Business Today Thai Politics 22 สิงหาคม 2567
‘นายกฯอิ๊งค์’กังวล น้ำท่วมภาคเหนือ สั่ง ระดมความช่วยเหลือ
แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวระบุว่า ดิฉันได้ติดตามข่าวน้ำท่วมในภาคเหนือโดยเฉพาะน่าน เชียงราย และพะเยา อย่างใกล้ชิดด้วยความเป็นห่วงและกังวลใจ ต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่
แม้ว่าขณะนี้ดิฉันจะยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนก่อนการเข้ารับหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็ได้ส่งผ่านความห่วงกังวลนี้ไปยังนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีในขณะนี้ ซึ่งนายภูมิธรรม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ มีความห่วงกังวลเช่นเดียวกัน จึงได้สั่งการให้ระดมความช่วยเหลือให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ รวมทั้งเร่งระบายน้ำเพื่อบรรเทาทุกข์แก่พี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วน รวมทั้งวางแผนฟื้นฟูความเสียหายด้วยแล้ว
ดิฉันทราบว่านายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ก็ทราบถึงความห่วงกังวลของดิฉัน และท่านเองก็เป็นห่วงพี่น้องประชาชนเช่นกัน ได้มอบหมายให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท จัดเจ้าหน้าที่ลงช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก ติดตามสถานการณ์ 24 ชั่วโมงค่ะ
ดิฉันขอส่งกำลังใจ แก่ผู้ประสบภัยทุกครอบครัวและเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังขณะนี้ค่ะ
นายกฯไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ – พระแก้วมรกต เสริมดวงครบรอบวันเกิด 38 ปี
วันนี้ 22 สิงหาคม 2567 เวลา 09.05 น. “นายกแพทองธาร” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย สักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 38 ปี
โดยนางสาวแพทองธาร ได้สักการะพระพุทธรูปพระบรมสารีริกธาตุ และใส่บาตรพระประจำวันเกิด และนำคณะผูกผ้า 3 สีหลักเมืองจำลอง ก่อนสักการะองค์พระเมืององค์จริง และสักการะศาลเทพารักษ์ และเติมตะเกียงน้ำมัน
จากนั้น ได้เดินเท้าข้ามไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
ทรัพย์สิน ‘เศรษฐา’ พ้น รมว.คลัง 1,080 ล้าน ลดลงเล็กน้อย
วันที่ 22 ส.ค. 2567 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณี นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่ง รมว.คลัง เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2567
โดยนายเศรษฐา และนางพักตร์พิไล ทวีสิน คู่สมรม แจ้งมีทรัพย์สินรวม 1,018,719,225 บาท มีหนี้สิน 71,887 บาท เป็นเงินเบิกเกินบัญชี
แบ่งเป็นของนายเศรษฐา 659,205,182 บาท มีเงินสด 1 ล้านบาท เงินฝาก 47 บัญชี 133,543,486 บาท เงินลงทุน 1,424,761 บาท ที่ดินในเขตคลองเตย และพระโขนง กรุงเทพฯ 158,400,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เป็นห้องชุดที่ ต.หนองแก อ.หัวหิน
จ.ประจวบคีรีขันธ์ และบ้าน 3 ชั้น ที่คลองเตย กรุงเทพฯ รวม 156,423,120 บาท ยานพาหนะ เป็นรถยนต์ยี่ห้อ Aston Martin รุ่น DB5 มูลค่า 50 ล้าน สิทธิและสัมปทาน 22,673,114 บาท และทรัพย์สินอื่นรวมมูลค่า 135,740,700 บาท ได้แก่ นาฬิกา 38 เรือน มูลค่า 127,953,100 บาท พระเครื่อง-ตระกุด 6 องค์ มูลค่า 1,622,600 บาท , สร้อยคอทองคำ 1 เส้น มูลค่า 165,000 บาท หีบหลุยส์ วิตตองxสุพรีม 1 ใบ มูลค่า 6 ล้านบาท
มีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 23,358,016 บาท เป็นเงินเดือนและโบนัส 1,507,080 บาท เงินบำนาญชราภาพ 49,848 บาท ดอกเบี้ย 450,849 บาท ผลตอบแทนถือครองโทเคนดิจิทัล 139 บาท บุตรให้รายปี 20 ล้านบาท เงินคืนค่าธรรมเนียมศาล 650,100 บาท เงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต 700,000 บาท มีรายจ่ายต่อปี 15,553,679 บาท เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว 7,290,000 บาท ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน 1,635,000 บาท ภาษีที่ดิน 4,679 บาท เงินบริจาค 1,624,000 บาท ค่าอุปการะมารดา 5,000,000 บาท
ส่วนนางพักตร์พิไล มีทรัพย์สิน รวม 359,514,043 บาท เป็นเงินสด 1,800,000 บาท เงินฝาก 41,171,313 บาท เงินลงทุน 55,425,723 บาท ยานพาหนะ 2,050,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 748,107 บาท และทรัพย์สินอื่น 258,318,900 บาท ได้แก่ นาฬิกา 32 เรือน มูลค่า 86,932,900 บาท กระเป๋า 48 ใบ มูลค่า 37,010,500 บาท พระเครื่อง 2 องค์ ประเมินมูลค่าไม่ได้ มีเสื้อผ้า 5 ชุด มูลค่า 2,820,000 บาท เข็มกลัดมุก 3 อัน มูลค่า 1 แสนบาท สร้อยเพชร ไข่มุก กำไลตะปูฝังเพชร 31 ชุด มูลค่า 52,317,000 บาท ต่างหูเพชร ทับทิม มรกต ไข่มุก ต่างหูหนีบ 58 ชุด มูลค่า 31,865,600 บาท แหวนเพชร ไพลิน ทับทิม มรกต 37 ชุด มูลค่า 46,872,900 บาท และจี้ทองฝังพลอย จี้เพชร 2 ชุด มูลค่า 235,000 บาท
มีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 24,707,591 บาท เป็นเงินบำนาญชราภาพ 52,200 บาท เบี้ยประชุมและค่าวิทยากร 528,716 บาท เงินได้จากวิชาชีพอิสระ (แพทย์) 2,201,126 บาท ดอกเบี้ย 711,561 บาท เงินปันผลกองทุนรวม 16,527 บาท เงินได้จากการขายรถ Tesla รุ่น Model Y Standard 1,000,000 บาท เงินรายจ่ายที่บุตรอุปการะจ่ายให้ 20,000,000 บาท เงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต 170,400 บาท เงินปันผลกรมธรรม์ประกันชีวิต 27,060 บาท และมีรายจ่ายต่อปี 20,200,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว 7,000,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว 13,000,000 บาท เงินบริจาค 300,000 บาท
บัญชีทรัพย์สินของนายเศรษฐา กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2566 และมีการยื่นทรัพย์สินพิ่มเติมเป็นโทเคนดิจิทัล ขณะนั้นมีนายเศรษฐาและคู่สมรส มีทรัพย์สินรวม 1,020,468,727 บาท มีหนี้สิน 10,182,549 บาท ถือว่ามีทรัพย์สินลดลง 1,749,502 บาท และหนี้สินลดลง 10,110,662 บาท
เลขาฯนายกฯ เผยพรรคร่วมส่งชื่อพรรคร่วมครบแล้ว
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวที่ตึก SC ASSET Public Company Limited ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ โดยเมื่อเวลา 10.00 น.นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ามาที่ตึกฯ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด
จากนั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ามายังตึก SC ASSET Public Company Limited ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ โดยนายกฯ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ขอให้สื่อมวลชนรอก่อน
จากนั้น นพ.พรหมินทร์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่ถึงรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตอนนี้ส่งมาเรียบร้อย และกำลังส่งตรวจ ส่วนรายชื่อมีเกินจำนวน เพราะต้องตรวจทุกคนเผื่อไว้ด้วย เมื่อถามว่า ที่เกินจำนวนไว้เป็นการสำรองในกรณีคุณสมบัติไม่ผ่านใช่หรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ไม่เชิงสำรอง ทั้งหมดอยู่ในหมวดที่อยู่ในการพิจารณา
เมื่อถามถึงกรณีของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ขออนุญาตไม่ตอบ เช่นเดียวกับกรณีของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เขาใส่ซองมา เมื่อถามอีกว่า เรื่องรายชื่อตอนนี้จบแล้วใช่หรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ใช่ กำลังตรวจสอบอยู่ ส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) ก็ส่งรายชื่อหมดแล้ว
เมื่อถามอีกว่า คาดว่าจะส่งตรวจสอบคุณสมบัติได้วันไหน นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการ อาจจะต้องใช้เวลาเยอะขึ้นเล็กน้อยจากปกติ แต่กระบวนการต่างๆ ทางฝ่ายเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้เตรียมการประสานกับหน่วยงานต่าง ๆไว้เบื้องต้น เชื่อว่าจะทำให้รอบคอบที่สุด และในเวลาที่เหมาะสม โดยได้มีการขอความร่วมมือจากองค์กรอิสระในการตรวจสอบคุณสมบัติ เพราะปกติก็ทำเช่นนี้ด้วย จากเดิมที่เช็คหลายทาง รอบนี้ก็ต้องเช็คให้รอบคอบมากขึ้น ส่วนจะใช้เวลาเท่าไหร่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า คาดว่าจะไม่น่าเกิน 2 สัปดาห์ หรืออาจจะ 1 สัปดาห์ก็ได้
กกต.เปิดยอดบริจาคพรรคการเมืองเดือนมิ.ย. “เพื่อไทย” รับสูงสุด 20 ล้าน
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่ยอดเงินบริจาคของพรรคการเมืองประจำเดือนมิถุนายน 2567 จำนวน 12 พรรคการเมือง โดยมีผู้บริจาคเงินให้กับพรรคการเมือง ที่มีจำนวนเงินตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป จำนวน 171 ราย รวมยอด 24,058,800 บาท ประกอบไปด้วย พรรคเพื่อไทย มีผู้บริจาค 19 คน รวมจำนวน 20,000,000 บาท พรรคภูมิใจไทย มีผู้บริจาค 94 คน รวมจำนวน 2,470,000 บาท พรรคก้าวไกล ผู้บริจาค 44 คน รวมจำนวน 665,000 บาท พรรคกล้าธรรม ผู้บริจาค 1 คน รวม จำนวน 425,000 บาท
พรรครักษ์ป่า (รักษ์ผืนป่าประเทศไทย) ผู้บริจาค 1 คน รวมจำนวน 220,000 บาท พรรคไทยสร้างไทย ผู้บริจาค 5 คน รวมจำนวน 121,000 บาท พรรคประชาธิปไตยใหม่ ผู้บริจาค 1 คน รวมจำนวน 50,000 บาท พรรคพลังสยามผู้บริจาค 1 คน รวมจำนวน 40,000 บาท พรรคทางเลือกใหม่ ผู้บริจาค 2 คน รวมจำนวน 27,800 บาท พรรคพร้อม (ชาติรุ่งเรือง) ผู้บริจาค 1 คน รวมจำนวน 20,000 บาท พรรคไทยภักดี ผู้บริจาค 1 คน 5,000 บาท และพรรครักษ์ธรรรม ผู้บริจาค 1 คน แต่เป็นการบริจาคประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่า 15,000 บาท
ทั้งนี้ ในส่วนเงินบริจาคเข้าพรรคเพื่อไทย รวม 20 ล้านบาท
รายที่น่าสนใจ พบว่า ผู้บริจาครายใหญ่ คือ นายสรรเสริญ จุฬางกูร ผู้ก่อตั้งและประมุขกลุ่มบริษัท ซัมมิท คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และตัวถังรถยนต์ และเป็นพี่ชายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ บริจาค 8 ล้านบาท , นายโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการบริษัท ซัมมิท ฟุตแวร์ จำกัดพี่ชายนายสุริยะ และเป็นบิดาของ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บริจาค 5 แสนบาท ขณะที่บริษัท ซัมมิทไพน์เฮิร์ท กอล์ฟ คลับ จำกัด ซึ่งนายโกมล ก็เป็นประธานบริษัทฯ อยู่ก็บริจาคอีก 3 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีกรรมการในบริษัท ซัมมิท ฟุตแวร์ จำกัด ของนายโกมล ได้ปรากฏชื่อเป็นผู้บริจาคหลายราย อาทิ น.ส.เทียมใจ ศศิศาสตร์ บริจาค 9 แสนบาท , น.ส.พลอยครินทร์ สัจจะเวทะ บริจาค 150,000 บาท , นางกิตติมา อิ่มประเสริฐ บริจาค 100,000 บาท , น.ส.สุวิมล ทองกร บริจาค 320,000 บาท , นางเสาวนีย์ ประเสริฐวัฒนกุล บริจาค 350,000 บาท และ น.ส.ฐาภรพัชร์ จึงรุ่งเรืองกิจ บริจาค 500,000 บาท และยังมี นายทวีพงศ์ กมลวัฒนาวิทย์ เจ้าของโรงแรมเมเปิล บางนา บริจาค 500,000 บาท , นายพรเทพ อิฐโสภณพันธ์ บริจาค 1.5 ล้านบาท , บริษัท เชียงรายโฟเซ่นฟูดส์ จำกัด บริจาค 1.5 ล้านบาท , บริษัท ริเวอร์แคว อินเตอร์นชั่นแนล อุตสาหกรรมอาหาร จำกัด บริจาค 500,000 บาท เป็นต้น