โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรอัล มาดริด โหดครึ่งหลังแซงชนะดอร์ตมุนด์ "วินิซิอุส" ฟอร์มเทพกดแฮตทริก

Khaosod

อัพเดต 23 ต.ค. 2567 เวลา 04.20 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2567 เวลา 21.13 น.
(REUTERS/Susana Vera)

เรอัล มาดริด สถานการณ์เป็นรองตามหลังโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ 2 ประตู แต่มากระหน่ำรวดเดียวครึ่งหลังกลายเป็นชนะขาดลอย "วินิซิอุส" ฟอร์มเทพทำแฮตทริก

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2024-25 รอบลีก เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม “ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริด แชมป์เก่าจากสเปน เปิดสนามเอสตาดิโอ ซานติอาโก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เสือเหลือง”โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ รองแชมป์เก่าจากเยอรมนี

เกมนี้เจ้าบ้านส่ง คีลิยัน เอ็มบัปเป, วินิซิอุส จูเนียร์, จูด เบลลิงแฮม ลงสนาม ขณะที่ทีมเยือนนำโดย เซรู กิราสซี, ยูเลียน บรันด์ต, ดอนเยลล์ มาเลน

ครึ่งแรกนาที 30 ยูเลียน บรันด์ต สกัดบอลจากเท้าผู้เล่นมาดริดแล้วลูกไหลเข้าเขตโทษ เซรู กิราสซี รับได้แล้วไหลต่อให้ ดอนเยลล์ มาเลน สอดมายิงไม่เหลือซาก ดอร์ตมุนด์นำ 1-0

นาที 34 ดอนเยลล์ มาเลน เลี้ยงบอลจี้เข้าทางด้านขวาของเขตโทษ จากนั้นกระชากหนีกองหลังแล้วตบเข้ากลางลูกหลุดไปถึง เจมี กิตเทนส์ เข้าฮอร์สระยะเผาขนตุงตาข่าย ดอร์ตมุนด์ทิ้งห่าง 2-0

นาที 37 มาดริดพลาดโอกาสตีไข่แตก โรดรีโก โฉบมารับบอลในเขตโทษแล้ววอลเลย์ผ่านมือนายทวารไปชนคาน ลูกยังมาเข้าทาง จูด เบลลิงแฮม ยิงซ้ำระยะเผาขนก็ชนคานอีก

นาที 39 คราวนี้เป็นทีของดอร์ตมุนด์ที่ได้ลุ้นจบสกอร์ ยูเลียน บรันด์ต รับบอลจากเพื่อนแล้วยิงไกลจากระยะประมาณ 25 หลา ธิโบต์ กูร์กตัวส์ กระโดดปัดทิ้งได้อย่างยอดเยี่ยม

นาที 41 เจมี กิตเทนส์ ตัดบอลได้บริเวณกลางสนามแล้วพาบุกขึ้นหน้ามาเอง ก่อนจะสับไกยิงจากระยะไกล ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ต้องล้มตัวปัดทิ้ง ดอร์ตมุนด์ไม่ได้ประตูเพิ่ม แต่ก็เป็นฝ่ายนำเมื่อจบครึ่งแรก 2-0

ครึ่งหลังนาที 53 แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลจากด้านซ้ายเข้ากลางแล้วแนวรับดอร์ตมุนด์สกัดไม่เด็ดขาด ลูกัส บาซเกซ จึงปราดมายิง เกรกอร์ โคเบล ยังปัดออกหลังไปได้ มาดริดตีไข่แตกไม่สำเร็จ

นาที 57 คราวนี้เป็นโอกาสของดอร์ตมุนด์ ดอนเยลล์ มาเลน รับบอลจากเพื่อนแล้วสบช่องกระชากเข้าสู่พื้นที่ด้านขวาของเขตโทา ก่อนสับไกยิงหวังยัดเสาแรก ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ต้องทุบออกหลังไป

นาที 60 มาดริดตีไข่แตกเป็น 1-2 จนได้ คีลิยัน เอ็มบัปเป ได้บอลทางด้านขวาของเขตโทษ จากนั้นกระชากหนีกองหลังแล้วเปิดเข้ากลางให้ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ กระโดดขึ้นคนเดียวโขกเสียบตาข่าย

นาที 62 ลูกา โมดริช แทงบอลให้ คีลิยัน เอ็มบัปเป หลุดเข้าเขตโทษแล้วถูกกองหลังสกัด บอลยังกระฉอกมาหา วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงเข้าไป แม้ผู้กำกับเส้นจะยกธงว่าเอ็มบัปเปล้ำหน้า แต่ผลการเช็กวีเออาร์พบว่าไม่ล้ำ มาดริดจึงตีเสมอ 2-2

นาที 80 มาดริดได้จังหวะลุ้น คีลิยัน เอ็มบัปเป ขยับมารับบอลทางด้านขวาของเขตโทษ จากนั้นล็อกหลบกองหลังแล้วยิงทั้งที่มุมแคบแบบนั้น เกรกอร์ โคเบล ปิดมุมรออยู่แล้วเลยเซฟไว้ได้

นาที 82 เอ็มเร จาน ไหลเข้าพื้นที่ด้านซ้ายของเขตโทษให้ ยูเลียน บรันด์ต ตบเข้ากลางเหมือนไม่ค่อยดีนัก มักซิมิเลียน ไบเออร์ ต้องแต่งเล็กน้อยก่อนสับไกยิง ธิโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟไว้ไม่ให้ดอร์ตมุนด์ได้ประตูเพิ่ม

นาที 83 ลูกัส บาซเกซ ได้บอลทางด้านขวาแล้วจ่ายเข้ากลางหวังให้เพื่อนเล่น นักเตะดอร์ตมุนด์สกัดแล้วดันกลายเป็นเหมือนชิ่งให้บาซเกซหลุดเข้าทางด้านขวาของเขตโทษ ก่อนที่บาซเกซจะกดเต็มข้อลูกพุ่งผ่านนายทวารเสียบตาข่าย มาดริดแซงนำ 3-2

นาที 86 วินิซิอุส จูเนียร์ ลงไปฉกบอลถึงแดนตัวเอง จากนั้นกระชากมาคนเดียวทางกราบซ้ายแล้วตัดเข้ากลางมาถึงบริเวณหน้าเขตโทษ ก่อนยิงผ่านมือนายทวารเข้าไปอย่างสุดยอด มาดริดบวกเพิ่มเป็น 4-2

นาที 90+3 ดานี เซบายอส จ่ายบอลให้ วินิซิอุส จูเนียร์ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวพาบอลลุยฝ่าแนวรับไปจนถึงพื้นที่เขตโทษ ก่อนจะสบช่องแล้วกดเต็มข้อเสียบตาข่ายกลายเป็นแฮตทริกของตัวเอง และทำให้มาดริดชนะขาดลอย 5-2

(REUTERS/Dylan Martinez)

ทางด้าน “ปืนใหญ่”อาร์เซนอล จากอังกฤษ เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม เฉือนชนะชักตาร์ โดเน็ตส์ก จากยูเครน 1-0

เจ้าบ้านได้ประตูจาก ดมิโตร ริซนิก นาที 29 (ทำเข้าประตูตัวเอง) โดยอาร์เซนอลยังพลาดโอกาสได้ประตูเพิ่มจากจุดโทษ เลอันโดร ทรอสซาร์ด ยิงพลาดนาที 77

(REUTERS/Molly Darlington)

ขณะที่ “สิงห์ผงาด”แอสตัน วิลลา จากอังกฤษ เปิดสนามวิลลา พาร์ก เอาชนะ “รอสโซบลู”โบโลญญา จากอิตาลี 2-0 ทำให้ตอนนี้วิลลาเป็นทีมเดียวที่ชนะ 3 นัดรวด

เจ้าบ้านได้ประตูจาก จอห์น แม็กกินน์ นาที 55, จอน ดูราน นาที 64

ผลคู่อื่น : เอซี มิลาน (อิตาลี) ชนะ คลับ บรูช (เบลเยียม) 3-1, โมนาโก (ฝรั่งเศส) ชนะ เชอร์เวนา ซเวซดา 5-1, จิโรนา (สเปน) ชนะ สโลวาน บราติสลาวา (สโลวะเกีย) 1-0

ยูเวนตุส (อิตาลี) แพ้ สตุตการ์ต (เยอรมนี) 0-1, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (ฝรั่งเศส) เสมอ พีเอสวี (เนเธอร์แลนด์) 1-1, สตวร์ม กราซ (ออสเตรีย) แพ้ สปอร์ติง ลิสบอน (โปรตุเกส) 0-2

อันดับบนตารางคะแนนล่าสุด (เฉพาะ 8 อันดับแรก)

1. แอสตัน วิลลา (ลงเตะ 3 นัด, 9 คะแนน)

2. โมนาโก (ลงเตะ 3 นัด, 7 คะแนน)

3. สปอร์ติง ลิสบอน (ลงเตะ 3 นัด, 7 คะแนน)

4. อาร์เซนอล (ลงเตะ 3 นัด, 7 คะแนน)

5. โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ (ลงเตะ 3 นัด, 6 คะแนน)

6. แบรสต์ (ลงเตะ 2 นัด, 6 คะแนน)

7. เบนฟิกา (ลงเตะ 2 นัด, 6 คะแนน)

8. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (ลงเตะ 2 นัด, 6 คะแนน)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เรอัล มาดริด โหดครึ่งหลังแซงชนะดอร์ตมุนด์ "วินิซิอุส" ฟอร์มเทพกดแฮตทริก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...