โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนสหรัฐถล่มที่ตั้งทหารอิรักจะทำให้สถานการณ์บานปลาย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 24 ม.ค. 2567 เวลา 16.45 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2567 เวลา 09.37 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

แบกแดด 24 ม.ค.- สำนักนายกรัฐมนตรีอิรักออกแถลงการณ์วันนี้เตือนว่า การที่สหรัฐโจมตีที่ตั้งทางทหารของอิรักจะทำให้สถานการณ์บานปลายอย่างไร้ความรับผิดชอบ และเป็นการละเมิดอธิปไตยของอิรัก

แถลงการณ์ของสำนักนายกรัฐมนตรีอิรักระบุด้วยว่า อิรักจะถือว่าปฏิบัติการของสหรัฐเป็นการกระทำรุกรานที่บั่นทอนความร่วมมือระหว่างกันที่ยาวนานหลายปี ก่อนหน้านี้นายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐแถลงเมื่อวันอังคารว่า สหรัฐได้โจมตีที่ตั้ง 3 แห่งโยงกับกลุ่มติดอาวุธในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน การโจมตีที่แม่นยำนี้เป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการที่กลุ่มติดอาวุธเหล่านี้โจมตีกำลังพลของสหรัฐและพันธมิตรในอิรักและซีเรียอย่างต่อเนื่อง กองบัญชาการกลางสหรัฐที่ปฏิบัติการในตะวันออกกลางแถลงว่า ได้โจมตีที่ตั้ง, โกดัง และศูนย์ฝึกของกลุ่มคาตาอิบ ฮิซบอลเลาะห์ แหล่งข่าวเผยว่า มีสมาชิกกลุ่มติดอาวุธถูกสังหาร 2 คน บาดเจ็บ 4 คน

ด้านโฆษกกลุ่มคาตาอิบ ฮิซบอลเลาะห์ ที่เป็นกลุ่มติดอาวุธชีอะห์ในอิรัก โพสต์ผ่านเอ็กซ์ (X) ว่า ทางกลุ่มจะเดินหน้าจัดการกับฐานที่มั่นของศัตรู จนกว่าอิสราเอลจะยุติการปิดล้อมกาซา และได้ระบุอย่างเจาะจงเรื่องสหรัฐให้การสนับสนุนอิสราเอล

กำลังพลสหรัฐที่ฐานทัพอากาศไอน์ อัล-อาซัด

กำลังพลสหรัฐในอิรักและซีเรียถูกกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีแล้วราว 150 ครั้ง นับตั้งแต่เกิดสงครามในกาซาเมื่อเดือนตุลาคม 2566 และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กำลังพล 4 นายได้รับบาดเจ็บที่สมอง หลังจากฐานทัพอากาศไอน์ อัล-อาซัดในอิรักถูกกลุ่มที่อยู่ในอิรักระดมยิงด้วยจรวดและขีปนาวุธทิ้งตัว.-814.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...