โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัก 15 ปีหนุ่มเภสัชฯ ดีเจเจ๊แหม่ม ความตายพรากใน 7 วัน ฟรีซบ้านรังรัก 20 ปีไม่กลับไป

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 พ.ย. 2565 เวลา 05.01 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2565 เวลา 04.54 น. • The Bangkok Insight

ดีเจเจ๊แหม่ม เล่าจุดเปลี่ยนชีวิต ความตายพรากรัก 15 ปี ใน 7 วัน ฟรีซบ้านรังรัก 20 ปีไม่กลับไป

แฟนคนแรกหนุ่มเภสัชฯ ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน 15 ปี ตั้งแต่เป็น วินัย สุขแสวง ซื้อบ้าน ซื้อรถด้วยกัน ก่อนถึงจุดเปลี่ยนในชีวิตดีเจเจ๊เเหม่ม เปิดใจในรายการแฉ เมื่อความตายพรากคนรักไปตลอดกาล ทำให้เข้าใจว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไรจริง ๆ พอจากโลกไปแล้วไม่ได้อะไรไปด้วยจริง ๆ เราต้องรักกันให้มาก ๆ กับคนที่เป็นครอบครัว เพื่อน ที่สำคัญเราอย่าไปสร้างศัตรู

โดย ดีเจเจ๊เเหม่ม ย้อนเล่าว่า แฟนหนุ่มปวดท้อง ลำไส้มีปัญหา เลยเอาชิ้นเนื้อไปตรวจก็ไม่เจอ ตอนนั้นเหมือนจะดีขึ้น แต่อยู่ ๆ อาการเดิมกลับมาอีก คราวนี้ทรุดหนักเลย ยังไม่ทันให้คีโมเลย ขึงเลย นอนดิ้นจะตายแล้ว ไม่ไหวแล้ว ผูกแบบนี้ เราก็เจ็บปวดไปอีก (ทำหน้าสุดทรมาน) 3 วันนอนดิ้นต้องผูก 7 วันไปเลย คีโมก็ให้ไม่ได้ เพราะร่างกายเขาอ่อนแอมาก

เข้าบ้านไม่ได้ ฟรีซบ้านหลังนั้นไว้ 20 กว่าปี ไม่กลับไปเลย ปลวกขึ้นเต็มไปหมดเลย บ้านหลังนั้นก็ทิ้งไว้เลย เพิ่งจะขายไปไม่กี่ปี เคยจะกลับไปขนของ ไปถึงหน้าบ้าน ขนาดเวลาผ่านไป 10-15 ปีแล้ว เปิดกระจกมองไปที่หน้าบ้านน้ำตามันไหลพราก แต่หัวเราะตลกตัวเอง เป็นอะไรไหนบอกเข้มแข็งขึ้นแล้วไง ลึก ๆ ความรู้สึกข้างในมันยังได้

เมื่อรู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไรต้องเสียแล้ว เพราะเราเสียไปเยอะแล้ว จาก ดีเจวินัย สุขแสวง กลายเป็น ดีเจเจ๊แหม่ม ขอทำอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องไปถามคนอื่นว่าฉันทำได้ไหม ทำสิ่งที่เรามีความสุขและไม่ไปทำร้ายใคร ศัลยกรรมทำหน้า ปลูกผม เกือบเฉาะแล้ว ลุกขึ้นมาทำอะไรเยอะไปหมด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...