดผวานัก นานช้าจึงเอ่ยขึ้นอย่างลังเล “ท่านย่า…”

นายหญิงชราดีใจขึ้นมา นางพยักหน้าติด ๆ กัน “ข้าเอง ข้าเอง หนิงเจียเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

สวีฉางหนิงหลุบขนตายาวลง น้ำเสียงอ่อนหวาน เชื่อฟัง “ท่านย่า ท่านไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ ข้าไม่เป็นอะไร”

“อ้า…สวรรค์ไม่ยุติธรรม เหตุใดเจ้าจึงมีชีวิตกลับมาได้ เหตุใดเจ้าถึงไม่ตาย” ฮูหยินรองกรีดร้องก่อนจะโผเข้ามา

“เมียเจ้ารอง” นายหญิงชราปกป้องสวีฉางหนิง นางหันไปหาคนที่อยู่ด้านข้าง “พวกเจ้ายืนนิ่งทำไมกัน ยังไม่รีบจับตัวนางลากออกไปอีก”

ผู้คนรีบเข้ามาห้ามปราบ ทว่าฮูหยินรองกลับร้องตะโกนพร้อมน้ำตานองหน้า “ลูกชายของข้าต้องตายเพราะนาง นางมีสิทธิอะไรถึงยังมีชีวิตอยู่ ข้าจะให้นางชดใช้ชีวิตให้ลูกชายของข้า!”

เสียงกรีดร้องแสบหูดังทะลุเข้าโสตประสาท ทันใดนั้นสวีฉางหนิงก็นึกถึงภาพที่มารดาของตนถูกตัดศีรษะ โลหิตพวยพุ่ง หัวใจก็เต้นรัวเร็ว สมองอื้ออึง นางผลักนายหญิงชราออกไปอย่างแรง ก่อนจะลุกขึ้นวิ่งสะเปะสะปะออกไปด้านนอก

“เจ้าเด็กสี่ เจ้าจะไปไหน” นายหญิงชราตกตะลึงจนใบหน้าถอดสี

สวีฉางหนิงปวดศีรษะจนแทบจะขาดใจ ฝีเท้าเบาหวิว ทว่านางจะต้องไปหามารดาของตนในตอนนี้ ขณะนี้ เดี๋ยวนี้!

ใครจะคิดว่าทันทีที่นางพุ่งออกมานอกห้อง ก็ชนเข้ากับบุคคลหนึ่งเข้า

ร่างของคนผู้นั้นมีกลิ่นกำยานและกลิ่นน้ำหมึกอ่อน ๆ ท่อนแขนใหญ่ทั้งสองข้างประคองแขนของนางไว้ เมื่อช่วยให้นางยืนได้อย่างมั่นคง ก็รีบถอยออกไปหนึ่งก้าว เอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยนและเป็นห่วงว่า “แม่นาง ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”

สวีฉางหนิงเหลือบสายตาขึ้น ก็เห็นใบหน้าของคนแปลกหน้าทว่าคุ้นเคยดวงหนึ่ง ทันใดนั้นม่านตาก็หดเล็กลงเท่าปลายเข็ม

นี่คือ ‘สามี’ ที่อยู่ใน ‘ความฝัน’ เมื่อครู่นี้ของนางไม่ใช่หรือ!

คนแปลกหน้าที่นางเห็นในความฝัน บัดนี้มาปรากฏกายอยู่ตรงหน้าของนาง

ถ้าเช่นนั้น ‘ความฝัน’ ของนาง ยังคงเป็นความฝันอีกหรือไม่

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...