Volkswagen วางแผนยกเครื่องครั้งใหญ่ จ่อปิดโรงงาน 3 แห่งในเยอรมนี เลิกจ้างพนักงานหลายหมื่นคน
หัวหน้าสภาแรงงานเผย Volkswagen วางแผนยกเครื่องครั้งใหญ่ จ่อปิดโรงงาน 3 แห่งในเยอรมนี เลิกจ้างพนักงานหลายหมื่นคน รวมถึงลดขนาดโรงงานที่เหลือ
วันที่ 28 ตุลาคม 2567 สำนักรอยเตอร์รายงานว่า หัวหน้าสภาแรงงานของบริษัทโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) กล่าวว่า มีแผนจะปิดโรงงานอย่างน้อย 3 แห่งในเยอรมนี เลิกจ้างพนักงานหลายหมื่นคน และลดขนาดโรงงานที่เหลือในเยอรมนี โดยบริษัทวางแผนที่จะยกเครื่องครั้งใหญ่เกินคาด
โฟล์คสวาเกนกำลังเจรจากับสหภาพแรงงานมาหลายสัปดาห์เกี่ยวกับแผนการปฏิรูปธุรกิจและลดต้นทุน รวมถึงการพิจารณาปิดโรงงานในประเทศเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการกระทบต่อความแข็งแกร่งทางอุตสาหกรรมของเยอรมนี
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Volkswagenย้ำว่าจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้างใหม่ และระบุว่าจะเสนอข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมในวันพุธ
นอกจากนี้ Volkswagenยังวางแผนที่จะลดเงินเดือนของแบรนด์ลงอย่างน้อย 10% และคงเงินเดือนไว้ทั้งในปี 2568 และ 2569 อีกด้วย
Daniela Cavallo หัวหน้าสภาแรงงานของVolkswagen บอกกับพนักงานว่า “ฝ่ายบริหารจริงจังกับเรื่องนี้มาก นี่ไม่ใช่การขู่ในการเจรจาร่วมกัน …นี่คือแผนการของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีที่จะเริ่มการขายกิจการในเยอรมนี” แต่ไม่ได้ระบุว่า โรงงานใดจะได้รับผลกระทบ หรือพนักงานของVolkswagen Group ประมาณ 300,000 คนในเยอรมนีจะถูกเลิกจ้างกี่คน
ทั้งนี้ความคิดเห็นของ Cavallo ถือเป็นการทวีความรุนแรงของความขัดแย้งระหว่างพนักงานของVolkswagen และฝ่ายบริหาร เนื่องจากบริษัทต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างรุนแรงจากต้นทุนพลังงานและแรงงานที่สูง การแข่งขันที่รุนแรงในเอเชีย ความต้องการที่ลดลงในยุโรปและจีน และการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ล่าช้ากว่าที่คาดไว้
นอกจากนี้ยังเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลเยอรมันให้ดำเนินการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งดูเหมือนว่าจะหดตัวเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยรัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ กำลังหาทางกระตุ้นการเติบโต
ทั้งนี้ Volkswagenระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทจะเสนอแนวทางลดต้นทุนแรงงาน ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่พนักงานและฝ่ายบริหารจะประชุมกันเพื่อหารือเรื่องค่าจ้างรอบที่ 2 และผู้ผลิตรถยนต์จะเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 3
ด้านกุนนาร์ คิเลียน สมาชิกคณะกรรมการบริหาร กล่าวว่า “สถานการณ์มีความร้ายแรง และความรับผิดชอบของพันธมิตรในการเจรจาก็มหาศาล … หากไม่มีมาตรการที่ครอบคลุมเพื่อฟื้นคืนความสามารถในการแข่งขัน เราจะไม่สามารถลงทุนในสิ่งที่จำเป็นในอนาคตได้”
ขณะที่ โทมัส เชเฟอร์ ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายแบรนด์Volkswagen กล่าวว่า โรงงานในเยอรมนีไม่ได้ผลิตผลงานได้เพียงพอ และดำเนินการเกินต้นทุนเป้าหมายถึง 25-50% ซึ่งหมายความว่าบางโรงงานมีราคาแพงกว่าคู่แข่งถึง 2 เท่า
ทั้งนี้หุ้นVolkswagen ร่วงลงมากกว่า 1% หลังจากการประกาศดังกล่าว หุ้น Mercedes Benz ก็ร่วงลงเช่นกัน โดยหุ้น VW มีมูลค่าลดลง 44% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับหุ้นของ Renault ที่ร่วงลง 12%
โดยสถานการณ์ของVolkswagen สะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่กว้างขึ้นในเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ซึ่งการครองตลาดกำลังถูกท้าทายจากคู่แข่งที่คล่องตัวและราคาถูกกว่าในพื้นที่สำคัญๆ รวมถึงอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของอุตสาหกรรม