โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนดูชีวิต “นายร้อยหยิง” ปี 2486 นายร้อยหญิงรุ่นแรก เรียนและฝึกอะไรกัน?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 06 พ.ค. 2565 เวลา 02.40 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2565 เวลา 02.38 น.
จอมพล ป. พิบูลสงคราม และท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ร่วมถ่ายรูปกับนักเรียนนายร้อยหญิงรุ่นแรกของประเทศ (ภาพจาก นายร้อยหยิงรุ่น 2486)

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ใน พ.ศ 2485 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม และกองทัพไทยเปิดรับ “นักเรียนนายน้อยหยิง” (สะกดตามต้นฉบับ) เป็นครั้งแรกของประเทศ มีผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 28 คน ว่าแต่เกือบ 80 ปีที่แล้ว ชีวิตในรั้วโรงเรียนนายร้อยของพวกเธอป็นอย่างไร ต้องฝึกและเรียนอะไรกันบ้าง นลินี แจ่มพัธน์ ผู้เป็นหนึ่งนักเรียนนายร้อยหญิงรุ่นแรกของไทย บันทึกไว้ใน “ชีวิตนักเรียนนายร้อยหยิง” ไว้ดังนี้ (จัดย่อหน้าใหม่ และจัดเน้นคำโดยกองบรรณาธฺิการศิลปวัฒนธรรม)

28 ธันวาคม 2485 เปนวันที่พวกเราจะต้องลืมไม่ได้อีกวันหนึ่ง เพราะเปนวันที่พวกเราได้มีโอกาสและสิทธิโดยเต็มเปี่ยมไนการเล่าเรียนวิชาการทหานซึ่งพวกเราไม่เคยเรียนมาจากที่ไดเลย พอเวลาประมาณ 08.10 น. พนะท่าน จอมพล ป. สงคราม และ พนะท่าน พันโทหยิง ล. พิบูลสงคราม [ละเอียด พิบูลสงคราม] ก็กรุณามาเปนประธานไนเปิดการสึกสา…

ต่อจากนี้ร้อยเอกไสว เกตุสุวรรณ ผู้บังคับหมวดของเราก็เริ่มทำการสอน การเรียนไนขั้นนี้หนักไปทางระเบียบการต่างๆ ของกองร้อยซึ่งพวกเราจะต้องปติบัติประจำ กับเรื่องต่างๆ ที่พวกเราควนรู้อีก…สรุปว่าสัปดาห์นี้ พวกเราได้รู้จักชีวิต ระเบียบแบบแผนของทหานข้างเปนเลาๆ แล้ว… และพร้อมที่จะผจนกับชีวิตนักเรียน ดังจะได้กล่าวไห้เห็นเปนตอนๆ ดังนี้

การเรียน

………….

สำหรับการเรียนไนห้องเรียน ทางการได้กำหนด 1 ปี และไน 1 ปีนี่เอง เราจะต้องเรียนถึง 13 วิชา อันเปนของที่ค่อนข้างเอาการหยู่ ไนวันหนึ่งๆ เราเรียนหย่างน้อย 3 วิชา ไนวันไหนมีวิชาที่ต้องฟังเลกเชอร์เองแล้วมาโน้ตทั้งหมด วันนั้นพวกเรามือแทบหัก 6 ชั่วโมงไม่ต้องเงยหน้า

ซ้ำตอนเย็น 15.15-17.00 น. เราต้องฝึกก่อน พอ 19.00 – 21.00 น. เราจึงมาเรียบเรียงโน้ตได้การทำงานหนักๆ นี้พวกเราต้องผจนตลอดมา แต่เราก็ไม่บ่นเพราะเรามีคำปติญานหยู่ว่า “ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้” เท่าที่กล่าวมานี้บางท่านอาจจะเห็นว่าเปนของธัมดา และเปนหน้าที่ของนักเรียนจะต้องทำอยู่แล้ว ข้อนี้พวกเรารับรองว่าจิง แต่หย่างไรก็ตามชีวิตของนักเรียนทหานไม่ง่ายตามที่เข้าไจ

การฝึก

ตามหลักสูตรนั้นพวกเราจะต้องฝึกเช่นเดียวกับนักเรียนชายทุกประการ ซึ่งได้แก่ท่าทหานราบทั้งหมด ตลอดจนวิชาอื่นๆ เช่นวิชาทหานช่าง ทหานสื่อสาร…ไนขั้นแรกแห่งการฝึกก็คือ การทำท่าตรงก่อน สำหรับท่าตรงนี้ถ้าคนที่มารู้ชัดคงคิดว่าง่ายมาก

เพียงยืนเฉยๆ ก็เรียกว่าตรงแล้ว แต่พอฝึกเข้าจิงๆ ไม่เปนเช่นนั้น ท่าตรงทหานถือว่าสำคันมาก เพราะเปนรากถานไนการทำท่าอื่นๆ ต่อไป เช่น ท่าเคารพเปนต้น เมื่อท่าตรงถือว่าสำคัญดังนี้ กว่าจะฝึกได้ดีพอก็ต้องเสียเวลามากเปนพิเสสกว่าท่าอื่น…

พูดถึงอาวุธของพวกเรา รู้สึกว่าคนพายนอกยังเข้าใจผิดหยู่ เพราะเห็นว่าเราเปนหยิงคงจับปืนไม่ได้ คงต้องไช้ปืนไม้ ปืนกล้วยอะไรเหล่านี้ นับว่าเปนที่น่าเสียไจหยู่ ความจิงพวกเราก็ได้รับจ่ายปืนเช่นชายทุกประการ คือเปนยืนยาวแบบ ไนตอนต้นๆ ที่เราได้รับอาวุธมาประจาตัวนี้ เปนธัมดาหยู่เองที่จะต้องมีการเมื่อยและเบื่อบ้าง เพราะเราไม่เคยจับมาเลย บางคนถึงกับมือบวมหรือพองเพราะยกขึ้นยกลงไนท่าแบกอาวุธ วันทยาวุธ แต่หย่างไรก็ตาม พวกเราก็ทนได้ และทนทนกะทั่งชิน จนเราไม่รู้สึกหนักเลยแม้จะต้องแบกนานๆ ก็ตาม

สำหรับเรื่องอาวุธนี้ นอกจากเราจะเรียกว่าเปนเครื่องมือไนการฝึกแล้วยามเลิกฝึกเราก็ต้องถือว่าเปนพ่อ หรือยิ่งกว่าอีกด้วยเพราะเมื่อเลิกฝึก แม้เหนื่อยแสนเหนื่อยเราก็จะทิ้งไม่ได้เลยต้องทำความสอาดก่อนแล้วทาน้ำมัน พาไปเก็บที่จึงจะหมดห่วง ถ้าขึ้นไม่ทำเปนแย่

นอกจากการฝึกท่าต่างๆ เหล่านี้แล้วพวกเรายังต้องฝึกรวมเปนหมู่ๆ พวกๆ อีก เช่น ฝึกหมู่ทำการรบ การไช้อาวุธประจำหมู่ เช่น ปืนกลเบาได้หย่างชำนาญเราต้องฝึกไปไนภูมิประเทศจิงๆ ต้องพาปืนวิ่งไปไนดินที่ขรุขระ แห้งแตก แดดร้อนระอุ ความเหนื่อยที่พวกเราได้รับเปนของธัมดาเสียแล้ว เราจะบ่นไม่ได้ เพราะเราได้ไห้คำมั่นสัญญาไว้กับทางการว่าเราได้ทำทุกหย่าง

นอกจากนี้พวกเราก็มีการฝึกเดินทางไกลอีก เราเดินทั้งไนเวลาแดดร้อนเปรี้ยง แดดร่ม ฝนตก ทุ่งนา ทางรถไฟ ถนนเปนระยะทางหย่างน้อย 10 กิโลเมตร พร้อมด้วยอาวุธคู่ชีพกับเครื่องสนาม สิ่งต่างๆ ที่กล่าวมานี้เปนการกะทำประจำไนชีวิตทหารทั้งสิ้น เราไม่บ่น นอกจากพอกลับถึงโรงเรียนแล้วเงียบตามกัน ไม่มีเสียงคุยเพราะต่างสลบไสลหยู่บนเตียงนอนของตนทั้งเครื่องฝึกพายหลัง…

การพละสึกสา

พวกเรานอกจากจะเรียนไนห้องเรียน และมีการฝึกแล้ว ยังต้องมีการพลสึกสาอีกด้วย ก่อนเริ่มเรียน อาจารย์ผู้ฝึก ร้อยโท ม.ล. พุธ สนิธวงศ์ ได้กล่าวว่า “พละสึกสาต้องคู่กับจริยสึกสาและพุทธสึกสา คนเราจะมีหย่างหนึ่งขาดหย่างหนึ่งไน 3 หย่างไม่ได้” สรุปแล้วก็คือ พวกเราต้องมีพละสึกสานั่นเอง ไนสัปดาห์มีพละสึกสา 2 วัน วันละ 30 นาที

การฝึกพละสึกสาไนโรงเรียนนี้ผิดกับโรงเรียนสามัญลิบลับ ไนโรงเรียนสามัญมีเพียงกายบริหารเท่านั้นสำหรับนักเรียนหญิง แต่ที่นี่มีทุกหย่างที่โรงเรียนชายจะมีได้ เว้นแต่บางหยางเท่านั้นที่หยิงทำไม่ได้เพราะขัดกับร่างกายจิงๆ พละสึกสาของเรามี กายบริหาร แทงเหล็กเบา ราวคู่ ราวเดียว ยูโด ห่วง ฟันดาบฝรั่ง ดาบไทย ต่อยมวย ว่ายน้ำ ไต่เชือก…

อาวุธสึกสา

เปนเรื่องหนึ่งที่พวกเราจะต้องรู้เปนหย่างดี วิชานี้ร้อยเอก ไสว เกตุสุวรรณ ผู้บังคับหมวดของเราเปนผู้สอนเอง เวลาที่ไช้ไนการสอนคือ ตั้งแต่ 15.15 – 17.00 น. หรือว่าสัปดาห์หนึ่งมี 1 ครั้ง อาวุธที่ไช้เรียนมีปืนเล็กยาวแบบ 66 ปืนกลเบาแบบ 66 ปืนกลหนักแบบ 77 ปืนเล็กสั้น ปืนพก ลูกระเบิดขว้าง ลูกระเบิดยิง ฯลฯ วิชานี้ นับเปนวิชาสำคันมากเพราะพวกเราต้องนำไปไช้ไนการฝึกสอนทหานไนขั้นต่อไป ซึ่งต้องสนใจเปนพิเสสเพื่อได้มีความรู้ความชำนาญจิงๆ

………….

การเล่น

เวลาไนการที่พวกเราจะได้สนุกสนานกันนั้นมีไม่ค่อยมากนัก… ตามปกติเวลาที่มีก็คือ ตอนหลังอาหารกลางวันประมาณ 30 นาที กับตอนเลิกฝึก 17.00 – 17.55 น ไนเวลาพักกลางวัน ต่างคนต่างหาความสำรานไปหย่างอิสสระ บางคนก็นอนร้องเพลง อ่านหนังสือและบางคนก็หลับงงๆ หยู่บนเตียงหย่างแสนสุข…ส่วนเวลาตอนเย็น 17.00 – 17.55 น. นี้ค่อยนานหน่อย แต่ว่าถ้าไครหยากจะเล่นถึง 17.55 น. แล้วก็ต้องยกยอดไป แล้วไปหาเวลาชำระร่างกายไนเวลาหลัง…กีลาที่เล่นไนตอนนี้ก็มีแบดมินตั้นเปนหลัก ส่วนกีลาอื่นๆ นอกจากนี้ก็มีขี่จักรยาน เล่นห่วงบ้าง…

การฝึกภาคสนาม

การฝึกภาคสนามนี้ เปนสิ่งที่พวกเราได้รู้ได้เห็นมาแต่ครั้งเข้าเรียนไหม่ๆ แล้ว คือราวๆ เดือนมีนาคม ซึ่งนักเรียนนายร้อยสำรองชุดแรกเปนผู้ปติบัติ และพวกเราได้มีโอกาสไปดู ความรู้สึกไนครั้งนั้น พวกเราต่างพอใจหยากจะได้กะทำบ้าง แม้จะต้องลำบากตรากตรำสักเพียงได…

จนกะทั่งการเรียนไนภาคห้องเรียนได้ยุติลง ความฝันของพวกเราจึงเปนจิงขึ้น และพวกเราได้ฝึกกันหย่างเต็มไจและพอไจยิ่ง แม้ว่าเวลาการฝึกจะมาก คือตั้งแต่ 05.30 – 21.30 น. รวม 16 ชั่วโมงที่เราต้องทำงานแล้วจึงจะได้พักก็ตาม ทั้งนี้เพราะเราได้ระลึกหยู่เสมอว่า การฝึกของพวกเรามีเวลาน้อย ตามความจำเปนบังคับ กิจการฝึกซึ่งเราต้องผจนกับความร้อนความหนาว ความเหนื่อย ความหิว ฯลฯ นั้นเราได้ลิ้มรสแล้ว…การฝึกภาคสนามของพวกเรามีกำหนดไว้ 1 เดือน คือ ตั้งแต่ 1 ธันวาคม ถึง 31 ธันวาคม เรื่องที่จะฝึกมี การรบด้วยวิธีรับและรุก และราชการสนาม ฯลฯ

นอกจากนี้พวกเรายังได้มีโอกาสไปยิงปืนจิงๆ ที่สนามอีกด้วย พูดถึงการยิงปืนนี้ จะนับว่าพวกเรากลัวก็ไม่เชิง เพราะเราเคยยิงมาแล้ว เราเคยชินต่อเสียงอันสั่นหวั่นไหวมาหลายคราว แต่หย่างไรก็ตาม เสียงพูดกันต่อๆ มาว่า ปืนเล็กสั้นแบบ 47 ที่เราไช้ทำการยิงนี้ถีบมาก ขืนประทับไม่แน่นเปนแก้มบวม ไหปลาร้าหัก เล่นเอาไจไม่ค่อยดีตามๆ กัน…

นอกจากการยิงปืนซึ่งทำให้พวกเราเจ็บปวดไปตามกันแล้ว ยีงมีอีกส่งหนึ่งซึ่งพวกเราจะลืมเสียมิได้ เพราะสิ่งนี้ได้ฝากรอยจารึกไว้แก่พวกเราหย่างเต็มรักเหมือนกัน สิ่งนี้ก็คือการขุดสนามเพลาะนั่นเอง…พวกเราต้องขุดสนามเพลาะเปนแนวยาวตั้งสิบๆ เมตรขึ้นไป มีทั้งคูยิง คูคลาน หลุมบุคคลนั่งยิง นอนยิง ปืนยิง

ซึ่งชื่อที่กล่าวมานี้ ถ้าอ่านตำราเขียนรูปทำง่ายมาก แต่เมื่อขุดแล้วพวกเราข้อล้าหน้าทำไปตามๆ กัน เมื่อเริ่มขุดครั้งแรกทุกคนหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสยกเสียมพลั่ว กันหย่างกะฉับกะเฉงพื้นดิน โกยดินกันหย่างทะมัดทะแมง ครั้น 30 นาทีล่วงไป ลักสนะการฟันดินโกยดินชักอ่อนไป เวลาไนการขุดนี้พวกเราไช้ประมาณ 2 ชั่วโมงกวา ต่อ 1 ครั้ง และเราขุด 3 ครั้ง…

………….

การปฏิบัติไนโอกาสพิเสส

การปติบัติไนโอกาสพิเสสต่างๆ ตามที่จะกล่าวต่อไปนี้เปนส่วนหนึ่งที่พวกเราเมื่อเข้าเปนนักเรียน ความมุ่งหมายที่พวกเราได้มีโอกาสไปไนงานต่างๆ ที่กล่าวโดยมากเกี่ยวด้วยผู้บังคับบันชาต้องการให้พวกเราได้รู้ ได้เห็นสิ่งต่างๆ ไห้รู้จักวิธีการปติบัติของสิ่งเหล่านั้น ให้มีความสามัคคีพร้อมเพรียงกัน และบางครั้งก็เปนงานราชการโดยตรง…

10 มีนาคม 86 พวกเราได้มีโอกาสไปดูการซ้อมรบของ ร. พัน 3 ที่สวนจิตรลดาโดยอาจารยทหานรายเปนผู้นำไป การไปครั้งนี้พวกเราได้แลเห็นบันดาอาวุธจิงต่างๆ ตามที่ได้เรียนมาแล้ว เช่น ปืนไหย่ทหานราบ ปืนไหย่สนามเพลาะ ปืนไหย่ต่อสู้อากาสยาน…นับว่าเปนการเพิ่มความรู้ไห้แก่พวกเราส่วนหนึ่ง ทำให้พวกเรานึกพูมไจไนโอกาสที่ได้รับมานี้มาก

………….

9 พรึสภาคม 86 พวกเราได้รับมอบให้ไปสแดงยุธกีลาร่วมกับนักเรียนนายสิบหยิงที่สำนักวัธนธัมฝ่ายหยิง บ้านไทยพันธมิตร การสแดงของพวกเรามี 2 ชุด คือ หมวดต่อสู้เครื่องบิน และการพักแรมไนสนาม งานนี้ดำเนินไปจนกะทั่งประมาน 18.00 น. ล่วงแล้วจึงยุติ

14 กรกกาคม 86 เปนวันที่พวกเราทุกคนจะลืมเสียไม่ได้ เพราะเปนวันคล้ายวันเกิดของพนะท่านจอมพล ป. พิบูลสงคราม ท่านผู้ให้กำเหนิดแก่พวกเรา ไนตอนเช้า พวกเราส่งผู้แทนนำกะเช้าดอกไม้ของขวันไปอวยพรแด่พนะท่าน ด้วยความรู้สึกรำลึกถึงพระคุนหย่างสุดซึ้ง

28 กรกกดาคม 86 เปนวันสถาปนาของกองทัพบก ไนถานที่พวกเราสังกัดหยู่กับกองทัพบก จึงได้มีโอกาสร่วมไนการฉลองด้วย สำหรับกรมยุธสึกสาของเราได้จัดไห้มีการสแดงกีลาต่างๆ ของนักเรียนทุกโรงเรียน ต่อจากนั้นก็มีการกินอาหารร่วมกัน เพื่อเปนการสมานสามัคคี งานยุติเมื่อประมาน 18.00 น

25 ตุลาคม 86 เปนวันสำคันอีกวันหนึ่งของพวกเรา คือเปนวันคล้ายวันเกิดพนะท่านพันโทหยิง ล. พิบูลสงคราม ท่านผู้อุปการะคุนของพวก วันนี้พวกเราได้จัดของขวัน คำขวันนำไปมอบแด่พนะท่านด้วยความเคารพหย่างสูง…

อ่านเพิ่มเติม :

ข้อมูลจาก :

นลินี แจ่มพัธน์. “ชีวิตนักเรียนนายร้อยหยิง” ใน, นายร้อยหยิงรุ่น 2486 หนังสือที่ระลึกในงานประชุมเพลิง คุณจีราวัสส์ พิบูลสงคราม ปันยารชุน, ณ วัดพระศรีมหาธาตุมหาวิหาร (บางเขน) วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...