โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ กำชับปรับโฉมประเทศไทยด้วย BCG

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 30 ธ.ค. 2565 เวลา 13.32 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2565 เวลา 03.43 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบ 30 ธ.ค.- “ธนกร” เผยนายกฯ กำชับปรับโฉมประเทศไทยด้วย BCG คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ แตะ 4.4 ล้านล้านบาท หรือ 24% ของ GDP ภายในปี 2570 เพื่อวางอนาคตให้ประชาชนพ้นจากความยากจน ประเทศพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ลั่นทุกตารางนิ้วของประเทศจะได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยไปสู่รูปแบบใหม่ BCG Economy Model ภายใต้นโยบายและการผลักดันของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่วางอนาคตให้ประชาชนพ้นจากความยากจน ประเทศพ้นกับดักรายได้ปานกลาง เพิ่มเศรษฐกิจประเทศให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม โดยอาศัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพการผลิต ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด ขับเคลื่อนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการปล่อยก๊าชเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2558-2564 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม BCG รวม 2,900 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 6.75 แสนล้านบาท และในปี 2564 ประเทศไทยมีการลงทุน ด้าน BCG Economy 1.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 123%

นายธนกร กล่าวอีกว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ประมาณว่า ภายในปี 2570 เศรษฐกิจ BCG จะสร้างมูลค่าถึง 4.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 24% ของ GDP นอกจากนี้ รัฐบาลยังตั้งเป้าให้ไทยเป็น “Bio Hub of Asian” ภายในปี 2570 ซึ่งที่ผ่านมีการลงทุนแล้ว 5 โครงการ มูลค่า 39,870 ล้านบาท และอยู่ระหว่างแผนการก่อสร้างและขับเคลื่อนให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชน จำนวน 4 โครงการ มูลค่า 127,705 ล้านบาท พร้อมทั้งส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรม/ สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่จากของเสีย/วัสดุ เหลือใช้ภายในประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการปรับรูปแบบธุรกิจสู่ Circular Business Model และระบบเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าชเรือนกระจก เพื่อตอบโจทย์ NET ZERO EMISSION ด้วยการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศ ตามนโยบาย 30@30 มีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า รถยนต์นั่งและรถกระบะ 725,000 คัน รถจักรยานยนต์ 675,000 คัน รถบัสและรถบรรทุก 34,000 คัน รวมทั้งการผลิตรถไฟระบบราง รถสามล้อ และเรือโดยสารด้วย เพื่อสร้างงานและยกระดับรายได้ของประชากร

“ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ท่านนายกฯ สั่งการทุกกระทรวง ทุกส่วนราชการ ให้จัดทำมาตรการหรือโครงการต่างๆ ที่มุ่งเน้นการกระจายโอกาส กระจายรายได้ นำความมั่งคั่งไปสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างทั่วถึง เพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น ถือเป็นการเปลี่ยนโฉมประเทศสู่อนาคตที่สดใส ยืนยันว่า ทุกตารางนิ้วของประเทศไทยจะได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกกล่าว .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...