’กรามฮับส์บวร์ก’ ความผิดปกติของราชวงศ์ที่แต่งงานกันเองในครอบครัว
ถ้ากล่าวถึงราชวงศ์ที่ทรงอำนาจที่สุดในประวัติศาสตร์ยุโรป ชื่อของราชวงศ์ฮับส์บวร์ก (House of Habsburg) จะต้องเป็นหนึ่งในนั้น
ราชวงศ์แห่งนี้ครองอำนาจในยุโรปยาวนานหลายศตวรรษ สมาชิกของราชวงศ์เป็นอาร์ชดยุคแห่งออสเตรียตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 14 เป็นผู้ปกครองของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15-19 เป็นกษัตริย์แห่งสเปนในศตวรรษที่ 16-17 และเป็นผู้ปกครองของจักรวรรดิออสเตรียในศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20
แต่นอกจากความยิ่งใหญ่ในภาคพื้นยุโรป กลับมีอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ราชวงศ์ฮับส์บวร์กเป็นที่จดจำ สิ่งนั้นก็คือ ’กราม’ ของพวกเขา
สมาชิกของราชวงศ์ฮับส์บวร์กหลายคนมีสิ่งที่เรียกว่า ’Habsburg jaw’ หรือกรามฮับส์บวร์ก โดยเป็นลักษณะที่ขากรรไกรล่างบนใบหน้ายื่นออกมา (จนคางยื่น) ลักษณะดังกล่าวเด่นชัดมากจนศิลปินวาดภาพเหมือนในสมัยนั้นไม่สามารถปกปิดได้ Habsburg jaw ทำให้สมาชิกราชวงศ์บางคนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือพูดคุยได้ตามปกติ
แต่ทว่าผู้คนในช่วงเวลานั้นกลับเชื่อว่า ลักษณะดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า สมาชิกของราชวงศ์ฮับส์บวร์ก เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความพิเศษและสูงศักดิ์ยิ่งกว่ามนุษย์ที่เป็นสามัญชนทั่วไป
อย่างไรก็ตามเมื่อมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ก็ทำให้พบคำตอบว่า Habsburg Jaw ที่เชื่อว่าเป็นสิ่งพิเศษนั้น แท้จริงคือความผิดปกติทางพันธุกรรม ที่เกิดจากการที่สมาชิกของราชวงศ์ฮับส์บวร์กแต่งงานกันเองภายในเครือญาติ
ราชวงศ์ฮับส์บวร์กไม่ต่างจากราชวงศ์อื่น ๆ ที่มีแนวคิดเรื่อง ’สายเลือดบริสุทธิ์’ แนวคิดที่ว่า สมาชิกราชวงศ์จะแต่งงานกับใคร ก็ต้องแต่งกับคนที่เป็นราชวงศ์หรือสถานะเดียวกันเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สายเลือดที่สูงศักดิ์ไปปนเปื้อนกับเลือดของไพร่สามัญชน
จริงอยู่ที่แนวคิดนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรสำหรับราชวงศ์ในยุโรปรวมถึงในพื้นที่อื่นของโลก แต่ราชวงศ์ฮับส์บวร์กทำให้แนวคิดนี้ปรากฎได้อย่างเด่นชัดมาก มีบันทึกว่าจากการแต่งงานจำนวน 11 ครั้งในยุคที่ราชวงศ์ฮับส์บวร์กปกครองสเปนในระหว่างปี 1516-1700 มีการแต่งงานแค่ 2 ครั้งเท่านั้น ที่สมาชิกราชวงศ์ฮับส์บวร์กไม่ได้แต่งกันเอง
แต่อย่างที่หลายคนเคยทราบ การแต่งงานกันเองในครอบครัว ก่อให้เกิดความผิดปกติทั้งในด้านร่างกายและสติปัญญา Habsburg Jaw หรือลักษณะคางยื่นของราชวงศ์ฮับส์บวร์ก ก็คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัด โดยทางการแพทย์เรียกลักษณะอาการแบบนี้ว่า ’Mandibular Prognathism’ หรือภาวะฟันล่างงับฟันบน
ในปี 1517 อันโตนิโอ ดิ เบติส (Antonio di Beatis) นักการทูตชาวอิตาลี เคยบรรยายถึงจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ว่า “ทรงมีใบหนัายาวเหมือนศพ มีปากเอียง (ซึ่งจะอ้าออกเมื่อพระองค์ไม่ได้ระวังตัว) โดยที่ริมฝีปากล่างห้อยลงมา”
ในบรรดาสมาชิกของราชวงศ์ฮับส์บวร์กที่เป็น Habsburg Jaw มีอยู่ห้าคนด้วยกัน ที่ความผิดปกติดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก ประกอลด้วยจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนที่ 1 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ลูกสาวของพระองค์ หลานชายของพระองค์ เหลนชายของหลานชายพระองค์ และกษัตริย์ชาร์ลที่ 2 แห่งสเปน ที่ครองราชย์ในช่วงปี 1665–1700
กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 2 ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคและอาการป่วยหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือลมบ้าหมู ซึ่งกล่าวกันว่า เกิดจากการแต่งงานกันเองในสายเลือดเดียวกันถึง 16 รุ่น โดยยายและอาของกษัตริย์ชาร์ลส์เป็นคนเดียวกัน ส่วนแม่ของพระองค์ก็เป็นหลานสาวของพ่อพระองค์
(ยายของชาร์ลส์เป็นน้องสาวของพ่อชาร์ลส์ เมื่อยายมีลูกสาว ลูกสาวคนนี้ก็คือแม่ของชาร์ลส์ที่ไปแต่งงานกับลุงของตัวเองซึ่งก็คือพ่อของชาร์ลส์นั่นเอง)
ความผิดปกติต่าง ๆ นานาในร่างกาย ทำให้กษัตริย์ชาร์ลส์สวรรคตโดยที่ไม่มีทายาทในวัยเพียง 38 ปีเท่านั้น การสวรรคตครั้งนั้นทำให้ราชวงศ์ฮับส์บวร์กหมดสิ้นอำนาจลงในสเปน กษัตริย์ชาร์ลส์ได้รับการตั้งฉายาว่า ‘เอล เฮชิซาโด’ (El Hechizado) ที่แปลว่าผู้ถูกสาป
หลังกษัตริย์ชาร์ลส์สวรรคต ได้มีบันทึกผลการชันสูตรพระศพของพระองค์ว่า ไม่มีเลือดแม้แต่หยดเดียว หัวใจของพระองค์มีขนาดเท่าเมล็ดพริกไทย ปอดถูกกัดกร่อน ลำไส้เน่าเปื่อย ทรงมีอัณฑะเพียงข้างเดียวที่สีดำเหมือนถ่าน และศีรษะของพระองค์เต็มไปด้วยน้ำ (ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อในบันทึกนี้)
แม้ว่าราชวงศ์ฮับส์บวร์กจะดำรงอยู่ต่อไป แต่ค่านิยมในการแต่งงานกันเองในหมู่เครือญาติ ก็ไม่ได้เป็นที่นิยมในรุ่นลูกหลานอีก ทำให้สมาชิกราชวงศ์ฮับส์บวร์กในรุ่นหลังนี้ ไม่ได้มีความผิดปกติแบบนี้ขึ้นอีก
อ้างอิง
• History Extra. What was the Habsburg jaw?. https://www.historyextra.com/period/medieval/what-was-habsburg-jaw-chin-royal-inbreeding-sign/
• BrandThink. รู้ไหมว่าภาวะ “คางยื่น” ของหมาบูลด็อกกับราชวงศ์ฮับส์บูร์กเกิดจากสาเหตุเดียวกัน. https://www.brandthink.me/content/habsburg-jaw