โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

5 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้ของ อันโตนิโอ รูดิเกอร์

Soccersuck

เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2565 เวลา 09.00 น. • Soccersuck


#SSxLaLiga | อันโตนิโอ รูดิเกอร์ เป็น 1 ในยอดกองหลังความเร็วสูง ดุดัน แข็งแกร่ง แถมมีอาวุธลับในการทำประตู แต่ท้ายที่สุดไม่ตัดสินใจต่อสัญญากับเชลซี ทำให้ยักษ์ใหญ่หลายสโมสรในยุโรป มีลุ้นสอยตัวไปแบบฟรี ๆ
ในที่สุด ก็เป็นเรอัล มาดริด ที่ได้เซ็นสัญญาคว้าตัวรูดิเกอร์ ปราการหลังทีมชาติเยอรมัน มาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว และจะย้ายเข้ามาในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้
สำหรับเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพของรูดิเกอร์ เริ่มต้นจากสตุ๊ตการ์ท ในลีกบ้านเกิด เมื่อปี 2011 จากนั้นอีก 4 ปีต่อมา ปล่อยให้โรม่ายืมตัวไปใช้งาน 1 ซีซั่น ก่อนที่จะปล่อยตัวแบบถาวรในซีซั่นถัดมา
กระทั่งในปี 2017 ก็ได้ย้ายมาอยู่กับเชลซี ในยุคของกุนซืออันโตนิโอ คอนเต้ โดยในฤดูกาลแรก ได้ลงเล่นทั้งหมด 45 นัด รวมทุกรายการ ซึ่งรวมถึงการได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพด้วย
ซีซั่นต่อมา ภายใต้การคุมทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ก็ยังโชว์ฟอร์มได้ดี แต่การเปลี่ยนกุนซือมาเป็นแฟร้งค์ แลมพาร์ด ผลงานของทีมย่ำแย่แบบน่าใจหาย ก่อนที่โธมัส ทูเคิ่ล จะเข้ามาเป็นโค้ชใหม่ในเดือนมกราคม 2021
เชลซียุคของทูเคิ่ล เคยดวลกับเรอัล มาดริด ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ซีซั่นติดต่อกัน เริ่มจากซีซั่น 2020/21 ในรอบรองชนะเลิศ เชลซีชนะด้วยสกอร์รวม 3 - 1 รูดิเกอร์ทำ 1 แอสซิสต์ ในเกมแรกที่บ้านของราชันชุดขาว


และซีซั่น 2021/22 ที่เพิ่งจบไป ทั้งคู่พบกันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ ที่ล้างแค้นได้สำเร็จ ชนะด้วยสกอร์รวม 5 - 4 ถึงแม้ว่าในเกมนัดสอง เชลซีจะชนะ 3 - 2 รูดิเกอร์ยิงได้ 1 ประตูก็ตาม
ตำแหน่งการเล่นหลักของรูดิเกอร์ คือเซ็นเตอร์แบ็ก แต่เขาก็สามารถยิงประตูได้ และทำได้ดีไม่แพ้กองหน้าคนอื่นๆ โดยเฉพาะการยิงนอกกรอบเขตโทษ เขาลงเล่นทั้งหมด 203 นัด รวมทุกรายการ ทำได้ 12 ประตู
ตลอด 5 ฤดูกาลที่ค้าแข้งกับสิงห์บลูส์ รูดิเกอร์คว้าแชมป์ได้ทั้งหมด 5 รายการ คือ เอฟเอ คัพ, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ อย่างละ 1 รายการ
ด้วยส่วนสูง 190 เซนติเมตร และมีจุดเด่นเรื่องความเร็ว ทำให้เซ็นเตอร์แบ็กวัย 29 ปี สามารถรับมือกับลูกกลางอากาศได้ดี และนี่คือ 5 เรื่องราวที่น่าสนใจของเขา ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน
ในวัยเด็ก ได้รับฉายาว่า “แรมโบ้”
รูดิเกอร์ เกิดและเติบโตที่กรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมนี เขาเคยเล่นฟุตบอลบนสนามพื้นคอนกรีตที่อยู่ในละแวกใกล้บ้าน ด้วยวิธีการเล่นฟุตบอลที่ดุดันและมีความกระหาย ทำให้เด็กคนอื่น ๆ ตั้งฉายาให้เขาว่า “แรมโบ้” และกลายเป็นสไตล์ประจำตัว ที่เพื่อนร่วมทีมต่างมองว่าเขาคือผู้นำที่ดีในสนามแข่งขันจริง
มักจะชอบโชว์ท่าเต้นในห้องแต่งตัว
สิ่งหนึ่งที่ทำให้รูดิเกอร์ เป็นที่จดจำของทุก ๆ คน คือเป็นคนที่มักจะโชว์สเต็ปท่าเต้นพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมในห้องแต่งตัว และโพสต์ลงโซเชี่ยลมีเดีย แต่ตัวเขาจะไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอยู่ห่างจากสิ่งที่มีแอลกอฮอล์ทุกรูปแบบ เนื่องจากเป็นชาวมุสลิมที่เคร่งครัดในหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม
เคยเล่นในตำแหน่งกองหน้ามาก่อน
รูดิเกอร์ เคยเล่นในตำแหน่งกองหน้ามาก่อน เนื่องจากชื่นชอบนักเตะที่เป็นไอดอลอยู่ 2 คน คือ จอร์จ เวอาห์ อดีตศูนย์หน้าชาวไลบีเรียของเอซี มิลาน และโรนัลโด้ อดีตตำนานดาวยิงทีมชาติบราซิล ที่เคยค้าแข้งกับเรอัล มาดริดในช่วงปี 2002 – 2007 หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนมาเล่นกองหลัง แต่ก็สามารถทำประตูได้เมื่อมีโอกาส
มักจะไปเยี่ยมเด็ก ๆ ในโรงพยาบาล
สมัยที่ยังเป็นนักเตะของเชลซี รูดิเกอร์มักจะหาโอกาสไปที่โรงพยาบาลในลอนดอน เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจเด็กๆ ที่ป่วย รวมถึงได้พบปะกับแพทย์และพยาบาลด้วย ซึ่งเจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าวันนี้เขาไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาจะเป็นหมอ ถึงแม้จะเป็นคนกลัวการเห็นเลือดก็ตาม


ยก “เปเป้” เป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็กในฝัน
รูดิเกอร์ ได้พูดถึงนักเตะคู่หูในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กที่อยากจะเล่นร่วมกัน ซึ่งเจ้าตัวเลือกเปเป้ อดีตปราการหลังของเรอัล มาดริดนั่นเอง โดยให้เหตุผลว่า “เขามักจะสร้างความอึดอัดให้กับคู่แข่งเป็นอย่างมาก คนส่วนใหญ่มองเห็นแต่ความเถื่อนในตัวเขา แต่ผมชอบแบบนี้ เพราะดูมีคลาสมาก”
การได้ตัวรูดิเกอร์ของเรอัล มาดริด เป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะนอกจากจะไม่เสียเงินค่าฉีกสัญญาแล้ว ประสบการณ์ในเกมระดับสูง จะเข้ามาช่วยเป็นเสาหลักให้กับทีมไปอีกหลายปี แม้อายุจะเข้าใกล้เลขสามแล้วก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...