โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลวงพ่อโต วัดบวรฯ พระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 800 ปี

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 01.27 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 00.47 น.
(ขอบคุณภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : พิกุลบรรณศาลา)

หลวงพ่อโต วัดบวรฯ พระพุทธรูปองค์ใหญ่กลางเมืองเพชรบุรี ก่อนอัญเชิญมาประดิษฐานที่กรุงเทพฯ

พระพุทธรูปสำคัญของวัดบวรนิเวศวิหารองค์ที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดคือ พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา พระพุทธรูปสำคัญของหัวเมืองเหนือ ซึ่งสร้างขึ้นในคราวเดียวกับพระพุทธชินราช และพระเหลือ แห่งวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก

พระศรีศาสดา ปัจจุบันประดิษฐานที่วิหารพระศาสดา ส่วนพระพุทธชินสีห์ประดิษฐานที่พระอุโบสถ

หากแต่ด้านหลังของพระพุทธชินสีห์ ยังมีพระพุทธรูปสำคัญอีกองค์หนึ่ง นั่นคือ หลวงพ่อโต วัดบวรฯ พระพุทธรูปสำคัญที่มีอายุเก่าแก่มากอีกองค์หนึ่งของไทย

ตามประวัติ หลวงพ่อโตเคยประดิษฐานอยู่ที่วัดสระตะพาน จังหวัดเพชรบุรี ต่อมาสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้าในสมัยรัชกาลที่ 2 ทรงอัญเชิญมายังกรุงเทพฯ

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า เมื่ออัญเชิญหลวงพ่อโตมาประดิษฐานที่กรุงเทพฯ องค์พระพุทธรูปน่าจะชำรุดทรุดโทรมมาก หักพังได้มาเป็นส่วน ๆ แล้วเอามาประกอบเข้าเป็นองค์พระ โดย “ลักษณะเป็นฝีมือช่างกรุงเทพฯ โดยมาก สังเกตพอรู้ได้แต่เป็นเค้าว่าเดิมเห็นจะเป็นลักษณะพระขอม”

หลวงพ่อโตมีชื่อเรียกหลากหลายชื่อ ทั้ง หลวงพ่อโต, พ่อโต, พระศรีสรรเพชญ์สัตตะพันพาน, พระสุวรรณเขมา และพระสุวรรณเขต

หลวงพ่อโต, พ่อโต เรียกตามลักษณะขององค์พระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่มาก คือขนาดหน้าตัก 9 ศอก กับ 21 นิ้ว หรือเกือบ 5 เมตร

สำหรับชื่อเรียกพระศรีสรรเพชญ์สัตตะพันพาน มาจากตำนานการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ โดย อ. ล้อม เพ็งแก้ว ปราชญ์แห่งเมืองเพชรบุรี ตรวจสอบข้อมูลพบว่า วัดสระตะพาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นวัดใหญ่กลางเมือง ปัจจุบันเป็นวัดร้าง ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ใกล้กับศาลหลักเมืองเดิม ชื่อวัดสระตะพานเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกขานกัน แต่เมื่อตรวจสอบกับโฉนดที่ดินที่ทำไว้เมื่อ พ.ศ. 2460 พบว่าเรียกชื่อวัดเป็น วัดสัตตพาน

อ. ล้อม อธิบายว่า ตามตำนานการสร้างหลวงพ่อโตต้องใช้พานเจ็ดพันใบหลอมหล่อเป็นองค์พระพุทธรูป (สัตตะ = 7, พัน = จำนวน 1,000) ดังนั้น ชื่อวัดสัตตพาน ก็สอดคล้องกับชื่อเรียกพระศรีสรรเพชญ์สัตตะพันพาน ซึ่งคำพระศรีสรรเพชญ์ก็เป็นนามเรียกพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นพระศาสดาแห่งพระพุทธศาสนา

ส่วนชื่อเรียกพระสุวรรณเขมา และพระสุวรรณเขต เกี่ยวข้องกับก้อนแร่กายสิทธิ์ที่ซ่อนอยู่ในเม็ดพระศกของพระพุทธรูป

โดย 3 ก้อนแร่กายสิทธิ์ในตำนานความเชื่อโบราณของไทย ประกอบด้วย เหล็กไหล, เจ้าน้ำเงิน และสุวรรณเขต (หรือขีด)

เล่ากันว่า เมื่ออัญเชิญหลวงพ่อโตมายังกรุงเทพฯ แล้วนั้น นายช่างวังหน้ากราบทูลสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพว่า เม็ดพระศกขององค์พระพุทธรูปใหญ่เกินไป ดูไม่งดงามตามความนิยมในสมัยนั้น จึงเลาะเม็ดพระศกเดิมออกเพื่อทำใหม่ และการเลาะเม็ดพระศกในคราวนั้นก็พบสุวรรณเขตซ่อนอยู่

เชื่อกันว่า สุวรรณเขตมีคุณสมบัติพิเศษคือ หากนำสุวรรณเขตไปขีดลงบนโลหะอื่นใด โลหะนั้นก็จะกลายเป็นทองคำไปทันที

หลวงพ่อโตเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดบวรฯ มานานหลายปี ก่อนที่ในสมัยรัชกาลที่ 4 จะทรงอัญเชิญพระพุทธชินสีห์มาประดิษฐานในพระอุโบสถอีกองค์หนึ่ง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ล้อม เพ็งแก้ว. (สิงหาคม, 2532). หลวงพ่อโต วัดบวรฯ ใน, “ศิลปวัฒนธรรม”. ปีที่ 10 : ฉบับที่ 10.

บุศยารัตน์ คู่เทียม. (กันยายน-ตุลาคม, 2549). ย้อนอดีต…วัดบวรนิเวศวิหาร ใน, “ศิลปากร”. ปีที่ 49 : ฉบับที่ 5.

ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จฯ กรมพระยา. (2548). ตำนานพระพุทธรูปสำคัญ. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 ตุลาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หลวงพ่อโต วัดบวรฯ พระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 800 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...