ป่วนรักฮูหยินข้ามภพ(อ่านฟรีก่อนติดเหรียญ)
ข้อมูลเบื้องต้น
อีบุ๊กป่วนรักฮูหยินลดราคาอยู่นะคะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzMxMzc5NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI2NzQ2OSI7fQ
ป่วนรักฮูหยินข้ามภพ
ตายแล้วฟื้น ฝืนลืมตารับความสับสน
ก่อนตายคือเจ้าสาวแสนสวย ตายแล้วฟื้นก็ยังเป็นเจ้าสาวงามล่มเมือง
ชีวิตใหม่ เหตุใดจึงวุ่นวาย
งานมงคลกลายเป็นงานอัปมงคล
คนร้ายคือใคร
คนรักคือใคร
“ท่านแม่ทัพรังเกียจฮูหยินบ้านป่าเช่นข้า ได้โปรดมอบหนังสือหย่าให้ข้าเถิด”
นางคือ วิญญาณต่างยุค สดใส ร่าเริง ใฝ่ฝันอยากมีชีวิตอิสระ แต่ชีวิตมีพันธะ คิดหนี คิดหย่า ทว่ายิ่งคิดก็ยิ่งถูกจับกิน
เขาคือ แม่ทัพหนุ่มรักไม่ยุ่ง มุ่งแต่ทำงาน แต่ถ้าว่างก็พร้อมจัดหนักกินฮูหยินคนงามทั้งวันทั้งคืน
ฝากเรื่องใหม่ล่าสุด
สนุกสนาน แซ่บถึงใจ Nc++
**********************
อีบุ๊กอื่น ๆ
https://www.mebmarket.com/index.php?store=publisher&action=promotion&publisher_id=3313795&publisher_name=Faang+Faang&page_no=1
ฝากอ่านนิยายรายตอน
**ฝากอ่าน ปราบพยศแม่ทัพตัวร้าย(มีอีบุ๊กในเด็กดี)
https://dekd.co/w/n/2484561
** ฝากอ่าน "นางร้ายอุ้มรักทวงคืนพระเอก(มีอีบุ๊กในเด็กดี)"
https://dekd.co/w/n/2446070
**ฝากอ่าน "นางเอกอุ้มรักหนีตัวร้าย(มีอีบุ๊กในเด็กดี)"
https://dekd.co/w/n/2454190
***ฝากอ่าน "หนี้แค้นหมอหญิงร้อยพิษ"
https://dekd.co/w/n/2492530
***ฝากอ่าน “จางลี่จอมโหดและหยางอ๋องจอมเหี้ยม”
https://dekd.co/w/n/2164956
*** ฝากอ่าน "คุณหนูตัวร้ายกับองครักษ์หน้าเหี้ยม”
https://dekd.co/w/n/2313343
บทนำ
ณ มาเก๊า ประเทศจีน
ท้องฟ้ามืดครึ้มเต็มไปด้วยเมฆฝน ลมพัดแรงพากิ่งไม้ใบหญ้าพลิ้วลู่ลม อากาศไม่สดใส พายุฝนกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ แต่งานมงคลสมรสยังคงดำเนินไปตามกำหนดการ
ฝ่ามือเล็กชื้นเหงื่อ ใบหน้าหญิงสาวถูกแต่งแต้มด้วยสีสันสดใส แต่ดวงตากลมโตไร้แววความสุข ขอบตาแดงรื้น ใกล้จะปล่อยให้น้ำตาไหลรินเมื่อเห็นป้ายบอกระยะทางไปโรงแรมหรู สถานที่จัดงานแต่งงานของตนเองและเจ้าบ่าวสูงวัย
หัวใจปวดหน่วงเกิดมาในครอบครัวไร้รัก บิดาตราหน้าว่าตัวเธอคือกาลกิณี คลอดมาพร้อมกับนำความหายนะ ทำให้ผู้เป็นมารดาตกเลือดเสียชีวิต เด็กน้อยในอดีตถูกเลี้ยงดูไม่ต่างจากสาวใช้ในบ้าน บิดาแต่งงานใหม่ ไม่เคยมีใจเหลียวแลบุตรสาวคนโต
สองมือจับประสานวางไว้บนหน้าตักที่ปกคลุมด้วยชุดเจ้าสาวสีแดงสด ปลอบประโลมหัวใจที่เจ็บช้ำ กลายเป็นเจ้าสาวคนที่ห้าของเศรษฐีแห่งมาเก๊า บิดาติดการพนันอย่างหนัก ขายสมบัติ จำนองที่ดินจนไม่มีเงินมาไถ่ถอน จึงขายบุตรสาวแลกเงิน เพื่อให้ตนเองพ้นทุกข์
‘วันนี้เธอมีค่า มีราคา ชีวิตเปรียบเสมือนสินค้าที่ถูกขายไปที่ใดก็ได้’
“ซิงเยียนวันนี้หลานสวยมาก ไปอยู่บ้านนายท่านกวงแล้วก็เชื่อฟังท่าน เท่าที่อาหญิงฟังมาจากพวกสาวใช้ในคฤหาสน์ของนายท่านกวง บรรดาภรรยาท่านไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ต่างคนต่างอยู่ หลานไปอยู่ที่โน่นอาจจะสบายกว่าอยู่บ้านเดิม”
“ค่ะอาหญิง” หญิงสาวพยักหน้ารับ พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ร้องไห้ ดวงตาแดงเรื่อมอง ผู้เป็นอาด้วยความเศร้าโศก ชีวิตแสนอาภัพ เติบโตขึ้นมาเป็นผู้เป็นคนได้ก็มีแต่อาหญิงดูแลและปกป้อง “หนูไม่อยู่แล้ว อาหญิงดูแลสุขภาพด้วยนะคะ”
“อาแก่แล้ว ปีนี้ก็อายุห้าสิบห้า ปีนี้ป่วยไข้มาทั้งปี อาไม่กลัวตายหรอกนะ ชีวิตคนเราหนีความตายไม่พ้น วันนี้อาดีใจที่หลานกำลังจะมีชีวิตที่ดีขึ้น”
หญิงสาวเผยยิ้มแต่เป็นรอยยิ้มเพื่อให้กำลังใจญาติคนเดียวที่รักเธอ จำใจปกปิดความเสียใจ เก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจ เธออายุยี่สิบห้าปี เรียนจบแค่ชั้นมัธยมปลาย ไม่มีความรู้อะไรเลยนอกจากการทำอาหารและดูแลความสะอาดภายในบ้าน เธออยากเรียนหนังสือ อยากออกไปทำงาน ซื้อบ้านเป็นของตัวเอง ไม่ต้องอยู่ใต้ฟ้าเดียวกันกับบิดาและครอบครัวใหม่ ทว่าเธอไม่เคยได้โอกาสนั้น
ในขณะที่รถยนต์กำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดงานแต่ง ฝนก็เทกระหน่ำตกลงมาไม่ขาดสาย ทำให้คนขับรถยนต์ต้องชะลอความเร็วลง เขาหันกลับมามองเจ้าสาวและญาติเจ้าสาว ให้กำลังใจพวกเธอแม้ว่าฝนจะตกหนักก็ยังมีเวลาเหลือเฟือ ไม่ทำให้เสียฤกษ์ดีเด็ดขาด ทว่าจู่ ๆ ก็มีไฟรถยนต์คันหนึ่งสาดใส่หน้ารถยนต์ของพวกเธอ
โครม!!!
เสียงโลหะชิ้นใหญ่กระแทกกันอย่างรุนแรง รถยนต์หมุนคล้ายลูกข่าง จากนั้นก็พลิกคว่ำอีกหลายตลบ ผู้โดยสารกรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ ร่างกายถูกเหวี่ยงไปตามแรงกระแทก ดวงตากลมโตมองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เจ็บปวดไปทั่วร่างกาย หน้าอกเหมือนถูกกดทับจนแทบจะไร้ลมหายใจ ความโกลาหลหยุดลงเมื่อรถยนต์กระแทกเข้ากับต้นไม้อย่างแรง
“ซิงเยียน! อดทนไว้ อาจะไปหาคนมาช่วยหลาน ฮือ ๆ อดทนไว้ ฮือ ๆ” อาหญิงจับมือหลานสาวมองนางด้วยสายตาหวาดหวั่น ร่างกายของนางถูกทับด้วยเก้าอี้ของคนขับรถ ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด
“อาหญิง หนูหายใจไม่ออก” หญิงสาวจับมืออาหญิงไว้แน่น คล้ายกับรู้ตัวว่านี่อาจจะเป็นวาระสุดท้ายของชีวิต
“หลานรักอย่าพูดจาไม่เป็นมงคล หลานจะต้องไม่เป็นไร ฮือ ๆ” อาหญิงร้องไห้พยายามดันเก้าอี้ที่กดอยู่บริเวณหน้าอกของหลานสาว ทว่าตนเองก็ได้รับบาดเจ็บจึงมีเรี่ยวแรงไม่มาก คนขับรถก็หมดสติ
“หนูรักอาหญิง ขอบคุณที่เลี้ยงดูหนูมายี่สิบกว่าปี”
“ซิงเยียนอย่าพูด ฮือ ๆ เก็บแรงไว้ อาจะออกไปเรียกคนมาช่วย”
“ให้หนูไปเถิด หนูน่าจะมีความสุขกว่าการมีชีวิตอยู่ อย่าให้หนูต้องเป็นภาระของอาหญิง หนู… หนูลาก่อน”
“ซิงเยียน! ซิงเยียน! ฮือ ๆ ฟื้นสิ ฮือ ๆ”
ท่ามกลางฝนที่ตกอย่างหนัก ถนนสายนี้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมีรถชนกันสิบคัน หนึ่งในนั้นคือรถของเจ้าสาวแสนสวยที่กำลังมุ่งหน้าไปสถานที่จัดงานแต่ง มีรถพยาบาลและรถตำรวจจอดอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่พยาบาลและตำรวจทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ
ท้องฟ้าแปรปรวน เสียงฟ้าคำรามร้องลั่น สายลมหนาวเย็นยะเยือกหมุนวนคล้ายกับพายุ หญิงสาวยืนมองร่างไร้วิญญาณที่ถูกอาหญิงกอดไว้ ร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจ หลานสาวสุดที่รักจากไปตลอดกาล ดวงตาของผู้มีพระคุณแดงก่ำ บอบช้ำและเจ็บปวด แต่สำหรับหญิงสาวแล้ว เธอมองเลือดสีแดงสดที่กำลังถูกสายฝนชะล้างออกจากตัวด้วยสายตาเย็นชา
“ฉันไม่เสียใจที่ต้องตาย เพราะการตายจะทำให้หลุดพ้นจากชีวิตที่อาภัพ หลังจากนี้ขอให้ดวงวิญญาณดับสูญหายไปจากโลกนี้ ไร้ร่าง ไร้ความรู้สึก”
ดวงหน้างดงามเปื้อนรอยยิ้มแห่งความสุข ทว่าพลันต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อได้ยินเสียงเย็นเยือกเรียกชื่อของตนเองดังมาจากด้านหลัง
“ซิงเยียน… ซิงเยียน…”
หญิงสาวตกตะลึงกับภาพที่เห็น คล้ายว่ากำลังมองเงาสะท้อนของตนเองอยู่ในกระจก ใบหน้าและรูปร่างของหญิงสาวเหมือนกับเธอราวกับแกะ แม้กระทั่งชุดที่สวมใส่ก็ยังเป็นชุดเจ้าสาวสีแดงสด หัวใจหนาวเหน็บยามที่มองรอยยิ้มเศร้าหมองรู้สึกหวาดกลัวจึงก้าวเท้าถอยหนี
“ซิงเยียนไปกับข้า ไปกับข้า”
“เธอเป็นนางฟ้าเหรอ? หรือว่าภูตผีปีศาจ?”
“ข้าคือเจ้า เจ้าคือข้า”
“ฮ้า! เป็นไปไม่ได้ ฉันตายแล้ว ฉันจะเป็นเธอไปได้ยังไง”
“มาเถอะ! ไม่มีเวลาแล้ว ตามข้ามา แล้วเจ้าจะพบกับความสุข”
ท้องฟ้าที่แปรปรวนจากพายุฝนพลันเงียบสงบ มวลเมฆสีดำมืดจางหายไปในอากาศ ท้องฟ้าแจ่มใสราวกับว่าไม่เคยเกิดเรื่องร้ายแรงมาก่อน หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีครามพลันกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างเจิดจ้า ไม่สามารถฝืนลืมตาได้อีก
หญิงสาวหลับตาเห็นเพียงความมืดมิด ทว่าจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อของตนเองอีกครั้ง เปลือกตาประดับด้วยขนตายาวกระพือเปิดขึ้นราวกับปีกนกสีดำสนิท
“ฮูหยินน้อยฟื้นแล้ว ฟื้นแล้ว”
หัวคิ้วเรียวโก่งโค้งราวคันธนูขมวดผูกเป็นปม ยามมองใบหน้าขาวซีด ดวงตาปูดบวมผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ไล่มองดูชุดจีนโบราณคล้ายชุดสาวใช้ที่พบเห็นได้บ่อยในภาพยนตร์ย้อนยุค เพ่งมองมือเล็กหยาบกร้านที่กำลังกอบกุมมือขาวเนียนของตนเองไว้ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจ คล้ายกับว่ากำลังกอบกุมมืออาหญิง แต่หญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่นางดูอ่อนเยาว์กว่า อายุไม่น่าจะเกินสามสิบปี
หญิงสาวลุกตัวขึ้นนั่งด้วยความตกใจ ดวงตาคู่งามมองหาหญิงสาวที่ตนเองเพิ่งจะพบพานไปทั่วห้องนอนที่ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนแปลกตา หน้าผากกลมมนมีเม็ดเหงื่อผุด ภายในหัวเกิดคำถามที่ขึ้นมากมาย หัวใจเต้นรัวเร็ว สับสน มึนงง และตกใจ
“ที่นี่ที่ไหน?”
“จวนสกุลหวัง เมืองเหออันเมืองหลวงเจ้าค่ะ” สาวใช้ร่างเล็กตอบพลางจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นนายด้วยความตื่นตกใจ นางขยี้ตาหลายครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ตนเองเห็นไม่ใช่ภาพลวงตา
“ดะ… เดี๋ยวนะ เมืองเหออัน นี่มันเมืองโบราณไม่ใช่หรือ” หญิงสาวถามพลางก้มหน้าลงมองชุดสีแดงสดที่กำลังสวมอยู่ ชุดเดียวกันกับที่หญิงสาวผู้นั้นใส่ พลันรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง หวนคิดถึงถ้อยคำของหญิงสาวผู้นั้น
“เจ้าคือข้า ข้าคือเจ้า”
“ไม่ใช่เมืองโบราณ ที่นี่คือเมืองหลวงแคว้นฉินเจ้าค่ะ”
“ขอคันฉ่อง คันฉ่อง ข้าอยากดูหน้าตัวเอง” หญิงสาวสั่งสาวใช้ด้วยน้ำเสียงกระวนกระวายใจ ตนเองกำลังสวมชุดแต่งงานของหญิงสาวผู้นั้น แม้กระทั่งคำพูดก็ยังเหมือนกับนางแล้วหน้าเล่าจะเหมือนนางหรือไม่ คิดแล้วก็ปวดหัวขึ้นมาทันที
หญิงสาวรับคันฉ่องด้วยมือสั่นเทา เพ่งพิศมองใบหน้าเกลี้ยงเกลา งดงามเหมือนกับหญิงสาวที่ตนเองเพิ่งจะพบพานมาด้วยหัวใจที่เต้นแรง “เจ้าคือข้า ข้าคือเจ้า” คำพูดของนางดังก้องอยู่ภายในหัว ดวงตากลมโตมองเงาสะท้อนของดวงตาตนเองในคันฉ่อง ภาพความทรงจำของร่างนี้กำลังฉายชัดอยู่ในม่านตา แต่กระนั้นก็ยังไม่เข้าใจแจ่มชัด
“ใบหน้าของฮูหยินน้อยไม่มีผื่นบวมแดงแล้วเจ้าค่ะ หายไปหมดแล้ว บ่าวดีใจที่สุดเลย น่าเสียดายที่ท่านแม่ทัพจากไปแล้ว ไม่เช่นนั้นคงได้เห็นใบหน้างดงามของฮูหยินน้อย”
“ว่าเช่นไรนะ ใบหน้าข้ามีผื่นแดงหรือ?” หญิงสาวหันขวับไปถามสาวใช้แล้วหันไปมองใบหน้าตนเองผ่านคันฉ่องอีกครั้ง
“ใช่เจ้าค่ะ น่าเสียใจนัก ทั้งที่วันนี้คือวันมงคลสมรสของฮูหยินน้อยและท่านแม่ทัพแท้ ๆ ทว่าจู่ ๆ คุณหนูก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด บ่าวยืนหน้าห้องหอได้ยินแล้วรีบเปิดประตูวิ่งเข้ามา ใบหน้าของคุณหนูมีแต่ผื่นบวมแดง น่ากลัว เอ่อ… น่าขยะแขยงมาก” สาวใช้พูดพลางชำเลืองมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของผู้เป็นนายด้วยความประหลาดใจ
“หลังจากนั้นเล่า?” หญิงสาวฟังสาวใช้ด้วยความตั้งใจ สมองน้อย ๆ ก็พยายามคิดทบทวนเหตุการณ์ก่อนที่เจ้าของร่างนี้จะมีผื่นบนใบหน้าไปด้วย
“บ่าววิ่งไปแจ้งองครักษ์และบ่าวรับใช้ในจวนให้ไปรีบแจ้งท่านแม่ทัพ เพียงหนึ่งจิบชาท่านแม่ทัพและคนอื่น ๆ ก็มาที่นี่ ทุกคนต่างตื่นตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของฮูหยินน้อย ท่านแม่ทัพจึงส่งคนไปตามหมอประจำสกุลมา โชคดีที่ท่านหมอมาร่วมงานมงคลด้วย ท่านหมอจึงเข้ามาทำการรักษา แต่ในเวลานั้นท่านหมอบอกกับทุกคนว่าฮูหยินน้อยอาจจะอยู่ได้แค่คืนนี้”
“ท่านหมอผู้นั้นบอกหรือไม่ว่าข้าป่วยเป็นอะไร”
“ท่านหมอบอกว่าอาการของฮูหยินน้อยคล้ายกับถูกพิษ หรือไม่ก็กินอาหารผิดสำแดง บ่าวบอกท่านหมอไปว่าฮูหยินน้อยกินกุ้งไม่ได้ แต่บ่าวก็ยืนอยู่หน้าห้องหอตลอด ยกเว้นตอนที่บ่าวไปสุขา จึงไม่แน่ใจว่าฮูหยินน้อยหิวแล้วลุกมาหยิบอาหารกินเองบ้างหรือไม่ แต่บ่าวตรวจดูอาหารในห้องนี้แล้วก็ไม่พบว่ามีกุ้งผสมอยู่”
“ข้าแพ้กุ้ง เช่นนั้นแล้วผู้ใดให้ข้ากินกุ้ง”
หญิงสาวมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาในคันฉ่อง ดวงตามองเห็นหญิงสาวสองคนที่เข้ามาในห้องพร้อมกับอาหาร ทว่าใบหน้าของนางมีผ้าคลุมปิดหน้าปิดตาเอาไว้ จำได้ว่ามีหญิงสาวสองคนนำอาหารมาที่นี่ตามคำสั่งของท่านแม่ทัพ “ผู้ใดที่ต้องการฆ่าเจ้า ไม่ใช่สิฆ่าข้า เพราะข้าคือเจ้า เจ้าคือข้า”
“ท่านแม่ทัพเล่า อยู่ที่ใด ไปแจ้งท่านว่าข้าหายดีแล้ว”
“ท่านแม่ทัพมีประชุมด่วนที่วังหลวง บ่าวได้ยิน แว่ว ๆ ว่าจะเดินทางไปปราบโจรภูเขาเจ้าค่ะ”
“อะไรนะ? ออกไปทั้งที่วันนี้คือวันแต่งงานนะหรือ ทำไมท่านจึงไม่ปฏิเสธเล่า?”
“บ่าวเองก็ไม่รู้ แต่รู้ว่าเป็นคำสั่งของรัชทายาท แล้วก็ท่านแม่ทัพก็คงอยากไปด้วย”
“ทำไม?”
“ท่านแม่ทัพไม่เต็มใจแต่งงานเจ้าค่ะ”
“ฮ้า! ไม่เต็มใจแต่งแล้วทำไมจึงฝืนใจแต่งเล่า นี่มันเรื่องอะไรกัน บอกว่าข้าจะมีความสุขแต่แค่วันแรกข้าก็ทุกข์แล้ว สามีไม่รัก มีคนลอบวางยาพิษ นี่มันสุขที่ไหนกันเล่า”
หญิงสาวอุทานร้องลั่น พรั่งพรูความอึดอัดออกมาโดยไม่สนใจสายตาตกตะลึงของสาวใช้ อยากตายแต่ไม่ตายสมใจ แล้วยังต้องมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่มีชะตาชีวิตคล้ายกับตนเองในภพที่จากมา จะสุขได้เช่นไรในเมื่อถูกบังคับให้แต่งงาน จะสบายใจได้เช่นไรในเมื่อมีคนต้องการให้นางตายหายไปจากโลกนี้
***********
มาแล้วจ้า ฝากเป็นกำลังใจให้ฮูหยินน้อยด้วยนะคะ
อีบุ๊กป่วนรักฮูหยินข้ามภพ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzMxMzc5NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI2NzQ2OSI7fQ
อีบุ๊กในเด็กดี https://dekd.co/w/e/14054
ฝากอ่านเรื่องใหม่ล่าสุด
ข้ามภพมาเป็นทาสรักผู้บัญชาการตัวร้าย
https://dekd.co/w/n/2542269
สืบรักขันทีตัวร้าย
https://dekd.co/w/n/2527017
สามีไร้รัก1
กลีบปากสีชาดเม้มเป็นเส้นตรง นางคือซิงเยียนจากศตวรรษที่ยี่สิบเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ดวงวิญญาณย้อนกลับมาในยุคจีนโบราณ อยู่ในร่างของจางซิงเยียนซึ่งถูกพิษจนเสียชีวิต ในความทรงจำจางซิงเยียนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใด แล้วเหตุใดจึงมีคนอยากให้นางตาย
จางซิงเยียนคือบุตรสาวเพียงคนเดียวของจางปออี้ เขาคือหมอที่มีชื่อเสียงในเมืองเหนิงซี เมืองเล็ก ๆ อยู่ทางทิศเหนือของเมืองเหออัน จางปออี้เชี่ยวชาญการฝังเข็มรักษาผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต ฟ่านเฟยคือมารดาผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี เชี่ยวชาญการเย็บปักถักร้อย รับตัดเสื้อผ้าและปักผ้าเป็นอาชีพเสริมหลังจากที่ดูแลความเรียบร้อยภายในเรือนสกุลจาง
แม้ว่าสกุลจางจะไม่ใช่เศรษฐีผู้ร่ำรวยแต่มีกินมีใช้ มีคนนับหน้าถือตามากมาย เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีบารมีในเมืองเหนิงซี แม้กระทั่งเจ้าเมืองยังยกย่องให้เกียรติประหนึ่งขุนนางชั้นสูง
เดิมทีสกุลจางและสกุลหวังไม่ได้เกี่ยวข้องและรู้จักสนิทสนมกันมาก่อน ทว่าสิบปีก่อนฉินฮ่องเต้ส่งกองทัพทหารขึ้นเหนือเพื่อปราบปรามกบฏฉินฟู่อ๋องซึ่งนำกองกำลังทหารผู้ภักดีต่อเขาหนีไปหลบซ่อนตัวในเมืองเจียงซีหลังจากที่ก่อการกบฏไม่สำเร็จ แม่ทัพหวังไป๋สือนำกองทัพทหารจำนวนห้าหมื่นนายไล่ติดตามหาแหล่งที่ซ่อนตัวของกบฏฉินฟู่จนพบ เกิดการปะทะต่อสู้กันสิบวันสิบคืน ท้ายที่สุดแม่ทัพหวังไป๋สือก็สังหารฉินฟู่อ๋องได้สำเร็จ แต่เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกฟันที่ขา แม้ว่าจะรักษาบาดแผลจนหายสนิท ทว่าขาข้างที่ถูกฟันกลับไม่มีเรี่ยวแรง ใช้การไม่ได้
แม่ทัพหวังไป๋สือถูกส่งตัวไปรักษากับจางปออี้ตามคำแนะนำของเจ้าเมืองเจียงซี เขาพักรักษาตัวอยู่ในเรือนสกุลจางจนหายเป็นปกติ ขาข้างที่ถูกฟันกลับมามีเรี่ยวมีแรง เดิน วิ่งได้อย่างคล่องแคล่ว เขาซาบซึ้งใจในความสามารถ และความมุ่งมั่นพยายามที่จะรักษาของจางปออี้เป็นอย่างมาก ทั้งสองกลายเป็นสหายรัก ทั้งนี้เขายังเขียนสัญญาเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของสองสกุลโดยให้บุตรชายคนโตและบุตรสาวคนโตแต่งงานกัน
จางซิงเยียนรั้งรอไม่ยอมแต่งงานมาโดยตลอด แต่สถานการณ์พลิกผันบิดาและมารดาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถม้าตกเขา ทำให้นางสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปพร้อมกัน แม่ทัพหวังไป๋สือจึงทวงถามสัญญาอีกนัยหนึ่งคือเป็นห่วงบุตรสาวสหายรัก ที่ต้องอยู่ตามลำพังในเรือนหลังใหญ่ จึงยกสัญญาขึ้นมาเพื่อให้นางแต่งงานกับบุตรชายแล้วย้ายมาอยู่ในการดูแลของสกุลหวัง
แม้จะมีเรือนหลังใหญ่ให้อยู่อาศัย มีโรงหมอให้ดำเนินกิจการ ทว่านางเชี่ยวชาญด้านเย็บปักถักร้อยมากกว่าวิชาการแพทย์ นางจึงเขียนสัญญามอบให้จางจู่กง น้องชายบิดาเป็นผู้บริหารจัดการดูแลโรงหมอ และแบ่งกำไรให้นางทุกเดือน
ในความทรงจำแม้ว่าบิดาของทั้งคู่จะรักใคร่กลมเกลียว ทว่าบุตรชายและบุตรสาวไม่เคยพบหน้า และสานสัมพันธ์ การแต่งงานในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการคลุมถุงชน เจ้าบ่าวไม่เต็มใจแต่งงานเช่นไร เจ้าสาวก็ไม่เต็มใจแต่งงานเช่นกัน
ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่เต็มใจแต่งงาน นางก็ไม่ควรอยู่ที่นี่ วันแรกก็ถูกลอบสังหาร ถ้าหากคนที่คิดร้ายรู้ว่านางยังไม่ตาย พวกมันคงลอบทำร้ายฆ่านางให้ตายอีกครั้ง สามีไม่รัก ไม่เต็มใจแต่งงาน ทั้งที่เป็นวันสำคัญก็ยังรีบเผ่นหนีไปประชุม ทิ้งให้นางนอนสิ้นใจอยู่ตามลำพัง วันหน้าถ้าหากไม่ถูกลอบทำร้ายจนตาย ก็อาจกลายเป็นฮูหยินที่ถูกลืม
*******
ฝากเรื่องใหม่ไว้ในใจด้วยนะคะ
อีบุ๊กป่วนรักฮูหยินลดราคาอยู่นะคะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzMxMzc5NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI2NzQ2OSI7fQ
**ฝากอ่าน ปราบพยศแม่ทัพตัวร้าย
http://writer.dek-d.com/Faang-Faang37/writer/view.php?id=2484561
** ฝากอ่าน "นางร้ายอุ้มรักทวงคืนพระเอก(อีบุ๊กลดราคา)"
http://writer.dek-d.com/Faang Faang/writer/view.php?id=2446070
**ฝากอ่าน "นางเอกอุ้มรักหนีตัวร้าย(มีอีบุ๊ก)" ในนิยาย Dek-D หรือยัง
http://writer.dek-d.com/Faang Faang/writer/view.php?id=2454190
ฝากอ่าน "หนี้แค้นหมอหญิงร้อยพิษ" ในนิยาย Dek-D หรือยัง
http://writer.dek-d.com/Faang Faang/writer/view.php?id=2492530
สามีไร้รัก2
ฝ่ามือเรียวกำหมัดแน่น คิดถึงชะตาชีวิตที่อาภัพแล้วไม่ต้องการถูกจองจำอยู่ในจวนแห่งนี้ นางไม่ต้องการสามีไร้หัวใจ ไม่ต้องการให้ผู้ใดมาปกป้องโดยที่ต้องฝืนใจ เขาไม่รัก นางก็ไม่รัก เช่นนั้นแล้วนางก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอยู่ให้ผู้อื่นกดขี่ข่มเหงและทำร้าย สามีไร้รักคงไม่ปกป้องนางอย่างแน่นอน
ดวงตาคู่งามถอนสายตาจากคันฉ่องหันไปจ้องใบหน้าขาวซีดของสาวใช้คนสนิทนามว่าซือซือ หญิงวัยสามสิบปีที่เป็นทั้งสาวใช้ สหายและครอบครัว
“ไปจากที่นี่กันเถอะ” จางซิงเยียนคว้าข้อมือของสาวใช้แล้วพานางเดินไปที่ประตูห้องนอน ภพก่อนก็ถูกบิดาขายให้ชายรุ่นปู่ ภพนี้ยังต้องแต่งงานตามสัญญากับชายหนุ่มที่ไม่เคยรักกันอีก นางจะไม่ยอมตกอยู่ในสภาพตายทั้งเป็นอีกต่อไป
ซือซือร้องถามด้วยความตื่นตกใจ รีบสาวเท้าตามแรงดึงของผู้เป็นนายสาว“อะไรนะเจ้าคะ? ช้าก่อนฮูหยินน้อย ไปจากที่นี่แล้วจะไปที่ใด?” หันมองแสงสลัวนอกหน้าต่างแล้วจึงรีบรั้งไม่ยอมเดินตาม
“กลับเรือนสกุลจางของข้า”
“กลับไปไม่ได้เจ้าค่ะ”
“ทำไมจึงกลับไปไม่ได้ ที่นั่นคือเรือนของข้า” จางซิงเยียนหยุดมองสาวใช้ด้วยความสงสัย จริงอยู่ในภพที่จากมานางไม่มีที่ไป แต่ภพนี้นางมีบ้านและมีเงิน
“เรือนสกุลจางอยู่เมืองเหนิงซี ใช้เวลาเดินทางด้วยรถม้าห้าวัน ตอนนี้ก็มืดแล้วด้วย”
“เช่นนั้นก็ไปพรุ่งนี้”
“พรุ่งนี้ก็ไปไม่ได้เจ้าค่ะ” ซือซือส่ายหน้าน้อย ๆ “ฮูหยินน้อยแต่งงานแล้วจะออกไปจากจวนสกุลหวังโดยพลการไม่ได้ ต้องขออนุญาตท่านแม่ทัพ เอ่อ แล้วตอนนี้ท่านแม่ทัพก็ไม่อยู่ด้วยเจ้าค่ะ”
“เผด็จการที่สุด เป็นเมียหรือว่าเป็นทาสกันแน่ เหอะ!”
“ตอนนี้ไม่ใช่ทาสแค่เป็นผู้ป่วยออกไปที่ใดไม่ได้ เพราะถูกฮูหยินใหญ่สั่งกักบริเวณ”
“อะไรนะ? ฮูหยินใหญ่มีสิทธิ์อะไรมากักบริเวณข้าซึ่งเป็นลูกสะใภ้ ทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง ท่านแม่ทัพไม่อยู่ข้าก็จะไปฟ้องใต้เท้าหวังไป๋สือ”
“ออกไปไม่ได้เจ้าค่ะ เอ่อ… ฮูหยินใหญ่กลัวว่าฮูหยินน้อยจะป่วยเป็นโรคติดต่อร้ายแรงจึงสั่งกักบริเวณไม่ให้ออกไปแพร่เชื้อให้ผู้อื่นเจ้าค่ะ ใต้เท้าหวังไป๋สือก็เชื่อ ฮูหยินใหญ่สั่งให้ทหารมายืนเฝ้าอยู่หน้าประตู” ซือซือยิ้มแห้ง นางพยายามอธิบายแล้ว ถ้าหากว่าจางซิงเยียนป่วยด้วยโรคติดต่อจริง เหตุใดนางจึงยังแข็งแรงไม่มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยก่อนที่จะเข้าพิธีแต่งงาน แต่ทุกคนไม่เชื่อ
“น่าขันที่สุด ทุกคนกลัวและรังเกียจข้าทั้งที่ท่านหมอไม่เอ่ยถึงโรคติดต่อ”
“อันที่จริงใต้เท้าหวังไป๋สือมิได้กลัวแต่ถูกฮูหยินใหญ่พูดเสียจนใต้เท้าต้องยอม อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่ยอมให้ฮูหยินออกไปที่ใดเนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ฮูหยินเฒ่าซึ่งป่วยด้วยโรคไข้หวัดอยู่อาการจะทรุดหนักเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นออกไปหาพวกเขากัน ข้าจะให้ทุกคนเห็นว่าข้าหายดีแล้ว ใบหน้าข้างดงามไม่มีผื่นบวมแดงน่าเกลียดนั่น”
“ออกไปไม่ได้เจ้าค่ะ ฮูหยินน้อยเพิ่งจะฟื้นจากอาการป่วย บ่าวแนะนำว่าควรจะนอนพักผ่อน พรุ่งนี้มีเรี่ยวมีแรงแล้วค่อยคิดว่าจะทำเช่นไร บ่าวพร้อมที่จะไปกับฮูหยินน้อยทุกที่”
“ขอบคุณมาก ชีวิตข้าก็มีแต่เจ้าที่รักข้าจริง”
“แต่จะกลับไปเรือนสกุลจางก็ไม่น่าจะทำได้ ท่านแม่ทัพอาจจะยอมแต่ใต้เท้าหวังไป๋สือไม่ยอมแน่เจ้าค่ะ อยู่ที่นี่ก็ดีนะเจ้าคะ ที่นี่เมืองหลวงศูนย์กลางแห่งความเจริญ ฮูหยินน้อยก็อยู่ในฐานะฮูหยินแม่ทัพ ไปที่ใดก็มีคนนับหน้าถือตา เงินทองก็มีใช้ไม่ขาดมือ ถ้าหากจะขอหนังสือหย่าจากท่านแม่ทัพ คงจะยากเพราะเพิ่งแต่งงานได้ยังไม่ทันข้ามวัน ท่านแม่ทัพอาจจะรีบจัดการให้ แต่ใต้เท้าหวังไป๋สือคงไม่ยอมเจ้าค่ะ”
*******
ฝากเรื่องใหม่ไว้ในใจด้วยนะคะ
อีบุ๊กป่วนรักฮูหยินลดราคาอยู่นะคะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzMxMzc5NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI2NzQ2OSI7fQ
**ฝากอ่าน ปราบพยศแม่ทัพตัวร้าย
http://writer.dek-d.com/Faang-Faang37/writer/view.php?id=2484561
** ฝากอ่าน "นางร้ายอุ้มรักทวงคืนพระเอก(อีบุ๊กลดราคา)"
http://writer.dek-d.com/Faang Faang/writer/view.php?id=2446070
**ฝากอ่าน "นางเอกอุ้มรักหนีตัวร้าย(มีอีบุ๊ก)" ในนิยาย Dek-D หรือยัง
http://writer.dek-d.com/Faang Faang/writer/view.php?id=2454190
ฝากอ่าน "หนี้แค้นหมอหญิงร้อยพิษ" ในนิยาย Dek-D หรือยัง
http://writer.dek-d.com/Faang Faang/writer/view.php?id=2492530