โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมาพันธ์ SME ชงตั้ง “กองทุนพิเศษ” ช่วยน้ำท่วม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.ย 2567 เวลา 04.37 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2567 เวลา 04.37 น.

รัฐบาลเร่งเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยสั่งลดขั้นตอน รวมศูนย์ส่งเรื่องเยียวยาช่วยเหลือไว้ที่ ศปช. เสนอ ครม.พร้อมเติมงบฯให้หน่วยงานรัฐ ขณะที่เอกชนในพื้นที่ยังสะท้อนปัญหาความล่าช้า ติดกรอบราชการ สมาพันธ์เอสเอ็มอีเหนือขอ 7 ข้อ แนะใช้กองทุนหมู่บ้าน ตั้งกองทุนเฉพาะกิจอุทกภัย เติมเงินช่วยเหลือ วิสาหกิจรายย่อย ผู้ประกอบการ SMEs อนาคตต้องยอมรับความเสี่ยงหนี้เสียจะพุ่งสูงขึ้นแน่นอน

รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินบริหารจัดการงบฯเพื่อช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วม หลัง ครม.อนุมัติงบฯกลาง 3,045 ล้านบาท โดยที่ประชุม ครม.วันนี้ (24 ก.ย.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการ หากกระทรวง ทบวง กรม จำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมก็ขอให้นำเข้า ครม.เพื่อพิจารณาได้

นอกจากนี้ยังมีการสั่งการให้ลดค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ พร้อมขอความร่วมมือทุกกระทรวงให้ส่งเรื่องเยียวยาอุทกภัยเข้าไปรวมไว้ที่ ศปช. เพื่อพิจารณา ทั้งเรื่องของการซ่อมแซมถนน ประปา ไฟฟ้า ระบบสื่อสาร คมนาคม นำเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน

ส่วนการใช้ “แอปพลิเคชั่นทางรัฐ” ในกรณีสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น นายกฯได้สั่งการให้ คณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (คอส.) และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้งานและยังเร่งรัดเรื่องของการส่งสัญญาณเตือนภัยไปถึงประชาชนผ่านทางสื่อและระบบอิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ วิทยุโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกและหอกระจายข่าวชุมชนด้วย

SMEs เหนือขอรัฐช่วย 7 ข้อ

นายบุญชู กมุทมาโนชญ์ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยภาคเหนือ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้มี 57 จังหวัดทั่วประเทศได้รับผลกระทบจากอุทกภัยกว่า 338,391 ครัวเรือน แบ่งเป็น กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย, พะเยา, แพร่, น่าน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง และสุโขทัย ซึ่งไม่น้อยกว่า 60% โดยที่ผ่านมาได้ติดตามการดูแลของภาครัฐมาโดยตลอด

ถึงแม้จะมีการระดมสรรพกำลังทำงานอย่างเต็มที่ แต่ยังคงติดกรอบระบบราชการ ดังนั้น สมาพันธ์จึงเสนอรูปแบบการเยียวยาผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็นระดับประชาชนทั่วไป รวมระดับวิสาหกิจรายย่อย หรือ Micro SMEs กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs รายย่อย สถานประกอบการ SMEs เต็มตัว เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและเกิดการบูรณาการทำงานร่วมกัน ดังนี้

1) ตั้ง War Room ส่วนกลาง ให้ตัวแทนเจ้าหน้าที่รัฐแต่ละกระทรวงเข้ามาทำงานร่วมกัน 2) การเยียวยาระดับ Micro SMEs ต้องการให้เพิ่มเงิน “กองทุนหมู่บ้าน” ซึ่งในระดับ Micro SMEs จะเข้าถึงเงินกองทุนได้ง่าย รวดเร็ว ดอกเบี้ยถูก โดยพิจารณาการเพิ่มเงินกองทุนตามความเหมาะสมแต่ละพื้นที่

3) การเยียวยา SMEs ขนาดกลาง ส่งเสริมการตั้ง “กองทุนเฉพาะกิจอุทกภัย” โดยไม่เอา KPI ของสถาบันการเงินมาเป็นบรรทัดฐานในการอนุมัติวงเงิน เพื่อป้องกันปัญหาการกู้เงินนอกระบบจึงควรเป็น “กองทุนพิเศษ” ที่รัฐบาลจะต้องเข้าใจได้ว่า สามารถมีหนี้เสียในเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้น

โดยไม่กระทบหน้าที่ของผู้อนุมัติสินเชื่อและต้องการให้ภาครัฐขยายกรอบวงเงินในการค้ำประกัน โดยที่มีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นบริษัทที่ค้ำประกันเงินกู้ให้กับประชาชนและเอสเอ็มอีทั่วไป รวมถึงค่าธรรมเนียมควรปรับให้น้อยที่สุดจาก 1.6-1.8% เหลือ 0.5% ตามกรอบระยะเวลาที่เหมาะสม

4) พักการชำระเงินกู้และดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินในช่วงฟื้นตัว 6 เดือนถึง 1 ปี โดยให้รัฐบาลเป็นผู้ชำระดอกเบี้ยให้ ส่วนเงินต้นให้พักการชำระไว้ 5) งานนวัตกรรมด้านสายอาชีพ ต้องการให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ยกระดับการฝึกอบรมพัฒนาอาชีพให้ตรงกับบริบทของพื้นที่ ทั้งนี้ ควรส่งเสริมนวัตกรรมใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า โดยที่กระทรวงแรงงานต้องของบประมาณให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานสูงขึ้น

6) การส่งทีมจิตแพทย์ไปฟื้นฟูจิตใจพี่น้องประชาชนที่เกิดความสูญเสียในสิ่งที่ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยเงิน และ 7) การพัฒนาระบบเตือนภัย โดยรัฐบาลสามารถสร้าง “แอปพลิเคชั่น” เพื่อให้ระบบเตือนภัยควรเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันการเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดทุกมิติ โดยอาจขอความช่วยเหลือจากกลุ่มประเทศที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิสราเอล

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้อนุมัติกรอบเงินเพื่อช่วยเหลืออุทกภัยแบบเร่งด่วนจำนวน 3,045 ล้านบาท เปรียบเสมือนเป็น “ยาหอม” ให้กับชาวบ้าน และผู้ประกอบการ SMEs ที่นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ลดเงื่อนไข ลดช่องว่าง ลดการจัดการ แม้ถึงฟังดูแล้วจะดูดี แต่พอดูตามแนวปฏิบัติจริงก็จะพบปัญหาจากขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย

อาทิ 1) การสำรวจเบื้องต้นโดยคนของภาครัฐ 2) กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านที่ไปสำรวจดูแล 3) การทำประชาพิจารณ์ 4) ต้องมีหนังสือรับรองการเป็นผู้ประสบภัยจากอำเภอ “ขั้นตอนเหล่านี้ไม่สามารถทำได้เร็วภายใน 10 หรือ 15 วัน เพราะการเยียวยาเป็นเรื่องเปราะบาง จึงควรให้ความช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด” นายบุญชูกล่าว

เติมงบกลาง 100 ล้านให้เชียงราย

นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้จังหวัดเชียงรายอยู่ระหว่างการเร่งสำรวจบ้านเรือนประชาชนในแต่ละอำเภอที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัย คาดว่ามีราว 15-16 อำเภอ จากทั้งหมด 18 อำเภอ

ล่าสุดได้มอบอำนาจให้ “นายอำเภอ” ทั้งหมด เพื่อดำเนินมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยชั้นต้นตามระเบียบได้จัดสรรให้อำเภอละ 500,000 บาท จากงบประมาณกลางที่รัฐบาลโอนให้จังหวัด ซึ่งหากไม่พอให้นายอำเภอร้องขอเพิ่มเติมได้อีกในวงเงิน 100 ล้านบาท จากที่รัฐบาลโอนงบฯกลางเพิ่มเติมให้จังหวัด เพื่อลดขั้นตอนไม่ให้ล่าช้า

“ภายในเดือนตุลาคม 2567 จะเริ่มจัดสรรงบฯเยียวยาให้ประชาชนได้ ทั้งนี้ หากใครมาก่อน สำรวจเสร็จก่อน จะจัดสรรให้ก่อนทันที ไม่รอรวมทั้งอำเภอเพราะ จะทำให้การเยียวยาล่าช้าออกไปอีก ได้เน้นย้ำนายอำเภอทุกอำเภอให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนก่อนเป็นขั้นแรก โดยเฉพาะค่าดำรงชีพต่าง ๆ ต้องให้ถึงตัวชาวบ้านให้เร็วที่สุด รวมถึงบ้านเช่าที่จะเยียวยาทั้งคนเช่าและเจ้าของบ้านเช่า โดยการช่วยเหลือจะเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนของราชการ” นายพุฒิพงศ์กล่าว

จี้นายอำเภอระดมคนฟื้นฟู

นางสาวนันทิยา มาลัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาลัยสยามทัวร์ จำกัด ในฐานะประธานเครือข่ายธุรกิจ MOC Biz Club จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ถึงแม้ประชาชนเริ่มทยอยกลับมาทำความสะอาดบ้านเรือนกว่า 10 วันแล้ว แต่จะต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกนานกว่าจะกลับสู่สภาวะปกติ ดังนั้น MOC Biz Club ต้องการเสนอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งการนายอำเภอ เพื่อระดมคนลงพื้นที่ช่วยเหลือแต่ละหมู่บ้าน เร่งทำความสะอาดบ้าน เพราะการช่วยเหลือฟื้นฟูของราชการยังมีความล่าช้า

“การเยียวยาตอนนี้มี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เข้ามาเร่งดำเนินการฟื้นฟูในเขตเทศบาลนครเชียงราย และจ่ายเงินช่วยเหลือครัวเรือน 2,500 บาท เพื่อใช้ในการดำรงชีพและความเดือดร้อนเฉพาะหน้า จะมีการช่วยเหลือเพิ่มเติมภายหลังอีก เช่น ค่าอุปกรณ์เครื่องครัว 3,500 บาท เครื่องนุ่งห่ม 1,100 บาท และอื่น ๆ รวมทั้งสิ้นครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท

หากเป็นกรณีบ้านเช่า เจ้าของบ้านเช่าเป็นผู้รับเงินและมีสิทธิที่จะให้เงินส่วนนี้กับผู้เช่าหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับสัญญาเช่าตามกฎหมาย ขณะนี้ย่านเศรษฐกิจ อ.แม่สาย บางส่วนเริ่มกลับมาฟื้นฟูได้กว่า 40% รวมถึงการฟื้นฟูในตัว อ.เมืองเชียงราย ก็เร่งดำเนินการกันอยู่” นส.นันทิยากล่าว

ของบฯกลางเยียวยาเกษตรกร

รายงานข่าวจากศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุปัจจุบันมีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย 44 จังหวัดทั่วประเทศ บางพื้นที่กำลังเสียหาย บางพื้นที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ และจากข้อมูลความเสียหายด้านพืช ปรากฏเสียหายไปแล้ว 41 จังหวัด พื้นที่ 1,020,393 ไร่ แบ่งเป็น นาข้าว พืชไร่และพืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น ด้านประมง ได้รับผลกระทบ 28 จังหวัด พื้นที่ 10,511 ไร่ ทั้งบ่อกุ้ง บ่อปลา และกระชัง ด้านปศุสัตว์กระทบ 20 จังหวัด 3,604,513 ตัว ทั้งโค กระบือ สุกร แพะและแกะ สัตว์ปีก

โดยนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประเมินความเสียหายทั้งหมด รวมไปถึงแผนฟื้นฟูเยียวยาให้กับภาคเกษตรกรทั้งหมด เพื่อที่จะเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งประเทศและพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบในอนาคตด้วย

เช่น ภาคใต้ โดยจะต้องทำให้เกษตรกร ผู้เลี้ยงสัตว์ สามารถกลับมาเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ประกอบอาชีพได้โดยเร็ว ซึ่งหลักการจะเป็นการช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตเป็นหลัก เช่น เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ได้เร่งให้หน่วยงานที่ดูแลสรุปข้อมูลตัวเลขความเสียหายพร้อมงบประมาณที่จะเยียวยาให้กับเกษตรกรแล้ว

ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอเรื่องให้กับ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาเห็นชอบ หากสรุปได้ภายในสัปดาห์นี้ก็จะเสนอเรื่องเข้าไปที่สำนักงบประมาณ เพื่อขอความเห็นชอบ และจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่อขอ “งบฯกลาง” ในการเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมาพันธ์ SME ชงตั้ง “กองทุนพิเศษ” ช่วยน้ำท่วม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...