โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าจอมเลียม ในรัชกาลที่ 5 นักประดิษฐ์โมเดลจิ๋วผู้มาก่อนกาล กับมาสเตอร์พีซบ้านตุ๊กตาฝรั่ง

Sarakadee Lite

อัพเดต 11 มี.ค. 2565 เวลา 17.30 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 11.14 น. • เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต

เจ้าจอมเลียม ในรัชกาลที่ 5 เป็นสุภาพสตรีในราชสำนักจากสายสกุลบุนนาค ผู้มาก่อนกาลในการเป็นนักประดิษฐ์โมเดลของจิ๋วคนแรก ๆ ของสยามที่สามารถประดิษฐ์สิ่งของขนาดเล็กได้อย่างละเมียดเพื่อเลียนแบบสิ่งของต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างสมจริงโดยคอลเล็กชันผลงานสร้างสรรค์ของ เจ้าจอมเลียม นั้นเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของศิลปวัตถุที่จัดแสดงใน พระตำหนักแดง อาคารทรงไทยทาสีแดงส้มภายใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

บ้านตุ๊กตาฝรั่งในคอลเล็กชันของเจ้าจอมเลียม

ผลงานชิ้นเด่นของเจ้าจอมเลียมคือ บ้านตุ๊กตาฝรั่ง ซึ่งทำเป็นตู้ไม้และจัดแบ่งพื้นที่ด้านในเป็น 9 ช่องในแนวตั้งเพื่อแทนแผนผังของการแบ่งห้องต่าง ๆ ภายในบ้านขนาด 3 ชั้นตามรูปแบบอย่างตะวันตกโดยมีห้องน้ำและบันไดอยู่ภายในบ้าน แบบบ้านนี้แตกต่างจากบ้านเรือนไทยแบบจารีตที่มักจะทำเป็นบ้านยกใต้ถุนสูงโดยแยกห้องน้ำ ห้องครัวและบันไดอยู่นอกเรือนและมีพื้นที่อเนกประสงค์นอกชาน ในแต่ละห้องของบ้านตุ๊กตาตกแต่งด้วยเครื่องเรือนและของประดับขนาดจิ๋วที่ผสมผสานทั้งแบบฝรั่งและแบบไทยซึ่งสามารถสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในการสร้างบ้านเรือนของไทยจากแบบจารีตสู่แบบสมัยใหม่ที่รับอิทธิพลตะวันตกโดยเฉพาะในช่วงสมัยรัชกาลที่ 7 ซึ่งเป็นช่วงที่เจ้าจอมเลียมประดิษฐ์บ้านตุ๊กตาชิ้นนี้

ภาพรัชกาลที่ 7 ที่ประดับตามมุมต่างๆ ของบ้านตุ๊กตา

ทันตแพทย์หญิงพิมสวาท วัฒนศิริโรจน์ ผู้ซึ่งคุณตาของเธอ (เต็ม สุริยวงศ์ บุนนาค) เป็นน้องชายของเจ้าจอมเลียมได้กล่าวถึงเจ้าจอมเลียมซึ่งเธอเรียกว่า “คุณยายในวัง” ในเสวนาทางวิชาการเรื่อง เล่าเรื่องของเล่น ของสะสม (ของจิ๋ว) เจ้านายในราชสำนัก ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ว่า

“จำได้ว่าคุณแม่ (วิสวาท อัศวนนท์) เคยพาไปเยี่ยมคุณยายในวังที่บ้านทรงไทยโบราณบริเวณแยกบ้านแขก และเคยเห็นตู้ของจิ๋วของท่านด้วย แต่ตอนนั้นเรายังเด็กและยังไม่ได้สนใจอย่างลึกซึ้ง คุณยายในวังท่านเป็นคนประดิดประดอยและมีความสามารถทางศิลปะ ท่านไม่เคยไปต่างประเทศแต่เฟอร์นิเจอร์จิ๋วแบบฝรั่งที่ท่านประดิษฐ์ตกแต่งในบ้านตุ๊กตามีความเหมือนจริงและสเกลสมส่วน นอกจากนี้ท่านยังชอบทำอาหารโดยทางครอบครัวเราได้สืบทอดสูตรข้าวแช่ของคุณยายจนเป็นเมนูประจำบ้านบุนนาคในช่วงฤดูร้อน”

ห้องครัวตกแต่งด้วยเครื่องครัวฝรั่งและไทยอย่างกระต่ายขูดมะพร้าว

สำหรับงานมาสเตอร์พีซบ้านตุ๊กตาฝรั่งนั้น ทางพิพิธภัณฑ์ได้รับมอบจาก วรันดับ ฉัตรกุล ณ อยุธยา ผู้เป็นหลานสาวเมื่อ พ.ศ.2503 ภายหลังการถึงแก่อนิจกรรมของเจ้าจอมเลียม (พ.ศ.2424-2503) สิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ในบ้านนั้นล้วนสะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และสังคมของไทยในยุคนั้นโดยเราสามารถเริ่มสำรวจบ้านเริ่มจากชั้นล่างสุดซึ่งบริเวณตรงกลางทำเป็นโถงเข้าบ้านมีพรมปูพื้นและบันได ส่วนด้านซ้ายจัดวางเป็นห้องครัวตกแต่งด้วยตู้กับข้าวที่ทำจากมุ้งลวดจริง กระต่ายขูดมะพร้าว โอ่งน้ำ ตู้ โต๊ะและจาน ชาม มีด ที่มีลักษณะสมจริงอย่างมากและห้องด้านขวาเป็นห้องรับแขกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์อย่างตะวันตกและเปียโนย่อส่วน

เบาะรองนั่งและหมอนสามเหลี่ยมแบบไทย

เมื่อขึ้นสู่ชั้น 2 ของบ้านจะมีห้องทำงานอยู่ด้านซ้ายเพียบพร้อมด้วยโต๊ะเขียนหนังสือ ตู้หนังสือ และโซฟา ส่วนห้องตรงกลางเป็นห้องเก็บของและห้องด้านขวาเป็นห้องน้ำชาซึ่งประดับตกแต่งด้วยชุดน้ำชาแบบฝรั่งขนาดจิ๋วและตู้โชว์เครื่องแก้วแบบต่าง ๆ แต่บริเวณมุมขวาสุดจะสังเกตเห็นเบาะรองนั่งและหมอนสามเหลี่ยมแบบไทย

“หลาย ๆ ห้องในบ้านตุ๊กตามีการประดับด้วยรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 7 ซึ่งย่อให้เป็นขนาดจิ๋วดังนั้นผลงานชิ้นนี้น่าจะทำขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 7 ที่น่าสนใจคือหนังสือในตู้หนังสือสามารถดึงออกมาเป็นเล่ม ๆ ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในงานศิลปประดิษฐ์และความละเมียดของเจ้าจอมเลียม เสื่อจันทบูรที่ปูในห้องครัวและห้องรับแขกมีการเก็บขอบอย่างดีจึงน่าจะเป็นการทอแบบสั่งทำพิเศษโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีการทำเลียนแบบหนังสัตว์เพื่อใช้ปูบนพื้นและบนโต๊ะตามรสนิยมแบบตะวันตกในขณะนั้น” ยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร อธิบาย

หนังสัตว์ใช้ปูบนพื้นและบนโต๊ะตามรสนิยมแบบตะวันตก และหนังสือที่สามารถดึงได้เป็นเล่มๆ

บริเวณชั้น 3 ของบ้านประกอบด้วยห้องนอนทางด้านขวาซึ่งตกแต่งด้วยเครื่องเรือนแบบตะวันตก วิทยุ พัดลม โต๊ะเครื่องแป้งซึ่งมีหวีกระที่ทำได้เหมือนจริงมากวางอยู่บนโต๊ะด้วย ตรงกลางเป็นห้องน้ำติดตั้งสุขภัณฑ์แบบตะวันตกประกอบด้วยอ่างอาบน้ำ ชักโครก และอ่างล้างหน้าพร้อมขาตั้ง ส่วนห้องด้านขวาเป็นห้องพระที่มีพระพุทธรูปขนาดย่อส่วนและโต๊ะหมู่บูชา บนเพดานเขียนลวดลายดอกไม้และตกแต่งด้วยแชนเดอเลียทำจากลูกปัด

นอกจากบ้านตุ๊กตาแล้ว ของจิ๋วที่ เจ้าจอมเลียม ประดิษฐ์และมอบให้พิพิธภัณฑ์ด้วยตนเองเมื่อ พ.ศ.2475 คือ ชุดเครื่องแก้วย่อส่วนทำจากหลอดแก้ว (หลอดฉีดยา) และถัดมาใน พ.ศ.2494 ได้มอบศิลปวัตถุเพิ่มอีกคือ ตู้ 1 หลัง พร้อมข้าวของย่อส่วนและตุ๊กตาขนาดเล็ก พร้อมด้วยโปสต์การ์ดรูปเจ้าจอมเลียมและปัจฉิมโอวาทที่เจ้าจอมเขียนเกี่ยวกับมรณสติเพื่อเตรียมไว้สำหรับจัดพิมพ์ในงานศพของตนเองไว้ล่วงหน้า

ชุดเครื่องพุทธบูชาไซส์จิ๋ว

“เจ้าจอมเลียมมีฝีมือในงานประดิษฐ์มาก ในตู้เราจะเห็นข้าวของเครื่องใช้หลายประเภทที่ย่อส่วนได้อย่างสมจริง และความสามารถในการนำวัสดุต่าง ๆ มาประดิษฐ์ เช่น สำรับคาวหวานทำจากไม้กลึง เครื่องครัวดินเผามีฝาเปิดปิดได้ ภาชนะทำจากเปลือกหอยและกระจกเกรียบ ชุดเครื่องดนตรีทำจากไม้ ชฎาทำจากใบตาล โต๊ะหมู่บูชา แว่นเวียนเทียน และเชี่ยนหมากก็ทำได้ประณีตอย่างน่าทึ่ง บางรูปที่ประดับในบ้านตุ๊กตาเป็นรูปที่อยู่บนซองบุหรี่และนำมาอัดและย่อส่วนจนได้สัดส่วนที่เหมาะสม” ยุทธนาวรากรกล่าว

ชุดเครื่องดนตรีทำจากไม้ และชฎาทำจากใบตาล

อีกหนึ่งผลงานสร้างสรรค์ของเจ้าจอมเลียมในคลังสะสมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ที่ไม่เคยนำออกมาจัดแสดงที่ไหนมาก่อน คือ บ้านกระดาษในรูปทรงแบบบ้านสไตล์ทิวดอร์ 2 ชั้นย่อส่วน จำนวน 1 หลัง โดยออกแบบให้สามารถถอดหลังคาบ้านได้และภายในบ้านแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ พร้อมข้าวของประดับขนาดจิ๋ว บ้านกระดาษหลังนี้คาดว่าประดิษฐ์ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 7 เช่นเดียวกันแต่มีสภาพชำรุดและยังไม่ผ่านการบูรณะจากนักอนุรักษ์ อีกทั้งด้วยวัสดุกระดาษมีความอ่อนไหวที่จะเสียหายได้ง่ายต่อแสงแดดและความชื้นทำให้ไม่ได้นำมาจัดแสดงร่วมกับคอลเล็กชันอื่น ๆ อย่างไรก็ตามทางพิพิธภัณฑ์ได้นำบ้านกระดาษมาจัดแสดงครั้งแรกเป็นการชั่วคราวในระยะสั้น ๆ เพียง 1 สัปดาห์เมื่อวันที่ 18-24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 สืบเนื่องจากการจัดเสวนาทางวิชาการเล่าเรื่องของเล่น ของสะสม (ของจิ๋ว) เจ้านายในราชสำนัก

บ้านกระดาษในรูปทรงแบบบ้านสไตล์ทิวดอร์ 2 ชั้นย่อส่วน สามารถถอดหลังคาได้
เจ้าจอมเลียม

เจ้าจอมเลียม เป็นธิดาของเจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ (โต บุนนาค) และท่านผู้หญิงตลับและมีศักดิ์เป็นหลานชวดสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ซึ่งเป็นขุนนางผู้มีบทบาทสำคัญในการเมืองการปกครองของสยามโดยเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชกาลที่ 5 ระหว่าง พ.ศ. 2411-2416 ซึ่งในเวลานั้นพระองค์ยังไม่ทรงบรรลุราชนิติภาวะ

เมื่ออายุ 11 ปี เจ้าจอมเลียมได้เข้าไปอยู่ในพระบรมมหาราชวังเพื่อฝึกฝนการเป็นกุลสตรีในสำนักเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ ผู้มีศักดิ์เป็นอาและเป็นพระสนมเอกในรัชกาลที่ 5 จนได้ถวายตัวเป็นบาทบริจาริกาเมื่อวัย 15 ปี จนสิ้นรัชสมัยจึงกราบบังคมทูลลารัชกาลที่ 6 กลับมาพำนักที่บ้านเดิมบริเวณแยกบ้านแขกและร่วมทำนุบำรุงพระศาสนาเป็นประจำโดยเฉพาะที่วัดบุปผาราม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นวัดที่ท่านมาฟังพระธรรมในวันพระอยู่เป็นประจำ

“เมื่อได้มาเห็นงานในคอลเล็กชันของเจ้าจอมเลียมอีกครั้งหลังจากที่มีการปรับปรุงพระตำหนักแดง เราก็รู้สึกภาคภูมิใจและปลื้มใจในฝีมือศิลปะของท่านอย่างมาก ที่วัดบุปผารามเองก็มีหนังสือที่เจ้าจอมเลียมเขียนและเก็บไว้ที่นั่นเยอะมาก” ทันตแพทย์หญิงพิมสวาทกล่าว

โปสต์การ์ดรูปเจ้าจอมเลียมและปัจฉิมโอวาทที่เจ้าจอมเขียนเกี่ยวกับมรณสติเพื่อเตรียมไว้สำหรับจัดพิมพ์ในงานศพของตนเองล่วงหน้า

นอกจากเป็นนักประดิษฐ์แล้ว เจ้าจอมเลียมยังเป็นผู้บุกเบิกการสะสมตรารุ่นแรกของสยาม เช่น ตราแผ่นดิน ตราประจำพระองค์ ตราประจำหน่วยงานสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 4-5 กว่า 400 ดวงตราซึ่งถือเป็นงานออกแบบกราฟิกยุคแรกของสยามโดยเจ้าจอมเลียมใช้เวลารวบรวมกว่า 6 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2445-2451 และนำมาประทับลงในสมุดที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 และวาดภาพพร้อมระบายสีตกแต่งเพื่อจัดแสดงตราในหน้าต่าง ๆ ไว้อย่างสวยงาม และทางสำนักพิมพ์ สยาม เรเนซองส์ จำกัด ได้รวบรวมตราสะสมเหล่านี้มาจัดพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ “สมุดตราสะสมเจ้าจอมเลียม ในรัชกาลที่ ๕” ซึ่งได้รับรางวัลชมเชยประเภทสวยงามทั่วไป ในการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี 2560 จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

บรรยากาศภายในพระตำหนักแดง

ของจิ๋วที่จัดแสดงในพระตำหนักแดงและน่าสนใจไม่แพ้กันคือ เครื่องเล่นของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร โดยเป็นการจำลองย่อส่วนสำรับคาวหวานของเจ้านายในราชสำนัก เช่น โถข้าววางบนพาน สำรับคาว สำรับหวาน และภาชนะชำระพระหัตถ์ รวมไปถึงตุ๊กตาชาววังอันเป็นสมบัติเดิมของพิพิธภัณฑ์ที่เป็นตุ๊กตาขนาดจิ๋วนั่งล้อมวงกันอยู่บนตั่งไม้ และเครื่องเรือนจำลอง เช่น ตู้ เตียง ตั่งไม้ที่จำหลักได้สวยงามสมจริง

พระตำหนักแดงได้รับการอนุรักษ์และเพิ่งเปิดให้เข้าชมเมื่อปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 การจัดแสดงศิลปวัตถุได้รับการปรับปรุงเพื่อเล่าเรื่องวิถีชีวิตเด็กไทยในอดีต ตั้งแต่ธรรมเนียมการขอลูก การเกิด การอยู่ไฟ การโกนจุก การละเล่นและการศึกษาโดยมีการใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ให้ผู้ชมได้สนุกกับการชมจุดต่าง ๆ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AR Phra Tam Nak Daeng ทั้งในระบบ iOS และ Android จะได้เห็นภาพจำลองของวิถีชีวิตและประเพณีต่าง ๆ เช่น บริเวณพระอู่ (เปลเด็ก) จะปรากฏภาพจำลองและเสียงบรรเลงของวงขับไม้กล่อมพระบรรทมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ของพระบรมวงศ์ชั้นเจ้าฟ้า รวมไปถึงภาพจำลองการอยู่ไฟแบบโบราณของสตรีที่เพิ่งคลอดบุตร และภาพจำลองการเคี้ยวหมาก

Fact File

  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ถนนหน้าพระธาตุ กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.30-16.00 น.
  • ค่าเข้าชม: ชาวไทย 30 บาท ต่างชาติ 200 บาท นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป พระภิกษุ สามเณร และนักบวชทุกศาสนา ไม่เสียค่าเข้าชม
  • สอบถามเพิ่มเติม: โทรศัพท์ 02-224-1333 และ 02-224-1402 หรือ Facebook.com/nationalmuseumbangkok

The post เจ้าจอมเลียม ในรัชกาลที่ 5 นักประดิษฐ์โมเดลจิ๋วผู้มาก่อนกาล กับมาสเตอร์พีซบ้านตุ๊กตาฝรั่ง appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...