"มิรินน์โชว์" รุกเพิ่มวาไรตี้ หวังขึ้นแท่นผู้นำ "คาบาเรต์โชว์"
หลังจากที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมากขึ้นแบบมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ธุรกิจต่อเนื่องทยอยเปิดให้บริการ
“มิรินน์ โชว์ แบงค็อก” หรือ MirinnShow Bangkok การแสดงคาบาเรต์โชว์ & มวยไทยโชว์ ศิลปะการต่อสู้ ในรูปแบบ international variety entertainment ณ โรงละคร Mirinn Theatre อาร์ซีเอ (RCA) พระราม 9 กรุงเทพฯ เป็นอีก 1 สินค้าด้านการท่องเที่ยวที่กลับมาเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา
ปรับโชว์เป็น “ซีซั่น” ดูได้ไม่ซ้ำ
“มิรินน์ พรหมนอก” เจ้าของโชว์ มิรินน์ แบงค็อก บอกว่า เดิมทีเดียวคอนเซ็ปต์ของ “มิรินน์ โชว์” จะเป็นการโชว์ martial arts หรือศิลปะการต่อสู้ผสมผสานกับคาบาเรต์ แต่กลับมาครั้งนี้ (ปลายเดือนตุลาคม 2565) ได้ทำการปรับรูปแบบการแสดงให้มีความวาไรตี้เพิ่มมากขึ้น เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างมากยิ่งขึ้น
ส่วนเรื่องของ martial arts นั้นจะถูกนำไปใช้ในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยมิรินน์ โชว์จะแบ่งโชว์ออกเป็น 3 ฤดูกาล (ซีซั่น) โดยรูปแบบของการโชว์จะมีการนำโชว์อื่น ๆ เข้ามาผสมโชว์ของแต่ละซีซั่น
กล่าวคือ ที่ผ่านมา ทำโชว์ฤดูฝน (ตุลาคม-ธันวาคม 2565) ชื่อว่า storm จะมี key performance หรือธีมการแสดงที่เกี่ยวกับฝน และบรรยากาศของฤดูฝนโดยเฉพาะ โดยมี acrobatic show หรือโชว์กายกรรม ห้อย โหน เป็นโชว์หลัก
หลังจากนั้นอีก 4 เดือนจะอัพเดตอีกครั้ง และจะเป็นโชว์ฤดูหนาว (มกราคม 2566) ซึ่งซีซั่นนี้จะชื่อว่า snow ซึ่งจะมีการแสดงศิลปะการต่อสู้และมวยไทย หลังจากนั้นอีก 4 เดือนก็จะเป็นโชว์ฤดูร้อน
โดยในแต่ละซีซั่นจะมีการปรับเปลี่ยนตัวการแสดงหลักให้เข้ากับฤดูกาลนั้น ๆ เพื่อให้โชว์ไม่น่าเบื่อ มีความน่าสนใจมากขึ้น และเพื่อที่จะประกาศให้ภาคการท่องเที่ยวทั้งหลายรับทราบว่านักท่องเที่ยวที่มาดูปีที่แล้ว หรือฤดูกาลที่แล้วสามารถกลับมาดูอีกได้ โดยโชว์จะไม่ซ้ำ
และที่เป็นจุดขายสำคัญคือ ปกติแล้วโชว์คาบาเรต์จะเป็นโชว์การเต้น เล่นระบำ ของสาวประเภทสอง แต่ “มิรินน์ โชว์” จะไม่จำกัดเพศ จุดนี้คือ เป็นการให้โอกาสกับนักแสดงที่มีความสามารถทุกเพศ เพื่อให้โอกาสทุกคน
ชู “วาไรตี้เอ็นเตอร์เทนเมนต์”
“มิรินน์” บอกว่า สำหรับจุดขายหลักของโชว์หลังจากกลับมารอบนี้คือ ความวาไรตี้ ความแปลกใหม่จากคาบาเรต์แบบเดิม ๆ และมีการผสมผสานวัฒนธรรมต่าง ๆ ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งเอเชีย ยุโรป ฯลฯ ไม่เพียงแค่เฉพาะประเทศไทย เพื่อให้วัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ตามคอนเซ็ปต์ใหม่ “The International Variety Entertainment Show”
นอกจากนี้ ยังปรับภาพลักษณ์ของโรงละครใหม่ ในลักษณะที่เป็นเหมือนเลานจ์ ที่มีความรีแลกซ์ขึ้น เหมือนโชว์ในยุโรป ไม่ใช่เป็นเหมือนโรงภาพยนตร์เหมือนที่ผ่านมา
โดยในช่วงโควิดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา โรงละครแห่งนี้ก็ยังคงเปิดบริการต่อเนื่อง พร้อมปรับพื้นที่ให้เป็นสถานที่ให้เช่าจัดงานอีเวนต์ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น ๆ และรักษาการจ้างงานและสถานที่ไว้ ซึ่งล่าสุดคือปรับพื้นที่เพื่อที่จะกลับมาเปิดทำโชว์อีกครั้ง
เสียงตอบรับดีเกินคาด
สำหรับกระแสการตอบรับหลังจากเปิดให้บริการโชว์รูปแบบใหม่ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมานั้น นับว่าเป็นโชว์ที่ได้รับการตอบรับดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงก่อนเปิดให้บริการประมาณ 25-30% และระยะเวลาในการเข้าถึงนักท่องเที่ยวก็เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
โดยในช่วงเริ่มต้นที่เปิดให้บริการนั้น ตลาดยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นกลุ่มไหน แต่ปัจจุบันชัดเจนแล้วว่าลูกค้าส่วนใหญ่ของ “มิรินน์ โชว์” ยังเป็นกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) เป็นหลัก ซึ่งมาจากช่องทางออนไลน์
“ก่อนเปิดเราเตรียมตัวเตรียมใจไว้ระดับหนึ่ง เพราะลักษณะของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลุ่มที่เดินทางเป็นกรุ๊ปใหญ่มาโดยเอเย่นต์ยังไม่ออกเดินทาง หรือถ้ามาก็เป็นที่มีขนาดเล็กลง วันนี้เราได้นักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง หรือ FIT และออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มลูกค้าเดิมที่เคยมาแล้วแต่เปลี่ยนมาแบบ FIT แทน”
เพิ่มรอบรับดีมานด์ต้นปีหน้า
“มิรินน์” บอกด้วยว่า เดือนตุลาคม 2565 ซึ่งเป็นเดือนแรกที่เปิดให้บริการ “มิรินน์ โชว์” เปิดบริการวันละ 1 รอบ และเพิ่มเป็นวันละ 2 รอบ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 เป็นต้นมา เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายและการจองล่วงหน้าให้มากขึ้น
โดยสิ่งที่ “มิรินน์ โชว์” เปลี่ยนหลังจากกลับมาคือ จะขายดินเนอร์บวกกับโชว์ คือ รับประทานอาหารค่ำพร้อมดูโชว์ ตามสไตล์ยุโรป นอกจากนี้ยังขายดูโชว์อย่างเดียว (ไม่รวมอาหาร) เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าด้วย ซึ่งปัจจุบันเป็นเพียงโชว์เดียวที่ทำการตลาดแบบขายโชว์บวกอาหาร
“โรงละครเรามีจำนวน 270 ที่นั่ง ด้วยวอลุ่มที่เข้ามาทำให้เราสามารถที่จะเพิ่มรอบอีกได้ แต่ถ้าแนวโน้มและทิศทางดีขึ้นต่อเนื่องเช่นนี้ เราคิดว่ามีความเป็นได้สูงที่จะเพิ่มรอบการแสดงได้ถึง 3-4 รอบเท่ากับช่วงก่อนโควิด”
ทำ “ราคา” ได้ดีกว่าเดิม
สำหรับภาพรวมของธุรกิจโชว์นั้น เจ้าของ “มิรินน์ โชว์” ประเมินว่าหลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย กลุ่มผู้ประกอบการน่าจะทยอยกลับมาเปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 9 แห่ง ปัจจุบันกลับมาเปิดให้บริการแล้วจำนวน 2 แห่ง แต่เชื่อว่าต้นปีหน้าจะเห็นภาพการกลับมาเปิดอีก
และแน่นอนว่าการแข่งขันก็จะเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งในเชิงธุรกิจและกลยุทธ์ แต่ทั้งนั้นก็ถือว่าเป็นการล้างตลาดรูปแบบเดิม ๆ ที่เคยมาเป็นกรุ๊ป ขายได้ในราคาค่อนข้างต่ำ แข่งขันด้านราคาสูงมากจนแทบจะอยู่กันไม่ได้ แต่สถานการณ์ในวันนี้มันจำเป็นต้องปรับใหม่หมด ตั้งราคากันใหม่ ซึ่งทำให้การใช้จ่ายด้านโชว์ต่อครั้งต่อคนจะสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน การประกาศกลับมาเปิดให้บริการเป็นรายแรก ๆ ของตลาดก็เป็น “ความเสี่ยง” หนึ่งเช่นกัน เนื่องจากความชัดเจนในการพลิกฟื้นของตลาดโดยรวมยังไม่ชัดเจนนัก
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวนี้ “มิรินน์ โชว์” จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่สอดรับกับตลาดและเข้าถึงพฤติกรรมนักท่องเที่ยว และใช้โอกาสในการเปิดตัวเป็นรายแรก ๆ นี้ ทำให้เป็นโชว์ที่อยู่ในอันดับ 1 และ 2 ของตลาดให้ได้