เริ่มเจรจาสันติภาพ แต่สงครามยังไม่หยุด ยูเครน ถล่มหนัก รัสเซีย เดือด
การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนในนครอิสตันบูลสิ้นสุดลงภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงหลังเริ่มต้นในวันจันทร์ ซึ่งเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ยูเครนได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในสงคราม โดยมุ่งเป้าไปที่เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ที่ติดอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซีย
3 มิถุนายน 2568 – การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนในนครอิสตันบูลสิ้นสุดลงภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง โดยการเจรจาครั้งนี้เริ่มขึ้นหลังจากที่ยูเครนเปิดฉากโจมตีทางอากาศด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในสงครามเพียง 1 วัน โดยมุ่งเป้าไปที่เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ที่ติดอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซีย
การเจรจาสันติภาพครั้งนี้เริ่มต้นล่าช้าจากเวลานัดเกือบสองชั่วโมง โดยไม่มีการอธิบายถึงสาเหตุของความล่าช้านั้น โดยเป็นการพบปะโดยตรงระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่ปี 2022
มีรายงานว่าบรรยากาศของการประชุมค่อนข้างเงียบขรึม ส่วนใหญ่เป็นบทสนทนาสั้น ๆ แต่ก็ได้มีการตกลงกันในเรื่องการแลกเปลี่ยนเชลยศึกครั้งใหม่ โดยฝ่ายยูเครนยังเปิดเผยว่าได้มีการวางแผนสำหรับการเจรจารอบถัดไปแล้ว
แต่ก่อนที่การเจรจาจะเริ่มต้นขึ้น มีบล็อกเกอร์สายสงครามที่สนับสนุนรัสเซีย ได้แสดงความโกรธแค้นและเรียกร้องให้รัฐบาลรัสเซียตอบโต้ยูเครนอย่างรุนแรง หลังจากที่ยูเครนเปิดฉากโจมตี โดยมุ่งเป้าไปที่ฝูงบินเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ของรัสเซียในแคว้นไซบีเรียและพื้นที่อื่น ๆ
ยูเครนและรัสเซียต่างออกมาให้ข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับฝูงบินทิ้งระเบิดของรัสเซีย ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในคลังแสงนิวเคลียร์ของประเทศ แต่จากภาพถ่ายดาวเทียมที่เผยแพร่สู่สาธารณะก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามอสโกสูญเสียยุทโธปกรณ์ที่สำคัญบางส่วนไปจริง
นายฮาคาน ฟิดาน รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี ได้กล่าวกับผู้แทนทั้งสองฝ่ายของรัสเซียและยูเครนในช่วงเริ่มต้นการเจรจาว่า “สายตาทั่วโลกกำลังจับจ้องอยู่ที่การพบปะครั้งนี้” โดยเขากล่าวว่า จุดประสงค์ของการประชุมในครั้งนี้ คือการประเมินเงื่อนไขของการหยุดยิง การหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการพบปะระหว่างประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศ และพิจารณาโอกาสในการแลกเปลี่ยนเชลยศึกเพิ่มเติม
ด้าน นายรัสเตม อูเมรอฟ รัฐมนตรีกลาโหมของยูเครน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนของยูเครน เปิดเผยหลังการเจรจาว่า ได้มีการตกลงกันสำหรับการแลกเปลี่ยนเชลยศึกครั้งใหม่ ซึ่งจะเป็นการสานต่อจากการแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดของสงครามที่ได้รับการไกล่เกลี่ยจากการเจรจารอบก่อน โดยเขากล่าวว่าการแลกเปลี่ยนครั้งใหม่นี้จะมุ่งเน้นไปที่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในสงคราม และเยาวชน
อูเมรอฟ ยังกล่าวอีกว่า มอสโกได้ยื่นร่างข้อตกลงสันติภาพของตนให้กับยูเครน และยูเครนก็ได้จัดทำร่างข้อตกลงของตัวเองไว้แล้วเช่นกัน หลังจากนี้จะทำการพิจารณาเอกสารของรัสเซียต่อไป โดยยูเครนได้เสนอให้มีการเจรจารอบใหม่ก่อนสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ แต่เชื่อว่า ปัญหาความขัดแย้งมากมายที่ยังค้างคาอยู่นั้นสามารถแก้ไขได้เพียงผ่านการพบปะโดยตรงระหว่างประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน กับ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เท่านั้น
นายอันดรีย์ เยอร์มัค หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยว่า คณะผู้แทนของยูเครนได้มอบรายชื่อเด็ก ๆ ที่เชื่อว่าถูกลักพาตัวไปยังรัสเซีย และเรียกร้องให้รัสเซียส่งตัวเด็กเหล่านั้นกลับคืน โดยมอสโกให้เหตุผลว่า การนำเด็กไปนั้นเพื่อปกป้องพวกเขาจากภาวะสงคราม
คาดว่าทั้งสองฝ่ายจะหารือกันในวันจันทร์เกี่ยวกับแนวคิดอันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงของทั้งยูเครนและรัสเซียต่อภาพรวมของการหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ และเส้นทางสู่สันติภาพในระยะยาว ท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่กล่าวว่าสหรัฐอาจยุติบทบาทในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยหากไม่มีความคืบหน้า
อย่างไรก็ตามแม้ว่าทั้งสองประเทศจะมีเหตุผลที่แตกต่างกัน แต่ทั้ง 2 ประเทศต่างก็ต้องการให้ทรัมป์ยังคงมีบทบาทในกระบวนการสันติภาพ ทว่าความคาดหวังว่าจะเกิดความก้าวหน้าในการเจรจาในวันจันทร์ที่ผ่านมานั้นถือว่าต่ำมาก
ยูเครนมองว่าท่าทีของรัสเซียจนถึงขณะนี้คือความพยายามจะบีบบังคับให้ยอมจำนน ซึ่งฝั่งยูเครนย้ำชัดเจนว่า"จะไม่มีวันยอม" ขณะที่รัสเซียซึ่งเพิ่งมีความคืบหน้าทางทหารในเดือนพฤษภาคมมากที่สุดในรอบ 6 เดือน กล่าวว่ายูเครนควรยอมรับเงื่อนไขสันติภาพของรัสเซีย มิฉะนั้นจะสูญเสียดินแดนเพิ่มเติม
ปูตินได้ระบุเงื่อนไขเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามอย่างทันทีเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วว่า ยูเครนต้องยุติความตั้งใจที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโต้ และต้องถอนทหารออกจากดินแดนทั้ง 4 แห่งของยูเครนที่รัสเซียอ้างสิทธิ์และควบคุมอยู่เป็นส่วนใหญ่
ทั้งนี้ตามแผนแม่บทที่ยูเครนเสนอ ยูเครนต้องการข้อตกลงสันติภาพที่ไม่จำกัดกำลังทางทหารของตนเองในอนาคต, ไม่ให้มีการยอมรับอธิปไตยของรัสเซียเหนือพื้นที่ใด ๆ ที่ถูกรัสเซียยึดไป และต้องการให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย
ปัจจุบันรัสเซียควบคุมพื้นที่เกือบหนึ่งในห้าของยูเครน หรือประมาณ 113,100 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดพอ ๆ กับรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ โดยปูตินได้ส่งกำลังทหารนับหมื่นนายเข้ารุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 หลังจากที่มีการสู้รบระหว่างกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียหนุนหลังกับกองทัพยูเครนในภาคตะวันออกมาเป็นเวลา 8 ปี ผลพวงจากความขัดแย้งครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากสงครามนี้แล้วมากกว่า 1.2 ล้านคน
อ้างอิง : cnbc.com