โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'ยุทธพงศ์' แจงปมเรือดำน้ำไม่มีเครื่องยนต์ ถาม 'พระรามตู่อยู่ไหน' จะรับผิดชอบอย่างไร 

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 มี.ค. 2565 เวลา 08.53 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2565 เวลา 06.53 น.

‘ยุทธพงศ์’ แจงปมเรือดำน้ำไม่มีเครื่องยนต์ ถาม ‘พระรามตู่อยู่ไหน’ จะรับผิดชอบอย่างไร 

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงข่าวเรื่องเรือดำน้ำที่กองทัพเรือทำการจัดซื้อจากประเทศจีน ว่าเรือดำน้ำที่ซื้อมาจากประเทศจีนขณะนี้อยู่ระหว่างการต่อเรือดำน้ำลำที่ 1 โดยปัญหาคือไม่มีเครื่องยนต์สำหรับเรือดำน้ำ ทางโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีทั้งหมด 3 ลำ ลำที่ 1 มูลค่า 12,424 ล้านบาท อยู่ระหว่างการต่อเรือ สัญญาเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 และจะต้องส่งมอบให้กับกองทัพเรือไทยในเดือนกันยายน 2566 ส่วนลำที่ 2 และ 3 มีการผ่านของบประมาณโดยกองทัพเรือของบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีก 22,500 ล้านบาท

แต่ทางพรรคเพื่อไทยได้มีการคัดค้านเรื่องนี้ เมื่อสองปีที่แล้วที่ตนคัดค้านทางกองทัพก็ออกมาตอบโต้ว่ามีความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำ และมีประโยชน์ทางทะเล และในสมัย พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับตน แต่ตนก็ไม่ได้หวั่นไหวเพราะเอาความจริงมาฟ้องกับพี่น้องประชาชน ยืนยันว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำมีความไม่โปร่งใส

“เรือดำน้ำที่มีปัญหาเรียกว่ารุ่น S26T YUAN Class ซึ่งรุ่นนี้มีระบบที่เรียกว่า AIP ซึ่งจีนพัฒนาขึ้นมา และต้องเรียนว่าประเทศจีนเองยังไม่เคยผลิตเรือดำน้ำเองได้ เรือที่มีอยู่ก็ซื้อมือสองจากรัสเซียมา และเรือดำน้ำรุ่นนี้เป็นครั้งแรกที่ประเทศจีนผลิตเรือดำน้ำซึ่งไม่ได้ผลิตให้กองทัพเรือจีน แต่ผลิตเพื่อขายให้กับกองทัพเรือไทย วันนี้ผมจะออกมาเปิดเผยว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร” นายยุทธพงศ์กล่าว

นายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า สถานทูตเยอรมันได้แถลงเกี่ยวกับเครื่องยนต์ MTU สำหรับเรือดำน้ำรุ่น S26T ของกองทัพเรือไทย โดยผู้ช่วยทูตทหารของเยอรมันประจำประเทศไทยได้ออกมาแถลงการณ์เกี่ยวกับการที่รัฐบาลเยอรมันไม่ออกใบอนุญาต หรือใบอนุญาตในการส่งออกเครื่องยนต์ MTU ซึ่งจะต้องติดตั้งให้กับเรือดำน้ำรุ่น S26T ซึ่งขณะนี้กำลังต่อเรืออยู่ที่ประเทศจีน โดยบอกว่ารัฐบาลจีนไม่ได้มีการติดต่อกับทางรัฐบาลเยอรมันมาก่อนเลย ก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญาซื้อขายเรือดำน้ำลำที่ 1 รัฐบาลเยอรมันไม่เคยได้รับการติดต่อจากประเทศจีนเพื่อซื้อเครื่องยนต์ MTU สำหรับติดตั้งเรือดำน้ำที่ขายให้กับประเทศไทย แบบนี้เรียกว่าไม่รอบคอบหรือไม่ รัฐบาลจีนบอกว่าการซื้อขายครั้งนี้เป็นแบบรัฐต่อรัฐ แล้วการที่ทำแบบนี้หมายถึงอะไร เสียความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่ ปัญหาที่รัฐบาลจีนกำลังประสบอยู่ขณะนี้คือบริษัท China Shipbuilding and Offshore International Company (CSOC) พยายามที่จะต้องซื้อเครื่องยนต์ MTU สำหรับเรือดำน้ำรุ่น S26T ซึ่งกำลังต่ออยู่ที่เมืองอู่ฮั่น อีกด้านหนึ่งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน รัฐบาลจีนจึงเสนอว่าจะให้เรือดำน้ำมือสอง จำนวน 2 ลำ บริจาคให้ไทย ซึ่งเรือดำน้ำมีอายุ 50 ปีแล้ว เนื่องจากรัฐบาลเยอรมันปฏิเสธที่จะขายเครื่องยนต์ให้

โดยเรือดำน้ำลำที่ 1 เดิมที่มีการเซ็นสัญญาไว้จะต้องส่งมอบให้กับทางกองทัพเรือไทยในเดือนกันยายน 2566 แต่ขณะนี้ได้ถูกเลื่อนการส่งมอบไปจนถึงเดือนเมษายน 2567 และในเว็บไซต์เกี่ยวกับเรื่องการทหารระดับโลกได้บอกว่าเรือดำน้ำทั้งหมดที่ซื้อจากประเทศจีน ซึ่งประเทศไทยไม่ได้มีเรือดำน้ำมายาวนาน ผู้ที่ให้กำเนิดเรือดำน้ำคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรายงานข่าวยังบอกอีกว่า พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ยืนยันว่าได้รับการติดต่อจากประเทศจีนในการบริจาคเรือดำน้ำเก่า จำนวน 2 ลำ มาให้กองทัพเรือไทย เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2558 กองทัพเรือได้เลือกซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน 3 ลำ โดย พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าเรือดำน้ำจีนดี ซื้อ 2 แถม 1 แต่สุดท้ายทำไมกลายเป็นจ่ายเงินทั้ง 3 ลำ และไม่มีเครื่องยนต์

“พระรามตู่อยู่ไหน รับผิดชอบอย่างไร และคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพเรือก็ได้โหวตเป็นเอกฉันท์ ผู้ที่เป็นประธานในการจัดหาเรือดำน้ำในขณะนั้นคือ พล.ร.อ.ลือชัย ทำไมจึงไปเลือกเรือดำน้ำที่ไม่มีเครื่องยนต์ แล้วคุณจะรับผิดชอบอย่างไร และขณะเดียวกันเขายังบอกว่า วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 กองทัพเรือได้ทำเรื่องของบประมาณผ่าน ครม.จำนวน 36,000 ล้านบาท ในการซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำ แต่แบ่งจ่ายทั้งหมด 11 ปี เนื่องจากเป็นจำนวนเงินที่มาก แสดงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อ”

นายยุทธพงศ์กล่าวว่า เรือดำน้ำรุ่นที่ไทยซื้อคือรุ่น 039A เป็นเรือดำน้ำที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลและจีนผลิตเป็นครั้งแรกแบบที่มีระบบ AIP คือมีไว้สำหรับให้เรือดำน้ำดำอยู่ใต้ทะเลได้นานหลายวัน ขณะเดียวกันก็บอกด้วยว่าระบบ AIP พัฒนาโดยสถาบัน 711 ของ CSOC และในขณะเดียวกันตนยืนยันว่าคนที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้คือ พล.อ.ประวิตร บิดาแห่งเรือดำน้ำไทย

“เรื่องที่สองเรื่องการแพร่ระบาดของโควิดในวันนี้มีผู้เสียชีวิตนิวไฮ 59 คน ผู้เสียชีวิตนิวไฮทุกวัน แล้วที่บอกว่าโควิดกระจอกมันกระจอกตรงไหน วันนี้มียอดผู้ป่วยที่ตรวจผ่าน RT-PCR 21,881 ราย ตรวจผ่าน ATK 31,407 ราย และรัฐบาลจะประกาศว่าโควิดเป็นโรคประจำถิ่นเดือนกรกฎาคม ปี 2565 จะเป็นไปได้อย่างไร วันนี้มีผู้ป่วยและหายแล้วในประเทศไทย 3 ล้านคน ตั้งแต่ประเทศไทยเกิดการแพร่ระบาดของโควิดเดือนมีนาคม 2563 มีผู้เสียชีวิต 23,176 คน” นายยุทธพงศ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...