โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบื้องหลังภาพสะท้อน “เครื่องทองโบราณอยุธยา” พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 เม.ย. 2566 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2566 เวลา 08.59 น.
“พระขรรค์ชัยศรี” ลวดลายสลักรูปดอกไม้ 3 กลีบ อิทธิพลศิลปะแบบเปอร์เซีย

เมื่อพูดถึง เครื่องทองโบราณ เครื่องทองจากกรุวัดราชบูรณะ ที่สร้างในรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ปัจจุบันเก็บรักษา และจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือหนึ่งในรายการที่หลายท่านนึกถึง

หาก เครื่องทองโบราณ ที่จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา ยังมาจากที่อื่นๆ อีกด้วย

รายละเอียดเรื่องนี้ กำพล จำปาพันธ์ เขียนอธิบายไว้ในนิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับเดือนเมษายน 2566 กับบทความชื่อ “เครื่องทองอยุธยา เจ้าสามพระยา และโลกาภิวัตน์แรกในสยาม-อุษาคเนย์”

ผู้คนอยุธยาในอดีต ใช้ของมีค่าอย่าง “ทองคำ” หลายรูปแบบในชีวิตประจำวันทั่วไป สำหรับผู้มีฐานะ มีอำนาจ ชนชั้นปกครอง มีการถวายเครื่องทองเป็นพุทธบูชาแด่พระบรมธาตุนั้น จนเกิดเป็นประเพณี ก่อนรัชสมัยเจ้าสามพระยา ในอยุธยาเองจึงพบเครื่องทองตาม “กรุ” ของศาสนสถานต่างๆ เช่น ที่วัดพระราม วัดมหาธาตุ วัดพระศรีสรรเพชญ์ โดยพบมากที่สุดที่วัดราชบูรณะ และสภาพค่อนข้างสมบูรณ์เมื่อเทียบกับที่อื่น

เครื่องทองอยุธยาที่พบ หากพิจารณาจากแผนผังการจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา ก็พอจะจำแนกกว้างๆ ได้ดังนี้

ทองที่แปรรูปเป็นเครื่องราชูปโภค เช่น พระแสงดาบ เครื่องศิราภรณ์ เครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องราชบรรณาการต้นไม้ทอง ฉลองพระบาท เป็นต้น

ทองแปรรูปและของเกี่ยวเนื่องกับศาสนาพุทธ-พราหมณ์ เช่น พระพุทธรูป พระพิมพ์ เจดีย์จำลอง แผ่นทองประกอบลายรอยพระพุทธบาทจำลอง เป็นต้น

ทองที่อยู่ในรูปของเกี่ยวเนื่องกับพระราชวงศ์ฝ่ายใน เช่น สุพรรณบัฏที่มีจารึกระบุถึงการแต่งตั้งสตรีนาม “แม่นางมงคล” กับ “แม่นางเกื้อ”

ทองที่อยู่ในรูปของเกี่ยวเนื่องกับขุนนาง เช่น แผ่นสุพรรณบัฏมีจารึกแต่งตั้งขุนนางให้ได้รับตำแหน่งต่างๆ

ฯลฯ

เครื่องทองข้างต้น ในฐานะของมีค่านอกจากจะเป็นมรดกของชาติ มันยังสะท้อนภาพการเชื่อมโยงกันระหว่างอยุธยากับโลกภายนอก หรือกระบวนการ “โลกาภิวัตน์” (Globalization) ที่พอจะสรุปผ่านสิ่งต่างๆ ดังนี้

1. ทองคำที่เป็นวัตถุดิบที่มาจากล้านช้าง ที่ต้องผ่านหัวเมืองต่างๆ ในไทย, รัฐเพื่อนบ้านใกล้เคียง และบางครั้งก็มาจากดินแดนแหล่งโพ้นทะเล เช่น ศรีลังกา มลายู อาเจะห์ หมู่เกาะอันดามัน ฯลฯ

2. ลวดลายบนเครื่องทอง เช่น ลายซุ้มเจดีย์แบบล้านนา ซุ้มเรือนแก้วพระพุทธรูปแบบล้านนา ฉลองพระบาท (รองเท้า) แบบล้านนา (พบที่เมืองฮอด เชียงใหม่) หรือลายพระภิกษุพนมหัตถ์และกระทำทักษิณาวรรตแบบสุโขทัย ซุ้มเรือนแก้วพระพุทธรูปแบบสุโขทัย อิทธิพลพระพุทธชินราช สะท้อนอิทธิพลของหัวเมืองฝ่ายเหนือซึ่งเป็นพันธมิตรกับราชวงศ์สุพรรณภูมิ

3. ช่างทองเป็นชาวจีน ดังเห็นได้จากการจัดแสดงสิ่งของและเครื่องมือช่างทองด้วย เช่น เครื่องถ้วยโถสมัยราชวงศ์หยวน, เงินตราแลกเปลี่ยนที่เมืองจีน, กระจกเลนส์พิเศษจากญี่ปุ่น สำหรับใช้งานในการทำลวดลายขนาดเล็ก ฯลฯ

4. พระแสงดาบมีฝักและด้ามจับลวดลายแบบเปอร์เซีย ได้รับการแนะนำว่าเป็น “พระขรรค์ชัยศรี” พระแสงดาบแบบเปอร์เซียอันนี้น่าจะเป็นพระแสงดาบส่วนพระองค์ หากก็แสดงให้เห็นว่าเจ้าสามพระยาเป็นผู้มั่งคั่ง และมีของจากมหาอำนาจแดนไกลอย่างจักรวรรดิเปอร์เซีย

ส่วนที่มาของพระแสงดาบนี้เป็นไปได้ว่าอาจจะได้รับพระราชทานมาจากสมเด็จพระนครินทราธิราช (เจ้านครอินทร์) พระราชบิดาของพระองค์ ตามที่บันทึกไว้ใน “พระราชพงศาวดารฉบับฟาน ฟลีต” (วัน วลิต)

5. เหรียญทองจารึกอักษรอาหรับ จำนวน 2 เหรียญ มีพระนามสุลต่านชัยนุลอาบีดีน (ครองราชย์ระหว่างพ.ศ. 1926-1948) ผู้ปกครองรัฐซามูดรา (สมุทรา) อาณาจักรปาไซ (Pasai) ปัจจุบันคือบริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นไปได้หรือไม่ว่า อาจจะเคยมีการส่งตัวเจ้าสามพระยาไปอยู่แถบชวา-มลายูตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เมื่อสุลต่านชัยนุลอาบีดีนสวรรคตจึงได้กลับสุพรรณภูมิ หรือไม่ก็ได้เหรียญทั้งสองนี้มาจากการค้า

6. ตลับ กระปุก สิงห์ ปลา แมวหยกขาว อยู่ในรายการของสะสมขนาดเล็กแบบเวียดนามสมัยราชวงศ์เล บรรจุอยู่ในภาชนะรูปปลาช่อน แสดงว่าเจ้าสามพระยาน่าจะเป็นกลุ่มอำนาจในอยุธยาที่มีการติดต่อค้าขายและสร้างสัมพันธ์กับราชวงศ์เลมาตั้งแต่ก่อนขึ้นครองราชย์ เมื่อยกทัพไปตีเมืองพระนครของกัมพูชา ไม่ปรากฏว่ากองทัพของเจ้าสามพระยาได้ปะทะกับกองทัพราชวงศ์เลแต่อย่างใด

ที่กล่าวมาก็แค่เนื้อหาบางส่วน หากยังมีเนื้อหาอีกมากมายไม่ว่า ทองคำที่ราชสำนักอยุธยาใช้นั้นมาช่องทางใด จากแหล่งผลิต หรือเหมืองทองคำที่ใด, มนุษย์อยุธยามีการค้า-การบริโภคทองคำอย่างไร, ย่านการค้าทองของกรุงศรีอยุธยาอยู่ที่ใด ทั้งหมดนี้ ขอท่านได้โปรดติดตามจาก “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับเดือนเมษายนนี้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 เมษายน 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...