โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ประโยชน์และโทษ ไข่แดง

Health Daily

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2565 เวลา 11.00 น. • สุขภาพดีดี

ประโยชน์และโทษ ไข่แดง

ไข่เป็นอาหารที่อยู่กับมนุษยชาติมาเป็นเวลานาน และถือเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากๆ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย แต่เราก็คงพอทราบกันมาบ้างว่าการทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งที่มากเกินไปนั้น อาจก่อให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์ วันนี้ สุขภาพดีดี.com ได้รวบรวม ประโยชน์และโทษ ไข่แดง มาให้ทุกคนได้อ่านและนำไปปฏิบัติตามกันค่ะ

เริ่มกันที่มาทำความรู้จักกับไข่แดงกันก่อน ไข่แดงมีส่วนสำคัญ ประกอบไปด้วยโปรตีน ไขมัน แร่ธาตุ และวิตามินต่างๆ (ในขณะที่ไข่ขาวส่วนใหญ่จะมีแต่น้ำ และโปรตีน) พอเห็นคำว่าไขมัน สายสุขภาพก็คงหวั่นๆ ว่าทานแล้วอ้วน จริงอยู่ที่ไข่แดงมีไขมัน แต่มีปริมาณน้อย และเป็นปริมาณไขมันดี ซึ่งสามารถทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม

ประโยชน์ของไข่แดงต่อร่างกาย

ไข่แดงมีเลซิทิน ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้ไขมันแตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ จึงทำให้ร่างกายของเราย่อยไขมันได้ง่ายขึ้น และไข่แดงยังช่วยป้องกันการจับตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคไขมันอุดตัน นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงสมอง และระบบประสาทได้อีกด้วย

  • บำรุงผิวพรรณ

ช่วยให้สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก บำรุงดวงตาให้สดใส ผิวมีความชุ่มชื้น

  • ฟื้นฟูร่างกายคุณแม่หลังคลอด

คุณแม่ที่กินไข่ทั้งฟองเป็นประจำนั้น ร่างกายจะฟื้นฟูได้เร็วกว่ากลุ่มคนที่ไม่ได้กินไข่ และยังมีสารโฟเลต ที่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ช่วยในเรื่องพัฒนาการของลูกน้อย

  • ฟื้นฟูสมองที่ทำงานหนัก ช่วงไหนที่ทำ งานใช้หัวเยอะ ไข่แดงช่วยบำรุงทั้งสมองและระบบประสาท มีฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมความเครียด

  • ดีต่อสุขภาพของเด็ก เป็นโปรตีนชั้นสูงที่ทานง่าย ช่วยให้เด็ก ๆ แข็งแรงสมวัย

โทษของไข่แดงถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป

เนื่องจากในไข่ 1 ฟองให้พลังงานประมาณ 70 แคลอรี มีโปรตีนประมาณ 6-8 กรัม มีไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งเป็นไขมันดีประมาณ 5-7 กรัม ในส่วนของไข่แดงมีคอเลสเตอรอลประมาณ 150-280 มิลลิกรัม/ฟอง ซึ่งมีข้อกำหนดว่าใน 1 วันควรได้รับคอเลสเตอรอลไม่เกิน 300 มิลลิกรัม หากกินไข่ 1 ฟองก็จะทำให้ได้รับคอเลสเตอรอลประมาณเท่าที่ร่างกายต้องการต่อวันแล้ว ทำให้ไม่สามารถไปกินอาหารอย่างอื่นได้อีก

อ้างอิงจากงานวิจัยในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2562 มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารสมาคมแพทย์อเมริกันเรื่อง The Association of Egg Consumption and Dietary Cholesterol with Cardiovascular Disease and All-cause Mortality หรือความสัมพันธ์ระหว่างการกินไข่และคอเลสเตอรอลกับโรคหัวใจและหลอดเลือดและการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ

ซึ่งงานวิจัยนี้ดูจากคนเกือบ 3 หมื่นคน พบว่าการกินไข่ 1/2 ฟองต่อวันมีความเสี่ยงต่อการตายมากกว่าผู้ที่ไม่กินไข่หรือกินน้อยกว่า

ข้อสรุปจากงานวิจัยคือทุก 300 มิลลิกรัมของคอเลสเตอรอลจากไข่ นม เนย และเนื้อสัตว์จากอาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละวันจะเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเกิดการตายจากทุกสาเหตุได้ 18 % และจากโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ 17 %

แต่ข้อมูลนี้เมื่อออกมาก็มีข้อโต้แย้งอยู่เหมือนกัน เพราะพบว่าบางคนกินไข่ทุกวันแต่ออกกำลังกายเสมอกลับไม่พบปัญหาที่เกิดขึ้น กลุ่มสมาคมอื่นๆ ด้านสุขภาพก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเรื่องของการกินไข่

แล้วเราควรทานเท่าไหนนะ ถึงจะพอดี?

กรมอนามัย แนะนำปริมาณไข่ที่ควรทานต่อวันโดยแบ่งตามหลักอายุดังนี้

1.เด็กทารกตั้งแต่อายุ 6 เดือน ทานไข่แดงต้มสุกได้ 1/2ฟอง ถึง 1 ฟอง

2.เด็กอายุ 7-12 เดือน สามารถบริโภคไข่ได้วันละ 1 ฟอง

3.หญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร สามารถบริโภคไข่วันละ 1 ฟอง

4.กลุ่มเด็กวัย 1-5 ปีและเด็กวัยเรียน สามารถบริโภคไข่วันละ 1 ฟอง

5.กลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี สามารถบริโภคไข่ 1 ฟองต่อวัน

6.กลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูงสามารถบริโภคไข่ 3-4 ฟองต่อสัปดาห์หรือตามคำแนะนำของแพทย์

ทั้งนี้ เราสามารถบริโภคได้มากกว่าตามปริมาณดังกล่าวได้ เพียงแต่ควบคุมปริมาณโปรตีน และคอเลสเตอรอลจากแหล่งอาหารอื่นๆ นอกจากไข่ให้มื้ออาหารในแต่ละวันมีความสมดุล และเหมาะสม และการกินไข่แดงก็ยังต้องมีความระมัดระวัง จำกัดจำนวนกันอยู่ดีสำหรับผู้สูงวัย และผู้ที่ต้องระวังเรื่องคอเรสเตอรอลเป็นพิเศษ เพราะในไข่ 1 ฟองไข่แดงจะมีคอเรสเตอรอลถึง 150-280 มิลลิกรัม/ฟอง ซึ่งเพียงพอต่อปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อหนึ่งวันแล้วค่ะ ^^

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...