โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

อย่าหนีนะ! ตัวร้ายที่รัก (จบแล้ว)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 24 ธ.ค. 2567 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2567 เวลา 14.09 น. • แมวจี้
พิการ พ่อแม่ทิ้ง ป่วยติดเตียง ปรารถนาอ่านนิยายให้จบก่อนตาย สมปรารถนา ใช่! อ่านจบก็ตาย! เกิดใหม่เป็นตัวร้ายในนิยายซะงั้น? นางเอกแล้วไง? ไม่สนไม่รักไม่โง่ รักพระเอกมากนักใช่ไหม! เชิญ! โชคชะตาพระเอกฉันขอ

ข้อมูลเบื้องต้น

เพราะเกิดมาพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เหมือนคนอื่นจึงโดนผู้เป็นพ่อทิ้งไปตั้งแต่เด็ก ส่วนแม่ก็ไม่ต่างกันทิ้งไปมีครอบครัวใหม่

ตลอดเวลาเขาดูแลเลี้ยงดูตัวเองมาตลอด เก็บเงินอยากจะซื้อบ้านสักหลังมีชีวิตในบั้นปลายแล้วอยู่อย่างมีความสุข ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะมีครอบครัวเล็กๆของตัวเองแต่เหมือนสวรรค์จะยังกลั่นแกล้งเขาไม่พอ

อาการป่วยมีบ่อยขึ้น ไปหาหมอถึงรู้ว่าเป็นโรคร้ายอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่เดือน เงินเก็บที่ตั้งใจจะซื้อบ้านก็ต้องถูกมาใช้รักษาตัว แต่เหมือนทุกอย่างมันยังแย่ไม่พอ

ที่แย่กว่าก็คือไม่ว่าจะรักษาแค่ไหนก็ไม่สามารถหายจากโรคนี้ได้ ทางเดียวก็คือทำใจใช้ชีวิตที่เหลือที่นอนอยู่บนเตียงให้ได้นานที่สุด

สิ่งเดียวที่ทำให้เตชินอยากลืมตาขึ้นมาในวันใหม่อีกครั้งคือการอ่านนิยายให้จบก่อนที่ตัวเองจะตาย แต่เหมือนสิ่งนี้เขาจะสมปรารถนาเป็นอย่างเดียวในชีวิต ใช่เมื่ออ่านจบเขาก็ตาย

สิ่งที่เขาอิจฉาที่สุดก็คือทำไมตัวร้ายในนิยายถึงมองไม่เห็นความรักที่ครอบครัวมีให้ ถ้าหากเขามองเห็นสักนิดชีวิตเขาคงมีความสุขไม่ต้องตายเพราะความรักจอมปลอมของนางเอก

เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้งจู่ๆก็ดันมาเกิดใหม่กลายเป็นตัวร้ายในนิยายซะงั้น ?

ความรักของครอบครัวที่ไม่เคยได้รับมาก่อนในชาติที่แล้ว ชาตินี้เขาจะขอรับมันไว้เอง

นางเอกแล้วไง? อย่าได้หวังจะหลอกใช้เขาได้อีก รักพระเอกมากนักใช่ไหม! เชิญไปอยู่กันตามสบาย ขอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัวไม่ขอยุ่งเกี่ยวพระเอกและนางเอกอีกต่อไป

โชคชะตาของพระเอกที่เป็นลูกรักของพระเจ้าในนิยายจะขอไขว่คว้าเอามาให้หมด

เกิดใหม่ครั้งนี้จะขอเป็นตัวร้ายที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัวแล้วกัน

เป็นนิยายเรื่องใหม่อีกเรื่องฝากติดตามด้วยนะคะ

ไม่มีใครต้องการ

"กูทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย! บอกแล้วใช่ไหมว่าให้เอาออกตั้งแต่แรก! ไม่รู้ว่าจะให้มันเกิดขึ้นมาทำไม! ภาระชิบหาย!"

"มึงคิดว่ากูอยากจะให้มันเกิดขึ้นมาหรือไง! เพราะมันเอาไม่ออกต่างหากถึงต้องเลี้ยงดูมันอยู่ทุกวันนี้! มึงคิดว่ากูต้องการให้มันเป็นแบบนี้หรอ!"

ตบ เพี้ยะ!

อร้าย!

"นี่มึงตบกูหรอ!"

"เออ! แล้วมึงจะทำไม!"

"จะทำไมอย่างนั้นหรอ"

โพล๊ะ!

อ๊าก!

เสียงตบตีดังลั่นห้องที่เล็กเหมือนรูหนูคับแคบ เป็นเพียงบ้านเช่าที่เก่าและผุพังสภาพย่ำแย่ไม่ต่างอะไรจากรูหนู

เด็กน้อยวัย 10 ขวบยืนมองพ่อแม่ทะเลาะตบตีมันก็เรื่องเดิมๆ ไม่เรื่องเงินก็เรื่องของเขา ที่เกิดมาเป็นภาระให้พวกเขา เป็นตัวซวยในชีวิตที่ไม่อยากให้เกิดมา ก็แค่ส่วนเกินสำหรับพวกเขา

ร่างกายที่พิการขาที่เป๋เดินไม่ได้เหมือนคนปกติ แขนรีบนิ้วมือหงิกงอไม่สมประกอบ ปากเบี้ยวพูดไม่ได้ ถ้าเลือกเกิดได้ก็ไม่มีใครอยากจะเกิดมาเป็นแบบนี้หรอก แต่เมื่อเกิดมาแล้วจะให้เขาทำยังไง

บางครั้งเขาก็ถูกพ่อแม่ทุบตี ข้าวแทบไม่ได้กิน ที่อยู่รอดมาได้ทุกวันนี้เพราะผู้ใหญ่ใจดีข้างบ้านสงสารแอบให้ข้าวกินมาตลอด

ตลอดระยะเวลาที่จำความได้ความรักของครอบครัวเป็นแบบไหนไม่เคยรู้สึกเลย โรงเรียนก็ไม่เคยได้ไปเหมือนคนอื่น ความฝันที่ต้องการคืออยากให้พ่อแม่รักเขาบ้าง แต่มันคงเป็นได้แค่ความฝัน

"อ้าวเต? มาแอบอะไรอยู่มุมนี้"

เด็กน้อยเอาแต่ส่ายหัว หากเขายังคงอยู่ในบ้านก็จะต้องถูกทุบตีโดนลูกหลงเป็นที่ระบายอารมณ์ของพ่อและแม่เหมือนทุกครั้งไป จึงต้องรีบแอบหลบมาอยู่ตามซอกถังขยะแถวบ้าน

ฝ่ามือที่เหี่ยวย่นลูบหัวน้อยๆอย่างเบามือ ชีวิตที่อยู่มานานไม่เคยเจอใครที่น่าสงสารแบบเด็กคนนี้มาก่อน ชีวิตที่เกิดมาเลือกเกิดไม่ได้ เมื่อเกิดมาแล้วก็ไม่เหมือนคนอื่น พ่อแม่ที่ให้กำเนิดกลับเป็นคนที่ทำร้ายเขาตลอดเวลา

"ไม่ต้องไปกลัวนะไปบ้านยายเถอะ วันนี้ยายมีน้ำพริกกับปลาทูทอดที่หลานชอบด้วยไปกินกัน"

เดินตามหลังยายจันทร์ ยายข้างบ้านที่ถูกลูกหลานทิ้ง มีเงินคนแก่กินทุกเดือนและคือคนที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็กทั้งที่ไม่ใช่หลานแท้ๆแต่ก็กลับใจดีเลี้ยงดู

ฝ่ามือเล็กดึงชายเสื้อของยายจันทร์เบาๆดวงตาที่จ้องมองอย่างมุ่งมั่นมันบอกอะไรหลายๆอย่างในดวงตาคู่นี้

"มีอะไรมองยายอย่างนี้? รู้นะว่าคิดอะไร คนเราน่ะในเมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไป หลานเลือกเกิดไม่ได้ เลือกที่จะมีพ่อแม่แบบที่อยากมีไม่ได้ แต่หลานเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างที่หลานต้องการได้

ไม่ต้องมาตอบแทนบุญคุณอะไรยายหรอก ยายน่ะอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่ปีเดี๋ยวก็ตายจากกันไปแล้ว เมื่อโตขึ้นจงใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีในแบบที่ตัวเองอยากจะมีเถอะ

อย่าคิดถึงคนอื่น จงคิดถึงตัวเองเอาไว้ก่อน เพราะคนที่รักหลานมากที่สุดก็คือตัวของหลานเองจำเอาไว้"

กอด~

สวมกอดยายที่อายุมากกว่า 70 ปีเขาตั้งใจว่าจะเลี้ยงดูยายเมื่อเติบโตขึ้น เขาไม่ต้องการให้ยายจากไปในเร็ววันนี้ยายต้องอยู่กับเขานานๆ

มือเหี่ยวย่นลูบหลังเบาๆเด็กน้อยเพื่อต้องการปลอบ เธอรู้ว่าเธออยู่ได้ไม่นานเด็กคนนี้ต้องเข้มแข็งมากกว่านี้

ปลาทู 1 ตัวกับน้ำพริกแห้งๆนั่งกินกับข้าว 2 คนยายหลาน ที่ไม่ได้มีความผูกพันทางสายเลือดกันเลยสักนิดกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น

"มึงไปไหนมา!"

กระชากเด็กน้อยจนตัวลอย เหวี่ยงเข้าข้างฝา

ปัก!

เจ็บแต่ร้องไม่ได้เนื่องจากพูดไม่ได้ได้แต่นอนตัวงอมองผู้เป็นพ่อด้วยความหวาดกลัว

"เพราะมึงเกิดมาทำให้พวกกูลำบาก! แม่ง! ทำไมไม่ตายๆไปสักทีว่ะ!"

ผู้เป็นแม่ที่นั่งดูสามีตัวเองทำร้ายลูกชายด้วยดวงตาที่เฉยเมย ไม่มีความเป็นห่วงไม่มีความรักสักนิดในสายตา

ถูกทำร้ายจนร่างกายบอบช้ำไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างกายถูกผู้เป็นพ่อตบจนสลบแล้วทุกอย่างก็มืดดับลง

แสงสว่างที่ส่องเข้ามาจากรูบ้าน รูไม้และรูสังกะสีที่แทบจะกันอะไรไม่ได้เลยส่องกระทบเข้าที่ดวงตาของเด็กน้อย ค่อยๆลืมตาช้าๆอย่างยากลำบากเนื้อตัวที่เขียวช้ำจากการถูกทุบตีเต็มร่างกายไปหมด

หันมองรอบๆไม่เห็นผู้เป็นพ่อกับแม่ทุกอย่างเงียบสนิท พยุงตัวเองเข้าไปที่มุมห้องมีหมอนและผ้าห่มผืนบางๆเก่าๆ ก่อนจะห่มตัวเองนอนลงในมุมมืด

ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน รู้เพียงแค่ว่าตั้งแต่วันนั้นพ่อและแม่ก็ไม่เคยปรากฏตัวให้เขาเห็นอีกเลย

ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้

ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน รู้เพียงแค่ว่าตั้งแต่วันนั้นพ่อและแม่ก็ไม่เคยปรากฏตัวให้เขาเห็นอีกเลย

แล้วไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เขาเฝ้ารอให้พ่อและแม่กลับมา แต่เหมือนว่าความปรารถนาของเขามันจะไม่เป็นจริง คนที่ถูกทิ้งก็คือเขา คนที่พ่อแม่ไม่ต้องการก็คือเขา คนที่ไม่สมควรจะเกิดตั้งแต่แรกก็คือเขา

หลายปีผ่านไปเด็กชายเติบโตทำงานทุกอย่างที่จะสามารถทำได้ ไม่ได้รับการศึกษาเหมือนคนอื่นยิ่งมีร่างกายพิการก็ไม่ค่อยมีใครอยากจะจ้างทำงานเท่าไหร่แต่ก็มีคนใจดีที่เมตตาอยู่บ้านเช่นกัน

แม้ร่างกายจะพิการแต่สมองของเขากับฉลาดจดจำได้อย่างดีเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะทางด้านความจำและความคิด เตชินศึกษาเรื่องหุ้น จนชำนาญเริ่มเล่นหุ้น นำค่าแรงอันน้อยนิดเป็นทุน ไม่นานเขาก็ประสบความสำเร็จทางด้านนี้

ความฝันเล็กๆคืออยากจะมีบ้านของตัวเองสักหลังไว้ใช้ชีวิตในบั้นปลายของชีวิต ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะมีครอบครัวน้อยๆสักครอบครัว

"ยายครับดูสิตอนนี้เตประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วนะครับ อยากให้ยายอยู่ด้วยกันจัง"

ยายจันทร์ตายไปตั้งแต่เตชินอายุ 15 หลังจากนั้นเตชินก็อยู่อย่างโดดเดี่ยวมาตลอด พกรูปถ่ายของยายจันทร์เอาไว้ตลอด เพราะยายจันทร์คือครอบครัวคนเดียวของเขาที่มีในโลกใบนี้

เขายังจำได้ดีคำพูดสุดท้ายก่อนที่ยายจันทร์จะจากไป

"เตชินหลานไม่ต้องหาเงินมารักษายายแล้วยายแก่แล้วยังไงก็ต้องตาย หลานเก็บเงินเอาไว้เพื่อตัวเองเถอะ

หลานจำไว้นะคนเราน่ะมันเลือกเกิดไม่ได้ แม้ชีวิตของหลานจะตกต่ำแค่ไหน แต่ถ้าหัวใจของหลานยังเต้นอยู่ ก็ไม่มีใครสามารถทำลายหัวใจของหลานได้

หลานน่ะเก่งที่สุดเลยรู้ไหม อายุแค่นี้กลับฝ่าฟันปัญหาตั้งมากมาย หลานเก่งมากนะ ในวันข้างหน้าถ้าหากเจอปัญหาที่มันหนักหนาและมืดมนแค่ไหนให้หันกลับมามองข้างหลังว่าหนักกว่านี้หลานก็ผ่านมาแล้ว ยายจะเฝ้ามองดูหลานอยู่ใกล้ๆให้กำลังใจหลานเสมอ

หลานต้องมีชีวิตอยู่เพื่อยายต่อไป อยู่บนโลกใบนี้อย่างมีความสุขอย่างที่หลานต้องการ อยู่เพื่อตัวหลานเอง"

แม้อยากจะพูดมากมายหลายพันหลายล้านคำอยากจะบอกรัก บอกขอบคุณมากแค่ไหนก็ไม่สามารถพูดหรือส่งเสียงออกไปได้

ยังคงเป็นมือที่เหี่ยวย่นมือเดิมที่คอยลูบหัวน้อยๆด้วยความรักใคร่เสมอ

ตุบ!

!

ม่ายยยย!

ความเจ็บปวดที่ได้แต่ตะโกนอยู่ในใจไม่ว่าจะตะโกนหรือร้องดังแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยิน ความเสียใจความทุกข์ทรมานแม้แต่เสียงก็ไม่สามารถเปล่งออกมาได้ มันเจ็บจนหายใจแทบไม่ออก

กว่าจะผ่านความทุกข์ครั้งนั้นมาได้ก็เกือบตาย เด็กน้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่แม้ร่างกายจะพิการแต่ก็ยังคงสู้เพื่อมีชีวิตเพื่อตัวเอง

"ในที่สุดก็เก็บเงินได้สักที อยากมีบ้านหลังน้อยๆสักหลังเป็นของตัวเอง ยายครับเอาไว้เราไปอยู่ด้วยกันนะครับ"

ความมานะและความเพียรพยายามในที่สุดก็สำเร็จ แต่ใครที่บอกว่าฟ้าหลังฝนมันย่อมสดใสเสมอมันกลับไม่ใช่สำหรับชีวิตของเตชิน

ตึ้ง!

จู่ๆ ก็ล้มทั้งยืน

วี้………..

นี่คือเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนที่สติจะดับลง

"หมอเสียใจด้วยนะครับ คุณเป็นมะเร็งนะครับ"

วี้……..

คำพูดของหมอยังคงดังก้องอยู่ในหู มันควรจะดีกว่านี้แท้ๆ แต่ทำไมสวรรค์ยังกลั่นแกล้งเขาไม่มากพอหรอ? หรือชีวิตของเขาไม่สมควรจะมีความสุขเหมือนคนอื่นได้

หลังจากนั้นเงินเก็บทั้งหมดความฝันที่จะซื้อบ้านหลังหนึ่งใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุขสลายหายไปในพริบตา เมื่อต้องเผชิญกับการรักษาที่หวังว่าจะหายทุ่มเทเงินทั้งหมดลงไป แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความว่างเปล่า

"มะเร็งลุกลามไปไวมากครับ หมอเสียใจด้วยนะครับ คุณจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น"

วี้…….

ความพยายามที่เขาทำมาตลอดมันเพื่ออะไร?

หลังจากวันนั้นก็ได้แต่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างมองดูนกตัวน้อยๆที่โผบินอย่างอิสระมีชีวิตที่น่าอิจฉาไม่เหมือนเขา

"ทานยาก่อนนะคะ"

เงียบ…..

"คนไข้ลองอ่านนิยายเรื่องนี้ไหมคะ กำลังดังมากรับรองว่าต้องชอบมากแน่ๆค่ะ เรื่องนี้ฉันซื้อมาหลายเล่มอ่านจบแล้ว คนไข้ลองเอาไปอ่านดูนะคะ"

มองดูหนังสือนิยายที่พยาบาลสาวถือมาให้อ่านแก้เหงา

"มันก็ไม่ได้แย่ ดีกว่าไม่มีอะไรทำ"

เกิดใหม่

มองดูหนังสือนิยายที่พยาบาลสาวถือมาให้อ่านแก้เหงา กองรวมกันมี 3 เล่มปกนิยายน่าอ่าน

"มันก็ไม่ได้แย่ ดีกว่าไม่มีอะไรทำ"

หยิบหนังสือขึ้นมาเริ่มอ่านทีละหน้าโดยไม่ได้คิดอะไรมากอ่านแก้เบื่อ ตลอดระยะเวลาที่ดิ้นรนด้วยตัวเองทำให้เขาสามารถอ่านออกเขียนได้

แต่เมื่อได้เริ่มอ่านก็ลืมวันเวลาที่อยู่ในโลกนี้ไป ความทุกข์และความสุขเศร้าจากโรคร้ายเขาลืมมันไปหมด เตชินเริ่มสนุกกับนิยาย

แต่ความจริงก็ยังคอยตอกย้ำว่า เขาจะอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกไม่นาน

แค่ก…แค่ก….

"ทานยาก่อนนะคะ "

อึก….อึก…

"สนุกใช่ไหมคะนิยายเรื่องนี้"

(สนุกมากครับ)

ได้แต่พยักหน้าตอบรับไป

"ถึงนิยายจะสนุกมากแค่ไหนก็อย่าลืมพักผ่อนเยอะๆนะคะ ขอตัวก่อนค่ะ ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายนะคะ"

มองดูสภาพตัวเองในกระจกรู้แล้วว่าชีวิตเหลืออยู่ไม่มากแล้ว อย่างน้อยสิ่งที่ปรารถนาก่อนตายในชีวิตสักครั้งคืออยากอ่านนิยายเรื่องนี้จบ

(ในที่สุดก็อ่านจบสักที ขอบคุณนะครับที่ฟังคำขอความปรารถนาของผม)

ตุบ!

ลมหายใจสุดท้ายของเตชินหมดลงแล้ว

สติของเขาดับวูบทันที ไม่ได้รู้สึกหรือเห็นอะไรหลังจากนี้ต่อไป

ใครบอกว่าตายแล้วดวงวิญญาณจะหลุดจากร่างถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง ทำไมตอนนี้เขาถึงไม่เห็นร่างตัวเองแบบในละครล่ะ? ทุกอย่างกลับดำมืดไปหมด ไม่เห็นโลกภายนอกเหมือนตอนนี้เขาล่องลอยอยู่ในอากาศในความมืดมิด

"อยากพบยายจังเลย เราจะได้ไปอยู่กับยายไหมนะ"

"โชคชะตาของหลานช่างอาภัพนัก ยายขอให้หลานมีความสุขในโชคชะตาครั้งใหม่นะหลานรัก"

วูบ

"โอ๊ย! ทำไมปวดหัวแบบนี้ ปวดมากเลย!"

!

"ทำไมถึงมีเสียงออกมา? นี่เสียงของเราหรอ! เป็นไปได้ยังไง? หรือเรากำลังฝันอยู่ ไม่ใช่ว่าเราตายแล้วหรอเนี่ย?"

"คุณได้ยินฉันไหมค่ะ"

ดวงตาที่พร่ามัวค่อยๆลืมตาขึ้นมองเห็นหญิงสาวที่มีใบหน้างดงามอยู่ตรงหน้า

"นางฟ้าหรอ"

อึ้ง!

"ปะ..ป่าว..ไม่ใช่…คุณฟื้นสักที"

"เสียงน่ารักจังเลย"

เขิน~

"คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?"

"ผมเป็นอะไรหรอ?"

หันมองซ้ายขวาไม่ใช่ว่าตอนนี้เขาต้องนอนอยู่ที่โรงพยาบาลหรอเขาตายแล้วนี่ทำไมเขาถึงมานอนอยู่บนพื้นแบบนี้?

"คุณน่ะจู่ๆก็เป็นลมล้มหมดสติลงไป ฉันเรียกเท่าไหร่คุณก็ไม่ฟื้น เหมือนกับว่าคุณหยุดหายใจไปแล้ว แล้วจู่ๆก็ฟื้นขึ้นมา ฉันตกใจหมดเลยค่ะ!"

"คุณเป็นคนช่วยผมหรอครับ?"

"ใช่ค่ะ!"

มองดูหญิงสาวทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้า ตอนแรกที่ลืมตาฟื้นขึ้นมาไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้ แต่เป็นผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆที่มีใบหน้างดงามเรียบร้อยอ่อนหวานคนนั้นต่างหากที่เขาคุยด้วยตอนแรก จู่ๆผู้หญิงคนนี้ก็พูดขึ้นมาว่าเป็นคนช่วยเขา

แต่ที่ยังมึนอยู่คือเขาตายแล้ว แล้วทำไมถึงมานอนอยู่ตรงนี้? ไม่ใช่ว่ากำลังฝันอยู่นะ

"โอ๊ยเจ็บ!"

ลองหยิกตัวเองดูก็เจ็บแสดงว่าไม่ได้ฝันไป

อึ๊ก!

"โอ๊ย! ปวดหัว"

ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองของเขาตอนนี้ แทบจะระเบิด

"นี่มันเรื่องจริงหรอเนี่ย?"

"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?"

"เปล่าครับ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยผม"

"ไม่เป็นอะไรค่ะฉันยินดี ฉันชื่อพิมพ์ค่ะยินดีที่ได้รู้จัก"

"เตชินครับ"

มือสาวที่ยื่นออกมาตั้งใจจะทำความรู้จักกับเตชิน แต่เขาแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นแล้วก้มหัวขอบคุณเธอแทน ทำให้หญิงสาวน่าเสียจนต้องชักมือกลับได้แต่ส่งรอยยิ้มแก้เก้อให้แทน

"แล้วคุณล่ะครับ?"

"ฉะ..ฉันหรอค่ะ?"

"ครับ ผมเตชินนะครับยินดีที่ได้รู้จัก"

หมับ!

คว้ามือสาวเพื่อจับมือทักทายกะทันหัน หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวก็เขินอายจนใบหน้าแดงกล่ำไปหมด

"ชื่อมินตราค่ะ"

"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณมินตรา"

"เอ่อ…คุณเตชินคะ ไปหาหมอไหมคะเดี๋ยวพิมพ์ไปเป็นเพื่อนค่ะ"

"ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่ค่อยได้นอนพักช่วงนี้จึงรู้สึกเวียนหัวและเป็นลมง่าย ขอบคุณคุณพิมพ์มากนะครับ"

"เอ่อค่ะ"

"นี่นามบัตรของผม หากมีเรื่องอะไรให้ช่วยเหลือสามารถติดต่อผมได้นะครับ"

"ขอบคุณค่ะ!"

"นี่ครับ"

"ให้มินตราด้วยหรอคะ?"

"ครับคุณมินตามีอะไรสามารถติดต่อผมเบอร์นี้ได้ตลอดครับ"

"เออค่ะ"

"แล้วเจอกันครับ"

"แล้วเจอกันค่ะ"

ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลา ใบหน้าลูกครึ่งดวงตาสีฟ้า สูงถึง 190 ผิวพรรณที่ขาวใสจนผู้หญิงบางคนยังต้องอิจฉา รูปร่างที่สูงใหญ่ซ่อนความแข็งแกร่งของชายหนุ่มเอาไว้ด้านใน ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นของเขาจึงเป็นที่ใฝ่ฝันของหญิงสาวทุกคน

"มินตราฉันขอโทษนะ ทั้งๆที่เธอช่วยเขาคนแรกแท้ๆ แต่เขากลับขอบคุณฉันก่อนเธอ"

"ไม่เป็นอะไรหรอกพิมพ์ เธอก็ช่วยเขาเหมือนกัน เราไปทานข้าวกันเถอะ"

อืม!

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...