กรมขนส่งฯ แนะทำ ‘ใบขับขี่สากล’ ไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? ใช้ได้กี่ประเทศ? เช็กที่นี่!
The Bangkok Insight
อัพเดต 06 พ.ค. 2567 เวลา 02.53 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2567 เวลา 02.53 น. • The Bangkok Insightกรมขนส่งฯ แนะทำ "ใบขับขี่สากล" ไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? ใช้ได้กี่ประเทศ? เช็กเลย!
นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ โฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกแนะนำ สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางและต้องการขับรถยนต์ในต่างประเทศ สามารถเข้ารับบริการทำใบขับขี่สากลที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นไปตามภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนน
ใบขับขี่สากลที่ถูกต้องตามกฎหมาย
โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามอนุสัญญา 2 ฉบับ นั่นคือ “อนุสัญญาเจนีวา 1949” และ “อนุสัญญาเวียนนา 1968” โดยรายละเอียดของอนุสัญญาดังกล่าวมีดังนี้
- อนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนน ณ นครเจนีวา ค.ศ. 1949 หรือ อนุสัญญาเจนีวา 1949 มีอายุ 1 ปี นำไปใช้ได้ใน 102 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เป็นต้น
- อนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนน ณ กรุงเวียนนา ค.ศ. 1968 หรือ อนุสัญญาเวียนนา 1968 มีอายุ 3 ปี นับแต่วันออกใบขับขี่สากล หรือเท่ากับอายุของใบขับขี่ภายในประเทศที่ผู้ถือมีอยู่ นำไปใช้ได้ 86 ประเทศ เช่น บาห์เรน บราซิล เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น
สำหรับประเทศที่เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาทั้งสองฉบับ เช่น สหราชอาณาจักร อิตาลี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สวีเดน รวมถึงประเทศไทย สามารถใช้ใบขับขี่สากลที่ออกตามอนุสัญญาเวียนนา 1968 เพียงฉบับเดียวได้
หลักฐานที่ต้องเตรียม
รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า ผู้สนใจสามารถเตรียมเอกสารหลักฐานดังนี้
หลักฐานที่ต้องใช้ (กรณีคนไทย)
- หนังสือเดินทาง (ฉบับจริง) ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ
- บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง) ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ
- ใบขับขี่ไทย (5ปี, ตลอดชีพ, ขนส่ง) (ฉบับจริง) ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ
- รูปถ่าย ขนาด 2 นิ้ว 2 รูป ไม่เคลือบมัน (รูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
หลักฐานที่ต้องใช้ (กรณีคนต่างชาติ)
- หนังสือเดินทางและวีซ่า (ต้องไม่ใช่เพื่อการท่องเที่ยว เล่นกีฬา หรือเดินทางผ่านเมือง) (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)
- ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ที่รับรองโดยสถานทูต หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ฉบับจริง) หรือใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) หรือใบอนุญาตทำงานอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Work Permit) ที่แสดงรายละเอียดที่อยู่ และยังไม่สิ้นอายุ หรือหลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้ได้รับการตรวจลงตราพิเศษ (Smart Visa) ที่รับรองโดยสถานทูต หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือหน่วยงานภาครัฐ หรือองค์กรระหว่างประเทศออกให้ (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)
- ใบขับขี่ไทย (5ปี หรือ ตลอดชีพ) (ฉบับจริงพร้อมสำเนา) ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ 4.รูปถ่าย ขนาด 2 นิ้ว 2 รูป ไม่เคลือบมัน (รูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
หลักฐานเพิ่มเติม
กรณีการทำใบขับขี่สากลสามารถมอบอำนาจได้ โดยเตรียมหลักฐานเพิ่มเติม ได้แก่
- ใบมอบอำนาจ
- บัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)
- หลักฐานของผู้มอบอำนาจที่จะใช้ในการขอรับใบขับขี่สากล (สำเนาพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)
สำหรับผู้ที่ต้องการขอรับใบขับขี่สากลสามารถเข้ารับบริการ ณ สำนักงานขนส่ง ได้โดยไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า (walk in) หรือจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue และแจ้งรายชื่อประเทศที่ต้องการนำใบขับขี่สากลไปใช้ต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบความเกี่ยวข้องในการร่วมเป็นภาคีตามอนุสัญญา หรือสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเองที่https://apps.dlt.go.th/ltpcenter/ ใบขับขี่สากลตามอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับ มีค่าธรรมเนียมพร้อมค่าคำขอรวม 505 บาทเท่ากัน
ทั้งนี้ ใบขับขี่สากลตามอนุสัญญาเวียนนา 1968 ต้องใช้ควบคู่กับใบขับขี่ของไทยแบบบัตรพลาสติกที่มีข้อความภาษาอังกฤษกำกับด้วย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘พิพัฒน์’ หนุนผลิตบุคลากรด้านโลจิสติกส์ รองรับธรุกิจขนส่งระหว่างประเทศ การันตีเด็กจบใหม่ มีงานทำ 100%
- ‘พิพัฒน์’ เผยไทย MOU เกาหลีใต้ เตรียมส่งแรงงานเกษตร-ประมง ด้วยวีซ่า E-8 เช็กคุณสมบัติด่วน!
- เพิ่มช่องทาง แรงงานเมียนมา เข้าไทยผ่านสนามบินดอนเมือง หลังด่านชายแดนปิดจากการสู้รบ
ติดตามเราได้ที่