ซีเมนส์ เผยเทรนด์อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมเปิดโซลูชั่น Digital Logistic ช่วยธุรกิจฝ่าความท้าทาย
ซีเมนส์ ดิจิทัล อินดัสทรีส์ ซอฟต์แวร์ เปิดเทรนด์อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมเปิด Used Case ในการนำโซลูชั่นดิจิทัลโลจิสติก ยกระดับห่วงโซ่อุปทาน ตอบโจทย์ความต้องการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สะท้อนอุตสาหกรรมสู่ยุคใหม่ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 ตลาดอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างไม่หยุดนิ่ง แรงผลักดันสำคัญมาจากผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของแหล่งที่มาผลิตภัณฑ์ ความยั่งยืน และความต้องการเฉพาะบุคคลที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัว คิดค้นนวัตกรรม และสร้างระบบห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่นและโปร่งใส ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ AI, Cloud, Edge Computing และ 5G มาบูรณาการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ กระแสความยั่งยืนยังเป็นปัจจัยสำคัญ โดยผู้บริโภคและกฎระเบียบต่างๆ กำลังผลักดันให้โรงงานผลิตลดการใช้น้ำและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ มีความต้องการใช้วัสดุรีไซเคิล และมุ่งสู่โรงงานที่ใช้พลังงานสะอาด 100%
ขณะเดียวกัน สินค้าจากแหล่งผลิตในท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตด้วยจริยธรรมก็ได้รับความนิยมสูงขึ้น ควบคู่กับการเติบโตของสตาร์ทอัพด้านอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มโปรตีนจากพืชและโปรตีนทางเลือก ซึ่งล้วนต้องการระบบการผลิตและโลจิสติกส์ที่ชาญฉลาดและเชื่อมโยงถึงกันเพื่อการจัดส่งที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
อิซาเบล ชอง รองประธานอาวุโส หัวหน้าฝ่ายดิจิทัล อินดัสทรีส์ ภูมิภาคอาเซียน ซีเมนส์ เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม คาดการณ์ว่าตลาดจะเติบโตจาก 6.67 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปัจจุบัน ไปสู่ 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2571 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 6.9%
ปัจจัยสนับสนุนมาจากการที่อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ประชากรจำนวนมากเป็นอันดับ 4 ของโลก และมีกลุ่มชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อและใส่ใจสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การขยายตัวของอีคอมเมิร์ซ แพลตฟอร์มการจัดส่ง และ Cloud Kitchen รวมถึงนวัตกรรมด้าน Intra-logistics ภายในองค์กร ล้วนเป็นโอกาสสำคัญในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน
สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนับเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจ โดยมีส่วนสำคัญต่อ GDP และการจ้างงานในประเทศ ไทยเป็นหนึ่งในผู้นำการส่งออกอาหารระดับโลก และมีเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ "ไทยแลนด์ 4.0" ในการเป็นศูนย์กลางอาหารแห่งอนาคต รวมถึงมุ่งมั่นสู่การเป็นศูนย์กลางอาหารฮาลาลระดับโลกเพื่อรองรับประชากรในอาเซียนกว่า 40% ที่บริโภคอาหารฮาลาล อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายเหล่านี้จำเป็นต้องก้าวข้ามข้อจำกัดของกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม
อิซาเบลกล่าวต่อว่า กระบวนการผลิตและโลจิสติกส์แบบดั้งเดิมมักเผชิญกับความท้าทายสำคัญ ได้แก่ ความล่าช้าในการส่งมอบ ความไม่ยืดหยุ่นในการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ ปัญหาการขยายขนาดการผลิตที่นำไปสู่การสูญเสียพลังงานและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ความยุ่งยากในการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ซับซ้อน และความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันและการตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลง
ด้วยเหตุนี้ การเปลี่ยนผ่านจากโรงงานมาตรฐานไปสู่"โรงงานอัจฉริยะ" จึงเป็นสิ่งจำเป็น โรงงานอัจฉริยะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Industry 4.0 เช่น AI, การวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ และ Machine Learning เพื่อสร้างระบบการผลิตที่เชื่อมต่อ ปรับเปลี่ยนได้ และมีประสิทธิภาพสูง ข้อมูลบ่งชี้ว่าผู้ผลิตรายใหญ่ของไทยกว่า 40% ได้เริ่มนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้แล้ว และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต แม้ว่าปัจจุบันการใช้ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบในกระบวนการผลิตของไทยยังอยู่ในระดับเริ่มต้น แต่แนวโน้มการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการผลิตที่คล่องตัว ยืดหยุ่น และยั่งยืนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
เปิด Used Case TVOP จับมือ ซีเมนส์
นำร่องโซลูชันดิจิทัลโลจิสติกส์ครั้งแรกในอาเซียน
อเล็กซ์ เตียว กรรมการผู้จัดการและรองประธาน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซีเมนส์ ดิจิทัล อินดัสทรีส์ ซอฟต์แวร์ กล่าวว่า ท่ามกลางแนวโน้มและความท้าทายดังกล่าว ซีเมนส์ได้มีการใช้โซลูชั่นดิจิทัลโลจิสติกส์ (Siemens Digital Logistic Software) ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีซอฟต์แวร์มาใช้เพื่อพลิกโฉมกระบวนการทางธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห่วงโซ่อุปทานและการจัดการโลจิสติกส์ เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถวางแผน ดำเนินการ และเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายโลจิสติกส์ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และรับมือกับความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่
สำหรับตัวอย่างองค์กรที่มีการนำ Siemens Digital Logistic Software ได้แก่ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด (TVOP) ได้เลือกใช้ระบบบริหารจัดการการขนส่ง (Transportation Management System - TMS) ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม AX4 ของซีเมนส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโซลูชั่นจาก Siemens Digital Logistic Software ในรูปแบบ Cloud base Software as a Service (SaaS) ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการวางแผน การจัดการ และการติดตามการขนส่งทั้งขาเข้า และขาออก ช่วยให้การมองเห็นสถานะการขนส่งแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
พร้อมการแจ้งเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติ ช่วยจัดการคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง การคำนวณ จัดการ และตรวจสอบค่าขนส่ง (Freight Cost Calculation and Auditing) และช่วยจัดการการนัดหมายและตารางเวลาการเข้า-ออกของรถบรรทุกที่ท่าเทียบสินค้า อีกทั้งสามารถเชื่อมต่อและบูรณาการกับระบบภายในอื่นๆ ขององค์กร (เช่น ERP, WMS) และระบบของผู้ให้บริการภายนอกได้ง่าย (เช่น ผ่าน EDI หรือ API)
“แพลตฟอร์ม AX4 ช่วยให้ TVOP สามารถมองเห็นภาพรวมเครือข่ายการขนส่งทั้งหมดได้แบบ End-to-End ติดตามสถานะการจัดส่งแบบเรียลไทม์ และบริหารจัดการปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลดีต่อการทำงานร่วมกับทั้งทีมงานภายในและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ภายนอก ลดขั้นตอนการทำงานด้วยมือและการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน อันเป็นอุปสรรคของระบบแบบเดิม”
อเล็กซ์ กล่าวกล่าวต่อว่า การตัดสินใจของ TVOP ในการนำแพลตฟอร์มดิจิทัลโลจิสติกส์ของซีเมนส์มาใช้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับซีเมนส์ ดิจิทัล อินดัสทรีส์ ซอฟต์แวร์ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่จับต้องได้ของโซลูชั่น AX4 ในการเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นภาพรวม ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และความยืดหยุ่นในเครือข่ายการขนส่งที่ซับซ้อน แต่ยังเป็นการเปิดศักราชใหม่ของซีเมนส์ ในการนำความสามารถด้านดิจิทัลสำหรับโลจิสติกส์ที่เชื่อถือได้มาสู่ภูมิภาคที่มีการเคลื่อนไหวของห่วงโซ่อุปทานมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
“เราภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรกับ TVOP ในการก้าวสำคัญสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ และเรายังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนธุรกิจอื่นๆ ในภูมิภาคฯ ให้ปลดล็อกศักยภาพสูงสุดด้านการดำเนินงานผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล” นายอเล็กซ์ เตียว กล่าวเสริม
ซีเมนส์ ดิจิทัล อินดัสทรีส์ ซอฟต์แวร์ พร้อมให้บริการคำปรึกษา แนวทางการปรับใช้ และการสนับสนุนที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยแพลตฟอร์ม AX4 ถูกส่งมอบในรูปแบบ Software as a Service (SaaS) บนคลาวด์ ซึ่งโฮสต์และดูแลโดยซีเมนส์ดิจิทัลโลจิสติกส์ ทำให้มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและความพร้อมใช้งานของระบบ
การร่วมมือระหว่าง TVOP และซีเมนส์ในครั้งนี้ จึงเป็นต้นแบบของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาคให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ