ที่ปรึกษา ส.ส.เต้ เล่านิทานเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด นักการเมืองชั่วกรีดขาดาราสาว
The Bangkok Insight
อัพเดต 03 มิ.ย. 2565 เวลา 06.39 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2565 เวลา 06.24 น. • The Bangkok Insightที่ปรึกษา ส.ส.เต้ เล่านิทานเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด เรื่อง ฆาตกรรมอำพราง นักการเมืองชั่วกรีดขาดาราสาว ย้ำไม่ใช่เรื่องจริง แต่งขึ้นเพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจผู้หญิงให้รู้จักระมัดระวังภัยใกล้ตัว
นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ ส.ส. เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เล่านิทานเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด เรื่องฆาตกรรมอำพราง นักการเมือง ดาราสาว
- แต๊งค์ เดือด! โดนว่า #แฟนเก่าส้นตี… พาดพิงภรรยา-แม่ ซัดกลับพรรคตัวตลก-ที่ปรึกษาคนใหม่
- ที่ปรึกษาคนใหม่ โพสต์เจอ มีด-รองเท้า จุดพลิกคดีแตงโม หลักกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา
- ที่ปรึกษาคนใหม่ คดีแตงโม โพสต์ฟาดอดีตทนายแม๊ เผยคุย บังแจ็ค ทุกวัน สอนให้เป็นพลเมืองดี
ที่ปรึกษา ส.ส.เต้ เล่านิทานเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด นักการเมืองชั่วกรีดขาดาราสาว
**นิทานเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด*****
ผมมีนิทานเรื่อง ฆาตกรรมอำพราง จะเล่าให้พี่น้องประชาชนฟังเพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจ & เรื่องหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นจริงในชีวิตจริงของคนบางคนอยู่ ณ ประเทศแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอรัปชั่นของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว มีหญิงสาวคนหนึ่งเป็นคนที่มีหน้าตารูปร่างดีและเป็นที่รู้จักของประชาชนในประเทศเพราะว่าเป็นนักแสดง ต่อมาอยู่มาวันหนึ่งเพื่อนหญิงสนิทของหญิงสาวที่เป็นนักแสดงไปรับงานเอ็นเตอร์เทนดูแลนักการเมืองใหญ่คนหนึ่งไว้ และอยากให้หญิงสาวที่เป็นนักแสดงไปดูแลเทคแคร์ในงานสังสรรค์ที่โรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อนหญิงสนิทจึงวางแผนชักชวนนักแสดงสาวว่าเพื่อนชายที่เคยรู้จักกันประกอบกิจการจำหน่ายเรือสำราญและเรือทุกประเภทนำเข้าจากต่างประเทศมาขายให้คนในประเทศและยังประกอบธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมายอ ยากให้นักแสดงสาวไปร่วมงานและขับเรือท่องเที่ยวและดูบรรยายกาศการขับขี่เรือยนต์หรูในแม่น้ำสายหลักแห่งหนึ่งของประเทศ โดยมีเพื่อนชายหญิงไปกันหลายคน
เมื่อนักแสดงสาวสวยตกลงปลงใจว่าจะไปเที่ยวร่องเรือตามคำชักชวนต่อมาเพื่อนสนิทคนดังกล่าวก็เริ่มวางแผนให้นักแสดงสาวเชื่อใจตนด้วยการพาเดินทางไปเที่ยวด้วยกันและพานักแสดงสาวไปทานข้าวและขับเรือท่องเที่ยวในแม่น้ำแห่งหนึ่งโดยมีการถ่ายรูปหรือถ่ายภาพในระหว่างอยู่บนเรือมากมายก่ายกองทั้งเป็นภาพนิ่งและวีดีโอ โดยมีการนำเอาเครื่องแอลกอฮอล์มาดื่มกินบนเรือด้วย และในจังหวะเวลาเดี่ยวกันเพื่อนหญิงคนสนิทก็คิดแผนการชั่วด้วยการวางยานักแสดงสาวลงในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนมึนเมา และได้เวลานัดหมายกับนักการเมืองเลว แล้วก็ให้เรืออีกลำมารับเอาตัวของนักแสดงสาวไปจากเรือที่พวกตนกำลังวิ่งอยู่บนแม่น้ำนำพาตัวนักแสดงสาวไปโรงแรมแห่งหนึ่ง
และในเวลาต่อมานักการเมืองชั่วกับพวกก็ร่วมกันลงมือข่มขืนกระทำชำเราหญิงสาวที่เป็นนักแสดงซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนหญิงสาวนักแสดงสลบและเมื่อฟื้นตัวขึ้นมาก็ไม่สามารถติดต่อใครได้ เพราะว่าไม่ได้เอาโทรศัพท์ตนเองไปด้วย หญิงสาวที่เป็นนักแสดงก็โวยวายว่าถูกเพื่อนหญิงคนสนิทหักหลังและวางยาตนและถูกกระทำชำเราจะดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง นักการเมืองชั่วเห็นว่าหญิงนักแสดงโวยวายและเพิ่งเข้าใจว่านักแสดงสาวโดนหลอกลวงมาไม่ได้เต็มใจมา ทั้ง ๆ ที่จ่ายเงินให้หญิงเพื่อนคนสนิทไปจำนวนมากและเพื่อนทุกคนในเรือก็รับทราบ นักการเมืองชั่วจึงโทรศัพท์ไปหาหญิงสาวเพื่อนคนสนิทและกลุ่มเพื่อน ๆ บนเรือว่านักแสดงสาวไม่ยินยอมจะไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีทุกคนทั้งหมด
ในเวลาต่อมาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์เริ่มวิตกกังวลว่าตนเองจะถูกดำเนินคดีแน่นอน จึงได้ปรึกษาหารือกันว่าต้องวางแผนฆาตกรรมอำพรางหญิงสาวนักแสดงคนดังกล่าวเพื่อปิดปากโดยการฆ่าให้ตาย โดยที่ให้นักการเมืองชั่วเป็นคนคิดแผนการชั่ว แต่ในระหว่างที่รอดำเนินการนักแสดงสาวโวยวายมาก นักการเมืองชั่วสั่งให้ลูกน้องใช้มีดกีดขานักแสดงสาวและใช้ผ้าปิดปากไว้ จนกระทั่งคิดแผนได้ว่าต้องวางแผนให้นักแสดงสาวเมาตกเรือระหว่างที่ขับขี่อยู่บนแม่น้ำ เมื่อคิดแผนการชั่วได้แล้วก็ตกลงใช้แผนการดังกล่าว โดยบอกให้เพื่อนหญิงคนสนิทกุข่าวว่านักแสดงสาวเมาตกเรือและแจ้งให้ตำรวจทราบและญาติพี่น้องนักแสดงสาวให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้ นแต่คนในเรือไม่รู้จะบอกกับตำรวจและแม่นักแสดงสาวว่าอย่างไร เพราะว่ายังไม่ได้เตรียมตัวกันจึงหาทางประวิงเวลาเพื่อปรุงแต่งข้อเท็จจริงให้ดูสมจริงและเจือสมกับเหตุการณ์เมาตกเรือ
สุดท้ายก็แบ่งหน้าที่กันทำให้บุคคลในเรือคนใดคนหนึ่งเป็นคนเห็นนักแสดงสาวเมาแอลกอฮอล์แล้วตกท้ายเรือไปเองและเป็นอุบัติเหตุโดยให้ทุกคนพูดไปในทำนองเดียวกันเพื่อปกปิดความผิดตนเองเมื่อได้ข้อสรุปความเลวแล้วนักการเมืองชั่วก็สั่งลูกน้องคนสนิทใช้วิธีทำให้นักแสดงสาวสลบและให้นำเอานักแสดงสาวที่ถูกทำร้ายจนสลบไปและนำไปเก็บไว้ในโกดังก่อสร้างแห่งหนึ่งใกล้ ๆ แม่น้ำและต่อมาก็นำเอาตัวนักแสดงสาวที่อยู่ในอาการสลบไปโยนลงในแม่น้ำบริเวณจุดพิกัดที่เพื่อนหญิงคนสนิทกับพวกบอกเจ้าหน้าที่และอาสากู้ภัย เพื่อให้เจือสมกับเหตุการณ์ที่สร้างขึ้นว่าเมาตกเรือ
เมื่อเวลาผ่านพ้นไปหลายชั่วโมงมีการงมน้ำหาศพนักแสดงสาวแต่หาไม่พบจนที่สุดศพเริ่มเน่าและขึ้นอืดก็ลอยโผล่บนแม่น้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สอบสวนการตายนักแสดงสาวว่าเป็นอย่างไรเมื่อไม่มีบุคคลใดมายืนยันว่านักแสดงสาวถูกทำร้ายร่างกายและถูกข่มขืนชำเราและแม้มีข้อสงสัยเพียงบาดแผลที่ขาเท่านั้นเอง และถึงแม้จะมีพิรุธแต่ทางเพื่อนสนิทนักแสดงสาวและนักการเมืองชั่วก็ใช้เงินจำนวนมากให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐช่วยปกปิดความจริง และให้สรุปคดีว่าการตายของนักแสดงสาวเป็นกรณีเมาและประมาทตกเรือเองส่วนบาดแผลที่เกิดขึ้นบนขาก็บอกว่าโดนของแข็งหรือใบพัดเรือบาดก็จบเจ้าหน้าที่เมื่อได้รับเงินจำนวนมากก็ดำเนินคดีตามแผนชั่วของนักการเมืองชั่วการสอบสวนสืบของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะสอบสวนเฉพาะประเด็นประมาทตกเรือตายเท่านั้น
นิทานตอนที่ 2
ผู้เล่านิทานขอเล่าย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านี้ที่จะถึงโศกนาฏกรรมที่เศร้าของหญิงสาวนักแสดงที่มีเพื่อนสาวคนสนิทเป็นคนตอแหลและหลอกลวงแสนโหดร้ายเรื่องตามนิทานมีอยู่ว่า..
เพื่อนคนสนิทสาวนักแสดงรับงานเอ็นเตอร์เทนแต่กลับไปโกหกเพื่อนตนเองว่าเป็นงานรีวิวหรือโปรโมทการขายเรือซึ่งทำให้นักแสดงสาวสวยตกลงรับงานและให้ผู้ว่าจ้างเงินเข้าบัญธนาคารของนักแสดงสาวโดยตรงจำนวน 500,000 เหรียญ (ค่าเงินของประเทศนั้นไม่เกี่ยวกับประเทศไทย) และเมื่อเงินเข้าบัญชีแล้วนักแสดงสาวก็โอนเงินไปให้เพื่อนสาวคนสนิทเป็นค่า % ในการหางานให้กับนักแสดงสาวจำนวน 130,000 เหรียญ เพื่อตอบแทนน้ำใจเพื่อนสาวที่แสนดีในเวลานั้น เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้วนักแสดงสาวก็ทำการศึกษาข้อมูลการใช้เรือและวางแผนโปรโมทเรือให้กับผู้ว่าจ้างทุกอย่างแต่หารู้ไหมว่าตนเองกำลังถูกหลอกลวงเพื่อพาไปกระทำมิดีมิร้ายกับตนเอง
แต่ด้วยความเป็นคนซื่อตรงและเป็นคนที่ไว้ใจเพื่อนมาก ๆ ไม่ได้คิดอะไร นักแสดงสาวเป็นคนที่ค่อนข้างจะรอบคอบในการทำงานจะมีเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัยซึ่งในการเดินทางไปทำงานและจะทำอะไรไปที่ไหนโทรศัพท์ของนักแสดงสาวจะบอกจุดพิกัดไว้ทั้งหมดอย่างละเอียด ภายหลังจากที่เริ่มออกเดินทางนักแสดงสาวก็ไปกับเพื่อนสนิทไปอู่เรือและไปทานข้าวที่ร้านอาหารต่าง ๆ ในวันดังกล่าวเรือที่มาบริการมีเรือหลายลำมากและมีคนที่มีหน้าตาเหมือนบอดี้การ์ดมาคอยบริการตลอดเวลา
นอกจากนั้นยังผู้ประกอบธุรกิจเรือมาร่วมงานด้วยยิ่งทำให้นักแสดงสาวเชื่อโดยสนิทใจว่าตนเองมาทำงานรีวิวสินค้าคือการโปรโมทเรือก็ดื่มกินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่ทันระวังว่าเพื่อนสนิทจะเอาอะไรใส่ลงไปในเครื่องดื่ม เพราะว่าเชื่อใจทุกคนในเรือ ดื่มอย่างสนุกสนานและในระหว่างทางก็มีเรือของนักการค้าและธุรกิจ + นักการเมืองชั่วส่งลูกน้องวิ่งประกบและสอดแนมเรือที่นักแสดงสาวนั่งตลอดเวลา เนื่องจากนักการเมืองชั่วเริ่มเมาและเกิดมีอารมณ์ทางเพศและโทรศัพท์เร่งให้เพื่อนสาวคนสนิทนักแสดงสาวให้พาตัวนักแสดงสาวไปเอ็นเตอร์เทนตามข้อตกลง จนเพื่อนคนสนิทก็แกล้งบอกนักแสดงสาวที่ยังมีสติรับรู้และสามารถเข้าใจการกระทำของตนเองได้เป็นอย่างดี โดยอ้างว่ามีผู้ใหญ่ใจดีอยากจะให้ทำงานรีวิวสินค้าตัวใหม่และให้พานักแสดงสาวไปพบเพื่อเจรจาตกลงราคาค่าจ้าง
เพื่อนสนิทก็เลยให้เรืออีกลำมารับนักแสดงสาวกับตนเองเพื่อไปพบผู้ใหญ่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งเมื่อนักแสดงสาวกับเพื่อนสนิทเดินทางไปถึงโรงแรมแห่งหนึ่งของคืนวันเกิดเหตุปรากฏว่านักแสดงสาวไปเจอเสี่ยคนหนึ่งที่เคยรู้จักและไม่ชอบขี้หน้าเสี่ยคนดังกล่าวเพราะว่าเป็นคนหน้าตาไม่ดีและมีพฤติกรรมลวนลามหญิงสาวที่เป็นดาราและนางแบบแต่ด้วยความรักเพื่อนสนิทก็คนนั่งฟังการสนทนาและรับประทานอาหารตามที่เพื่อนขอร้องให้รอพบกับนายจ้างตัวจริง สักพักปรากฏว่ามีชายสูงวัยหน้าคมรูปเหลี่ยมเดินมาร่วมโต๊ะอาหารทุกคนในโต๊ะอาหารเรียกท่าน ๆ น่าจะเป็นคนสูงศักดิ์มียศถาบรรดาศักดิ์ระดับประเทศที่ใคร ๆ ก็เกรงกลั วและเพื่อนสาวคนสนิทก็บอกกับนักแสดงสาวว่าเป็นนายจ้างที่จะมาจ้างให้ไปโปรโมทสินค้าให้ก็มีการแนะนำตัวและพูดคุยกันแต่ด้วยกลอุบายอันแยบยลของเพื่อนสาวคนสนิทก็กล่าวขึ้นมาในกลางวงสนทนาว่า ขอให้ท่านเลี้ยงอาหารและไวน์ก่อนมื้อนี้ค่อยคุยเรื่องงานกันนะคะ
ชายสูงวัยยิ้มและตอบตกลงได้สั่งไวน์ชั้นดีและอาหารมาบริการ เมื่อดื่มไวน์ไปสักพักนักแสดงสาวก็เริ่มเมาและในเวลาและจังหวะเดี่ยวกันเพื่อนสาวคนสนิทก็หนีหายไปจากนักแสดงสาวและปล่อยให้นักแสดงสาวอยู่คนเดียวกับบรรดาเสือสิงห์กระทิงแรดทั้งหลายและยังแอบหยิบเอาโทรศัพท์มือถือนักแสดงสาวกลับมาด้วยและทำการปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือของนักแสดงสาวไม่ให้ใครสามารถติดต่อได้และไม่ให้สามารถติดต่อใคร(เพื่อนสาวที่แสนดี) หนีไปแบบอารมณ์ดี ภายหลังจากนั้นก็ปล่อยให้นักแสดงสาวได้นั่งดื่มกินอาหารและไวน์กับพวกคนเลวต่อไปโดยไม่คิดถึงความปลอดภัยและมีความห่วงใยเพื่อนตนเองเลยสักนิด ..?
นิทานตอนที่ 3
คืนเกิดเหตุก่อนที่เพื่อนสาวคนสนิทจะพานักแสดงสาวขึ้นจากเรือของแม่น้ำแห่งหนึ่งเพื่อไปหาเสี่ยคนหนึ่งที่ตนรับงานเอ็นเตอร์เทนไว้ ณ ที่โรงแรมหนึ่งนั้น ด้วยความบังเอิญหรือเพราะความฉลาดของนักแสดงสาวก็ไม่อาจทราบได้นักแสดงสาวได้ใช้โทรศัพท์ของตนถ่ายภาพสุดท้ายก่อนขึ้นจากเรือโดยภาพถ่ายบริเวณเครื่องจักรท้ายเรือไว้เป็นหลักฐานและเป็นภาพสุดท้ายที่แสดงว่าตนเองไม่ได้อยู่ในเรือแล้วทำนองถ่ายไว้เป็นหลักฐานเสมือนว่ามีรางสังหรณ์สิ่งอันตรายจะเกิดขึ้นกับตนอย่างนั้น
ภายหลังจากที่เพื่อนสาวคนสนิทพานักแสดงสาวไปพบกับชายสูงวัยกับเสี่ยคนหนึ่ง ณ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งแล้วตนเองก็ได้หลบหนีออกมาพร้อมเอาโทรศัพท์ของนักแสดงสาวมาด้วยก็ปล่อยให้นักแสดงสาวอยู่กับกลุ่มชายสูงวัยเป็นระยะเวลาเนิ่นนานก็ไม่เห็นเพื่อนสาวคนสนิทมานั่งร่วมรับประทานอาหารด้วย
ในช่วงเวลาดังกล่าวกลุ่มชายสูงวัยคนหนึ่งได้เรียกให้ลูกน้องคนสนิทนำยาชนิดหนึ่งผสมลงไปในเครื่องดื่มเพื่อให้นักแสดงสาวดื่มจนมีอาการมึนเมาและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เสมือนเกิดจากอาการมึนเมาไวน์ประคองตัวเองไม่ได้ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวที่นักแสดงสาวมึนเมาอยู่ที่โรงแรมนั้นเผอิญว่ามีแฟนคลับของนักแสดงสาวเห็นอาการมึนเมาและเห็นอาการของนักแสดงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำเหมือนคนเมาพูดจาไม่รู้เรื่องและกำลังจะกลับเข้าไปในห้องอาหารส่วนตัวห้องหนึ่งนั้น แฟนคนดังกล่าวจะเข้าไปสอบถามและช่วยเหลือนักแสดงสาวแต่ได้มีชายคนหนึ่งลักษณะเหมือนบอดี้การ์ดเข้ามาขัดขวางไว้และไล่แฟนคลับนักแสดงสาวไม่ให้เข้ามายุ่งวุ่นวาย
และหลังจากนั้นก็ประคองนักแสดงสาวไปที่บริเวณโต๊ะอาหารในห้องอาหารส่วนตัวจนเวลาล่วงเลยไปเป็นระยะเวลานานเพียงใดนักแสดงสาวแสนสวยก็ไม่อาจทราบได้ เมื่อนักแสดงสาวเมามายจนไม่สามารถครองสติตนเองได้ กลุ่มชายสูงวัยกับพวกได้นำตัวนักแสดงสาวแสนสวยและสุดแสนน่าสงสารเข้าไปในห้องพักแห่งหนึ่งอยู่ในบริเวณไม่ไกลจากห้องอาหารและได้ร่วมกันลงมือล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาวนักแสดงโดยมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงผลัดกันข่มขืนกระทำชำเรานักแสดงสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหญิงสาวหมดเรี่ยวแรงและจนสลบไปในที่สุด (เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสุดแสนทรมานและเลวร้ายที่สุดของหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกเพื่อนหลอกลวงผู้เล่าไม่อาจจะคิดหรืออาจจะเล่าถึงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวได้มันสุดแสนเศร้า)
ฝ่ายเพื่อนสาวคนสนิทของนักแสดงสาวเมื่อปล่อยให้เพื่อนนักแสดงสาวแสนสวยอยู่เพียงลำพังคนเดียวกับชายสูงวัยและเสี่ยคนหนึ่งที่โรงแรม โดยไม่เคยคิดห่วงในความปลอดภัยของเพื่อนตนเองเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในอาการมึนเมาคิดได้เพียงแค่ตนเองสามารถปิดงานเอ็นเตอร์เทนเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากนั้นก็กลับไปหาเพื่อน ๆ ที่รออยู่ที่บริเวณแม่น้ำแห่งหนึ่ง โดยที่มีเพื่อน ๆ รออยู่บนเรือ
และต่อมาได้ร่วมกันล่องเรือไปตามแม่น้ำสนุกสนานและพากันดื่มไวน์อย่างสนุกสนานถ่ายรูปและวีดีโอมากมายเพื่อฉลองความสำเร็จของงานตนเองในขณะเวลาเดียวกันนักแสดงสาวเพื่อนของตนกำลังถูกชายฉกรรจ์ชาติชั่วเลวทรามกำลังกระทำมิดีมิร้ายกับเพื่อนของตนเองอย่างโหดร้าย
นิทานตอนที่ 4
ผู้เล่านิทานขอเล่าซึ่งเป็นเรื่องแต่งขึ้นเป็นอุทาหรณ์สอนใจผู้หญิงที่มีเพื่อนสนิท เพื่อไม่ให้ตนเองต้องถูกทำร้ายเท่านั้นมิได้เป็นเรื่องจริงแต่อย่างใด
เมื่อความเงียบสงบในห้องพักเล็ก ๆ ที่เหลือเพียงตัวหญิงนักแสดงสาวสวยคนเดียว พอร่างกายเริ่มมีสติกลับมาแล้ว ทำให้ตัวเองรู้ว่าถูกเพื่อนหลอกและตนเองถูกกระทำมิดีมิร้าย พอตั้งสติได้รวบรวมพละกำลังที่เหลืออยู่หาหนทางเพื่อจะหนีเอาตัวรอด แต่ด้วยพิษของแอลกอฮอล์ และพิษของยาชนิดหนึ่งที่กินเข้าไป เป็นเหตุทำให้ร่างกายตนเองไม่มีเรียวแรงเพียงพอที่จะดิ้นรนหาหนทางออกจากห้อง โทรศัพท์ภายในห้องก็ถูกตัดสายและโทรศัพท์ตัวเองก็ไม่มีไม่รู้หายไปไหน
ในห้วงเวลาและจังหวะเดียวกัน ก็ปรากฏว่ามีเสี่ยคนเดิมเดินเข้ามาในห้องแล้วแจ้งกับนักแสดงสาวว่า ..ขอให้รีบอาบน้ำชำระร่างกายให้เวลา 10 นาที.. เพื่อนสาวคนสนิทจะมารับแล้ว ด้วยความดีใจนักแสดงสาวก็อาบน้ำแต่งตัวเพื่อรอให้เพื่อนมารับกลับไปตามที่เสี่ยคนดังกล่าวบอกตนเอง เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะเสี่ยคนเดิมกลับเข้ามาแล้วยื่นโทรศัพท์ให้นักแสดงสาวคุยโทรศัพท์กับเพื่อนสนิท
เมื่อเสี่ยยื่นโทรศัพท์ให้นักแสดงสาวคุยกับเพื่อนสนิทยายตัวแสบ นักแสดงสาวแสนสวยผู้แสนซื่อและน่าสงสารได้ร้องไห้ออกมา และพูดต่อว่าเพื่อนสาวคนสนิทต่าง ๆ นานา กล่าวหาว่าเพื่อนหลอกลวงให้มารับงานเอ็นเตอร์เทนและตนถูกข่มขืนกระทำชำเราถ้าเพื่อน ๆ ขึ้นมาจากการล่องเรือจะแจ้งความดำเนินคดีทั้งหมด ทุกคนไม่มีเว้นแม้เป็นเพื่อนกันก็ตาม
กรณีดังกล่าวทำให้เสี่ยคนดังกล่าวรู้ความจริงว่าหญิงสาวถูกหลอกลวงมาโดยมิได้เต็มใจมา และกลัวความผิดจะถึงตัวเอง จึงได้แย่งเอาโทรศัพท์มือถือจากนักแสดงสาวมาคุยเอง และต่อว่าดุด่าเพื่อนสาวคนสนิทไปต่าง ๆ นานา ถ้าเกลี้ยกล่อมให้นักแสดงสาวหยุดและไม่เอาผิดพวกตนเองกับชายสูงวัยไม่ได้จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก
ขณะที่มีการพูดคุยสายกับเสี่ยคนดัง เพื่อนสาวคนสนิทได้เปิดโฟนโทรศัพท์และทำให้เพื่อน ๆ ที่อยู่บนเรือได้ยินเสียงการสนทนาทั้งหมด และเสี่ยคนดังกล่าวพูดด้วยด้วยนำ้เสียงอันดังว่า ..ขอให้พวกคุณหาทางแก้ไขปัญหาของเพื่อนคุณให้จบโดยเร็วในค่ำคืนนี้.. กรณีดังกล่าวทำให้เพื่อน ๆ บนเรือรู้ความจริงว่านักแสดงสาวถูกเพื่อนสนิทหลอกลวงไปก็เกิดการทะเลาะโต้เถียงกันอย่างรุนแรงถึงการกระทำของเพื่อนสาวคนสนิท
เพื่อนๆทุกคนในเรือเครียดอย่างมาก ๆ จู่ ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือโทรกลับมาหาเพื่อนสาวคนสนิทอีกครั้งและบอกกับทุกคนบนเรือว่า ขณะนี้นักแสดงสาวร้องไห้และโวยวายไม่หยุดแล้วนะ ผมไม่มีเวลาที่จะรองรับอารมณ์และต้องมาถูกด่าเสีย ๆ หาย ๆ แบบนี้เงินก็จ่ายตามข้อตกลงทุกอย่าง ‘กูซวยฉิบหายว่ะ’ แล้วก็วางสาย ความเลวและความโหดร้ายของเพื่อนสาวคนสนิทที่หลอกลวงเพื่อนและประกอบความหงุดหงิดอารมณ์เสียของเสี่ยเมื่อได้รับโทรศัพท์จากชายสูงวัยที่โทรมาสอบถามหลังเสร็จภารกิจและกลับถึงที่พัก เสี่ยคนดังได้รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
และในเวลาต่อมาก็ได้มีคำสั่งจากชายสูงวัยว่า ..เก็บมันซ่ะถ้ามันคุยไม่รู้เรื่องอย่าปล่อยให้มันโอกาสพูด.. เสี่ยคนดังบอกว่า ดีครับนาย ได้ครับท่าน ..นักแสดงสาวนั่งร้องไห้อยู่ขอบเตียงเสี่ยเดินเข้าไปบีบคออย่างรุนแรงแล้วพูดว่า ..มึงจะเอายังไง กูเบื่อมึงเต็มทนแล้ว.. นักแสดงสาวร้องไห้และพูดออกมาด้วยความอาฆาตมาดร้ายว่า ..กูไม่ยอมกูจะแจ้งความจับมึงกับพวกให้หมด..
เสี่ยโมโหได้ใช้กำลังต่อยเข้าไปที่เบ้าตายของนักแสดงสาวอย่างรุนแรงจนทำให้หญิงสาวทรุดไปนั่งกลับพื้น (รายละเอียดจะเล่าให้ฟังอีกทีว่าโดนทำร้ายยังไงใจเย็น ๆ ฟังนิทานต้องอดทนคนเล่าก็อยากเล่าให้เห็นภาพความจริง)
ฟากฝั่งเพื่อนสาวคนสนิทกับเพื่อน ๆ พากันเครียดไม่รู้จะแก้ไขปัญหาอย่างไร เมื่อนักแสดงสาวไม่ยินยอมและในขณะเวลาเดียวกันเสี่ยคนดังก็โทรศัพท์กลับมาแจ้งว่าตอนนี้จัดการสั่งสอนนักแสดงสาวไปแล้วด้วยการต่อยไป 1 ทีก็ยังไม่หยุดโวยวาย สงสัยต้องจัดการขั้นเด็ดขาดเสียแล้ว
ในขณะและเวลานั้นยิ่งทำให้เพื่อนคนบนเรือพากันกลุ้มอกลุ้มใจอย่างมากและเกิดการโต้เถียงกันมากขึ้นว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ทุกคนเครียดต่างคนต่างโทรศัพท์ปรึกษากับเพื่อน ๆ และที่ปรึกษาทางกฎหมายของตนเองว่าจะทำอย่างไรดี (คิดหนัก)
ในขณะที่เพื่อนสาวคนสนิทและคนบนเรือกำลังคิดหาวิธีการแก้ไขปัญหาอยู่นั้นก็มีโทรศัพท์เข้ามาเพื่อนสนิทสาวนักแสดงเสี่ยคนดังพูดผ่านโทรศัพท์มาว่า ..กูคงต้องให้จัดการเด็ดขาด แต่เพื่อให้มันมีโอกาสรอดและกูไม่อยากฆ่าใครอีก พวกเอ็งลองติดต่อไปหาแม่มันสิว่านายกูจะให้เงินมันก้อนหนึ่งเป็นการเยียวยาและให้จบเรื่องนี้ไป และให้มารับตัวเพื่อนของมึงคืนภายในค่ำคืนนี้ไปกูจะแจ้งสถานที่อีกทีกูย้ำให้รีบติดต่อไปนะอย่าให้เป็นข่าวเด็ดขาด… ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องกูจบและยุติให้เพื่อนมึงไปเกิดใหม่.. เพื่อนสนิทสาวของนักแสดงสาวได้ยินเรื่องดังกล่าวยิ่งเครียดอย่างมาก ทำอะไรไม่ถูกและทุกคนที่ได้ยินเหตุการณ์เครียดไปตาม ๆ กันครับ..!
วันนี้พอดีผมคนเล่านิทานมีภารกิจวันนี้วันหยุดราชการ มีงานเร่งด่วนต้องไปเกี่ยวหญ้าให้ควายจำนวน 5 ตัว คนเล่านิทานเลี้ยงควายครับ ควายเป็นสัตว์ก็จริง แต่ไม่เคยหลอกลวงใคร ขอตัวไปเลี้ยงควายก่อนนะครับ จึงมิอาจเล่านิทานให้จบได้ในวันนี้ (รอติดตามนิทานตอนต่อไป)
***พี่น้องประชาชนครับ..นิทานเรื่องนี้ถ้าสมมุติฐานเป็นความจริงในชีวิตจริงของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่คนเดียวไม่มีเพื่อนไม่มีมือถือและไม่รู้ชะตากรรมตัวเองว่าจะเกิดอะไรขึ้นนับต่อจากนั้นไป..! มันช่างเป็นเรื่องที่แสนโหดร้ายเหลือเกิน..!
สมมุติฐานถ้าเรื่องนี้เป็นความจริงและชีวิตจริงที่เกิดขึ้นจริงหลักฐานการใช้โทรศัพท์มือถือ(GPS)และตำแหน่งจุดพิกัดที่ตั้งและความเคลื่อนไหวของการสื่อสารของตัวละครแต่ละบุคคลสามารถตรวจสอบและพิสูจน์ความจริงได้..!
ความจริงนักแสดงสาวแสนสวยผู้น่ารักถูกเพื่อนรักและเพื่อนสนิทหักหลังจนนำไปสู่การตายบนความโลภของเพื่อน และมีเพื่อน ๆ ที่เลวร้ายและสังคมโลกปัจจุบันยังมีพวกบ้าตัณหากามราคะ นิทานเรื่องนี้จะสอนผู้หญิงและผู้คนอีกมากมาย อย่าไว้ใจทางอย่าว่งใจคนง่าย ๆ การที่ตนมีเพื่อนเชื่อใจเพื่อนจนเกินไปโดยที่ตนเองไม่เคยหวาดระแวงสงสัยในการกระทำของเพื่อนหญิงสนิทคนดังกล่าวซึ่งเป็นคนโกหกและตอแหลกับสังคมเพื่อให้ตนเองพ้นผิด (💵+🍷+🍱+🏢+🗡+🛳+👗+📞+🌚+👑+🕋🏛)
นิทานเรื่องเล่าขานเรื่องนี้ยังไม่จบผมจะเล่าให้ฟังในตอนต่อไป
นิทานไม่ใช่เรื่องจริงหรืออาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ เพราะว่าเป็นการแต่งนิทานจากชีวิตจริงของคนใดคนหนึ่งหรือไม่มีมูลความจริงใด ๆ แต่แต่งขึ้นเพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจบุคคลในสังคมให้รู้จักระมัดระวังภัยใกล้ตัวของสังคมปัจจุบัน
ปล.นิทานเรื่อง เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ยังไม่จบยังมีอีกหลายตอนผมจะเล่าให้ฟังจนจบและยังมีเหตุการณ์และความมันส์ และความจริง และความเท็จ และความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นการตีแผ่กระบวนการยุติธรรมของประเทศแห่งหนึ่งที่อยู่ไกลทะเลโพน แต่ยืนยันว่านิทานเรื่องนี้ไม่ได้มีส่วนหนึ่งส่วนใดเกิดขึ้นที่ประเทศไทยแต่อย่างใดนะครับ
คนเล่านิทาน ฉายาทนายบุญไขข่าวคลายปัญหา
ที่ปรึกษา ส.ส ที่ปรึกษา ส.ส.เต้ ที่ปรึกษา ส.ส.เต้
ที่มา เฟซบุ๊ก บุญถาวร ปัญญาสิทธิ์
อ่านข่าวเพิ่มเติม