อย่าหนีนะ! ตัวร้ายที่รัก (จบแล้ว)
ข้อมูลเบื้องต้น
เพราะเกิดมาพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เหมือนคนอื่นจึงโดนผู้เป็นพ่อทิ้งไปตั้งแต่เด็ก ส่วนแม่ก็ไม่ต่างกันทิ้งไปมีครอบครัวใหม่
ตลอดเวลาเขาดูแลเลี้ยงดูตัวเองมาตลอด เก็บเงินอยากจะซื้อบ้านสักหลังมีชีวิตในบั้นปลายแล้วอยู่อย่างมีความสุข ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะมีครอบครัวเล็กๆของตัวเองแต่เหมือนสวรรค์จะยังกลั่นแกล้งเขาไม่พอ
อาการป่วยมีบ่อยขึ้น ไปหาหมอถึงรู้ว่าเป็นโรคร้ายอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่เดือน เงินเก็บที่ตั้งใจจะซื้อบ้านก็ต้องถูกมาใช้รักษาตัว แต่เหมือนทุกอย่างมันยังแย่ไม่พอ
ที่แย่กว่าก็คือไม่ว่าจะรักษาแค่ไหนก็ไม่สามารถหายจากโรคนี้ได้ ทางเดียวก็คือทำใจใช้ชีวิตที่เหลือที่นอนอยู่บนเตียงให้ได้นานที่สุด
สิ่งเดียวที่ทำให้เตชินอยากลืมตาขึ้นมาในวันใหม่อีกครั้งคือการอ่านนิยายให้จบก่อนที่ตัวเองจะตาย แต่เหมือนสิ่งนี้เขาจะสมปรารถนาเป็นอย่างเดียวในชีวิต ใช่เมื่ออ่านจบเขาก็ตาย
สิ่งที่เขาอิจฉาที่สุดก็คือทำไมตัวร้ายในนิยายถึงมองไม่เห็นความรักที่ครอบครัวมีให้ ถ้าหากเขามองเห็นสักนิดชีวิตเขาคงมีความสุขไม่ต้องตายเพราะความรักจอมปลอมของนางเอก
เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้งจู่ๆก็ดันมาเกิดใหม่กลายเป็นตัวร้ายในนิยายซะงั้น ?
ความรักของครอบครัวที่ไม่เคยได้รับมาก่อนในชาติที่แล้ว ชาตินี้เขาจะขอรับมันไว้เอง
นางเอกแล้วไง? อย่าได้หวังจะหลอกใช้เขาได้อีก รักพระเอกมากนักใช่ไหม! เชิญไปอยู่กันตามสบาย ขอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัวไม่ขอยุ่งเกี่ยวพระเอกและนางเอกอีกต่อไป
โชคชะตาของพระเอกที่เป็นลูกรักของพระเจ้าในนิยายจะขอไขว่คว้าเอามาให้หมด
เกิดใหม่ครั้งนี้จะขอเป็นตัวร้ายที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัวแล้วกัน
เป็นนิยายเรื่องใหม่อีกเรื่องฝากติดตามด้วยนะคะ
ไม่มีใครต้องการ
"กูทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย! บอกแล้วใช่ไหมว่าให้เอาออกตั้งแต่แรก! ไม่รู้ว่าจะให้มันเกิดขึ้นมาทำไม! ภาระชิบหาย!"
"มึงคิดว่ากูอยากจะให้มันเกิดขึ้นมาหรือไง! เพราะมันเอาไม่ออกต่างหากถึงต้องเลี้ยงดูมันอยู่ทุกวันนี้! มึงคิดว่ากูต้องการให้มันเป็นแบบนี้หรอ!"
ตบ เพี้ยะ!
อร้าย!
"นี่มึงตบกูหรอ!"
"เออ! แล้วมึงจะทำไม!"
"จะทำไมอย่างนั้นหรอ"
โพล๊ะ!
อ๊าก!
เสียงตบตีดังลั่นห้องที่เล็กเหมือนรูหนูคับแคบ เป็นเพียงบ้านเช่าที่เก่าและผุพังสภาพย่ำแย่ไม่ต่างอะไรจากรูหนู
เด็กน้อยวัย 10 ขวบยืนมองพ่อแม่ทะเลาะตบตีมันก็เรื่องเดิมๆ ไม่เรื่องเงินก็เรื่องของเขา ที่เกิดมาเป็นภาระให้พวกเขา เป็นตัวซวยในชีวิตที่ไม่อยากให้เกิดมา ก็แค่ส่วนเกินสำหรับพวกเขา
ร่างกายที่พิการขาที่เป๋เดินไม่ได้เหมือนคนปกติ แขนรีบนิ้วมือหงิกงอไม่สมประกอบ ปากเบี้ยวพูดไม่ได้ ถ้าเลือกเกิดได้ก็ไม่มีใครอยากจะเกิดมาเป็นแบบนี้หรอก แต่เมื่อเกิดมาแล้วจะให้เขาทำยังไง
บางครั้งเขาก็ถูกพ่อแม่ทุบตี ข้าวแทบไม่ได้กิน ที่อยู่รอดมาได้ทุกวันนี้เพราะผู้ใหญ่ใจดีข้างบ้านสงสารแอบให้ข้าวกินมาตลอด
ตลอดระยะเวลาที่จำความได้ความรักของครอบครัวเป็นแบบไหนไม่เคยรู้สึกเลย โรงเรียนก็ไม่เคยได้ไปเหมือนคนอื่น ความฝันที่ต้องการคืออยากให้พ่อแม่รักเขาบ้าง แต่มันคงเป็นได้แค่ความฝัน
"อ้าวเต? มาแอบอะไรอยู่มุมนี้"
เด็กน้อยเอาแต่ส่ายหัว หากเขายังคงอยู่ในบ้านก็จะต้องถูกทุบตีโดนลูกหลงเป็นที่ระบายอารมณ์ของพ่อและแม่เหมือนทุกครั้งไป จึงต้องรีบแอบหลบมาอยู่ตามซอกถังขยะแถวบ้าน
ฝ่ามือที่เหี่ยวย่นลูบหัวน้อยๆอย่างเบามือ ชีวิตที่อยู่มานานไม่เคยเจอใครที่น่าสงสารแบบเด็กคนนี้มาก่อน ชีวิตที่เกิดมาเลือกเกิดไม่ได้ เมื่อเกิดมาแล้วก็ไม่เหมือนคนอื่น พ่อแม่ที่ให้กำเนิดกลับเป็นคนที่ทำร้ายเขาตลอดเวลา
"ไม่ต้องไปกลัวนะไปบ้านยายเถอะ วันนี้ยายมีน้ำพริกกับปลาทูทอดที่หลานชอบด้วยไปกินกัน"
เดินตามหลังยายจันทร์ ยายข้างบ้านที่ถูกลูกหลานทิ้ง มีเงินคนแก่กินทุกเดือนและคือคนที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็กทั้งที่ไม่ใช่หลานแท้ๆแต่ก็กลับใจดีเลี้ยงดู
ฝ่ามือเล็กดึงชายเสื้อของยายจันทร์เบาๆดวงตาที่จ้องมองอย่างมุ่งมั่นมันบอกอะไรหลายๆอย่างในดวงตาคู่นี้
"มีอะไรมองยายอย่างนี้? รู้นะว่าคิดอะไร คนเราน่ะในเมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไป หลานเลือกเกิดไม่ได้ เลือกที่จะมีพ่อแม่แบบที่อยากมีไม่ได้ แต่หลานเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างที่หลานต้องการได้
ไม่ต้องมาตอบแทนบุญคุณอะไรยายหรอก ยายน่ะอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่ปีเดี๋ยวก็ตายจากกันไปแล้ว เมื่อโตขึ้นจงใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีในแบบที่ตัวเองอยากจะมีเถอะ
อย่าคิดถึงคนอื่น จงคิดถึงตัวเองเอาไว้ก่อน เพราะคนที่รักหลานมากที่สุดก็คือตัวของหลานเองจำเอาไว้"
กอด~
สวมกอดยายที่อายุมากกว่า 70 ปีเขาตั้งใจว่าจะเลี้ยงดูยายเมื่อเติบโตขึ้น เขาไม่ต้องการให้ยายจากไปในเร็ววันนี้ยายต้องอยู่กับเขานานๆ
มือเหี่ยวย่นลูบหลังเบาๆเด็กน้อยเพื่อต้องการปลอบ เธอรู้ว่าเธออยู่ได้ไม่นานเด็กคนนี้ต้องเข้มแข็งมากกว่านี้
ปลาทู 1 ตัวกับน้ำพริกแห้งๆนั่งกินกับข้าว 2 คนยายหลาน ที่ไม่ได้มีความผูกพันทางสายเลือดกันเลยสักนิดกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น
"มึงไปไหนมา!"
กระชากเด็กน้อยจนตัวลอย เหวี่ยงเข้าข้างฝา
ปัก!
เจ็บแต่ร้องไม่ได้เนื่องจากพูดไม่ได้ได้แต่นอนตัวงอมองผู้เป็นพ่อด้วยความหวาดกลัว
"เพราะมึงเกิดมาทำให้พวกกูลำบาก! แม่ง! ทำไมไม่ตายๆไปสักทีว่ะ!"
ผู้เป็นแม่ที่นั่งดูสามีตัวเองทำร้ายลูกชายด้วยดวงตาที่เฉยเมย ไม่มีความเป็นห่วงไม่มีความรักสักนิดในสายตา
ถูกทำร้ายจนร่างกายบอบช้ำไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างกายถูกผู้เป็นพ่อตบจนสลบแล้วทุกอย่างก็มืดดับลง
แสงสว่างที่ส่องเข้ามาจากรูบ้าน รูไม้และรูสังกะสีที่แทบจะกันอะไรไม่ได้เลยส่องกระทบเข้าที่ดวงตาของเด็กน้อย ค่อยๆลืมตาช้าๆอย่างยากลำบากเนื้อตัวที่เขียวช้ำจากการถูกทุบตีเต็มร่างกายไปหมด
หันมองรอบๆไม่เห็นผู้เป็นพ่อกับแม่ทุกอย่างเงียบสนิท พยุงตัวเองเข้าไปที่มุมห้องมีหมอนและผ้าห่มผืนบางๆเก่าๆ ก่อนจะห่มตัวเองนอนลงในมุมมืด
ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน รู้เพียงแค่ว่าตั้งแต่วันนั้นพ่อและแม่ก็ไม่เคยปรากฏตัวให้เขาเห็นอีกเลย
ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้
ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน รู้เพียงแค่ว่าตั้งแต่วันนั้นพ่อและแม่ก็ไม่เคยปรากฏตัวให้เขาเห็นอีกเลย
แล้วไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เขาเฝ้ารอให้พ่อและแม่กลับมา แต่เหมือนว่าความปรารถนาของเขามันจะไม่เป็นจริง คนที่ถูกทิ้งก็คือเขา คนที่พ่อแม่ไม่ต้องการก็คือเขา คนที่ไม่สมควรจะเกิดตั้งแต่แรกก็คือเขา
หลายปีผ่านไปเด็กชายเติบโตทำงานทุกอย่างที่จะสามารถทำได้ ไม่ได้รับการศึกษาเหมือนคนอื่นยิ่งมีร่างกายพิการก็ไม่ค่อยมีใครอยากจะจ้างทำงานเท่าไหร่แต่ก็มีคนใจดีที่เมตตาอยู่บ้านเช่นกัน
แม้ร่างกายจะพิการแต่สมองของเขากับฉลาดจดจำได้อย่างดีเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะทางด้านความจำและความคิด เตชินศึกษาเรื่องหุ้น จนชำนาญเริ่มเล่นหุ้น นำค่าแรงอันน้อยนิดเป็นทุน ไม่นานเขาก็ประสบความสำเร็จทางด้านนี้
ความฝันเล็กๆคืออยากจะมีบ้านของตัวเองสักหลังไว้ใช้ชีวิตในบั้นปลายของชีวิต ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะมีครอบครัวน้อยๆสักครอบครัว
"ยายครับดูสิตอนนี้เตประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วนะครับ อยากให้ยายอยู่ด้วยกันจัง"
ยายจันทร์ตายไปตั้งแต่เตชินอายุ 15 หลังจากนั้นเตชินก็อยู่อย่างโดดเดี่ยวมาตลอด พกรูปถ่ายของยายจันทร์เอาไว้ตลอด เพราะยายจันทร์คือครอบครัวคนเดียวของเขาที่มีในโลกใบนี้
เขายังจำได้ดีคำพูดสุดท้ายก่อนที่ยายจันทร์จะจากไป
"เตชินหลานไม่ต้องหาเงินมารักษายายแล้วยายแก่แล้วยังไงก็ต้องตาย หลานเก็บเงินเอาไว้เพื่อตัวเองเถอะ
หลานจำไว้นะคนเราน่ะมันเลือกเกิดไม่ได้ แม้ชีวิตของหลานจะตกต่ำแค่ไหน แต่ถ้าหัวใจของหลานยังเต้นอยู่ ก็ไม่มีใครสามารถทำลายหัวใจของหลานได้
หลานน่ะเก่งที่สุดเลยรู้ไหม อายุแค่นี้กลับฝ่าฟันปัญหาตั้งมากมาย หลานเก่งมากนะ ในวันข้างหน้าถ้าหากเจอปัญหาที่มันหนักหนาและมืดมนแค่ไหนให้หันกลับมามองข้างหลังว่าหนักกว่านี้หลานก็ผ่านมาแล้ว ยายจะเฝ้ามองดูหลานอยู่ใกล้ๆให้กำลังใจหลานเสมอ
หลานต้องมีชีวิตอยู่เพื่อยายต่อไป อยู่บนโลกใบนี้อย่างมีความสุขอย่างที่หลานต้องการ อยู่เพื่อตัวหลานเอง"
แม้อยากจะพูดมากมายหลายพันหลายล้านคำอยากจะบอกรัก บอกขอบคุณมากแค่ไหนก็ไม่สามารถพูดหรือส่งเสียงออกไปได้
ยังคงเป็นมือที่เหี่ยวย่นมือเดิมที่คอยลูบหัวน้อยๆด้วยความรักใคร่เสมอ
ตุบ!
!
ม่ายยยย!
ความเจ็บปวดที่ได้แต่ตะโกนอยู่ในใจไม่ว่าจะตะโกนหรือร้องดังแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยิน ความเสียใจความทุกข์ทรมานแม้แต่เสียงก็ไม่สามารถเปล่งออกมาได้ มันเจ็บจนหายใจแทบไม่ออก
กว่าจะผ่านความทุกข์ครั้งนั้นมาได้ก็เกือบตาย เด็กน้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่แม้ร่างกายจะพิการแต่ก็ยังคงสู้เพื่อมีชีวิตเพื่อตัวเอง
"ในที่สุดก็เก็บเงินได้สักที อยากมีบ้านหลังน้อยๆสักหลังเป็นของตัวเอง ยายครับเอาไว้เราไปอยู่ด้วยกันนะครับ"
ความมานะและความเพียรพยายามในที่สุดก็สำเร็จ แต่ใครที่บอกว่าฟ้าหลังฝนมันย่อมสดใสเสมอมันกลับไม่ใช่สำหรับชีวิตของเตชิน
ตึ้ง!
จู่ๆ ก็ล้มทั้งยืน
วี้………..
นี่คือเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนที่สติจะดับลง
"หมอเสียใจด้วยนะครับ คุณเป็นมะเร็งนะครับ"
วี้……..
คำพูดของหมอยังคงดังก้องอยู่ในหู มันควรจะดีกว่านี้แท้ๆ แต่ทำไมสวรรค์ยังกลั่นแกล้งเขาไม่มากพอหรอ? หรือชีวิตของเขาไม่สมควรจะมีความสุขเหมือนคนอื่นได้
หลังจากนั้นเงินเก็บทั้งหมดความฝันที่จะซื้อบ้านหลังหนึ่งใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุขสลายหายไปในพริบตา เมื่อต้องเผชิญกับการรักษาที่หวังว่าจะหายทุ่มเทเงินทั้งหมดลงไป แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความว่างเปล่า
"มะเร็งลุกลามไปไวมากครับ หมอเสียใจด้วยนะครับ คุณจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น"
วี้…….
ความพยายามที่เขาทำมาตลอดมันเพื่ออะไร?
หลังจากวันนั้นก็ได้แต่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างมองดูนกตัวน้อยๆที่โผบินอย่างอิสระมีชีวิตที่น่าอิจฉาไม่เหมือนเขา
"ทานยาก่อนนะคะ"
เงียบ…..
"คนไข้ลองอ่านนิยายเรื่องนี้ไหมคะ กำลังดังมากรับรองว่าต้องชอบมากแน่ๆค่ะ เรื่องนี้ฉันซื้อมาหลายเล่มอ่านจบแล้ว คนไข้ลองเอาไปอ่านดูนะคะ"
มองดูหนังสือนิยายที่พยาบาลสาวถือมาให้อ่านแก้เหงา
"มันก็ไม่ได้แย่ ดีกว่าไม่มีอะไรทำ"
เกิดใหม่
มองดูหนังสือนิยายที่พยาบาลสาวถือมาให้อ่านแก้เหงา กองรวมกันมี 3 เล่มปกนิยายน่าอ่าน
"มันก็ไม่ได้แย่ ดีกว่าไม่มีอะไรทำ"
หยิบหนังสือขึ้นมาเริ่มอ่านทีละหน้าโดยไม่ได้คิดอะไรมากอ่านแก้เบื่อ ตลอดระยะเวลาที่ดิ้นรนด้วยตัวเองทำให้เขาสามารถอ่านออกเขียนได้
แต่เมื่อได้เริ่มอ่านก็ลืมวันเวลาที่อยู่ในโลกนี้ไป ความทุกข์และความสุขเศร้าจากโรคร้ายเขาลืมมันไปหมด เตชินเริ่มสนุกกับนิยาย
แต่ความจริงก็ยังคอยตอกย้ำว่า เขาจะอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกไม่นาน
แค่ก…แค่ก….
"ทานยาก่อนนะคะ "
อึก….อึก…
"สนุกใช่ไหมคะนิยายเรื่องนี้"
(สนุกมากครับ)
ได้แต่พยักหน้าตอบรับไป
"ถึงนิยายจะสนุกมากแค่ไหนก็อย่าลืมพักผ่อนเยอะๆนะคะ ขอตัวก่อนค่ะ ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายนะคะ"
มองดูสภาพตัวเองในกระจกรู้แล้วว่าชีวิตเหลืออยู่ไม่มากแล้ว อย่างน้อยสิ่งที่ปรารถนาก่อนตายในชีวิตสักครั้งคืออยากอ่านนิยายเรื่องนี้จบ
(ในที่สุดก็อ่านจบสักที ขอบคุณนะครับที่ฟังคำขอความปรารถนาของผม)
ตุบ!
ลมหายใจสุดท้ายของเตชินหมดลงแล้ว
สติของเขาดับวูบทันที ไม่ได้รู้สึกหรือเห็นอะไรหลังจากนี้ต่อไป
ใครบอกว่าตายแล้วดวงวิญญาณจะหลุดจากร่างถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง ทำไมตอนนี้เขาถึงไม่เห็นร่างตัวเองแบบในละครล่ะ? ทุกอย่างกลับดำมืดไปหมด ไม่เห็นโลกภายนอกเหมือนตอนนี้เขาล่องลอยอยู่ในอากาศในความมืดมิด
"อยากพบยายจังเลย เราจะได้ไปอยู่กับยายไหมนะ"
"โชคชะตาของหลานช่างอาภัพนัก ยายขอให้หลานมีความสุขในโชคชะตาครั้งใหม่นะหลานรัก"
วูบ
"โอ๊ย! ทำไมปวดหัวแบบนี้ ปวดมากเลย!"
!
"ทำไมถึงมีเสียงออกมา? นี่เสียงของเราหรอ! เป็นไปได้ยังไง? หรือเรากำลังฝันอยู่ ไม่ใช่ว่าเราตายแล้วหรอเนี่ย?"
"คุณได้ยินฉันไหมค่ะ"
ดวงตาที่พร่ามัวค่อยๆลืมตาขึ้นมองเห็นหญิงสาวที่มีใบหน้างดงามอยู่ตรงหน้า
"นางฟ้าหรอ"
อึ้ง!
"ปะ..ป่าว..ไม่ใช่…คุณฟื้นสักที"
"เสียงน่ารักจังเลย"
เขิน~
"คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?"
"ผมเป็นอะไรหรอ?"
หันมองซ้ายขวาไม่ใช่ว่าตอนนี้เขาต้องนอนอยู่ที่โรงพยาบาลหรอเขาตายแล้วนี่ทำไมเขาถึงมานอนอยู่บนพื้นแบบนี้?
"คุณน่ะจู่ๆก็เป็นลมล้มหมดสติลงไป ฉันเรียกเท่าไหร่คุณก็ไม่ฟื้น เหมือนกับว่าคุณหยุดหายใจไปแล้ว แล้วจู่ๆก็ฟื้นขึ้นมา ฉันตกใจหมดเลยค่ะ!"
"คุณเป็นคนช่วยผมหรอครับ?"
"ใช่ค่ะ!"
มองดูหญิงสาวทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้า ตอนแรกที่ลืมตาฟื้นขึ้นมาไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้ แต่เป็นผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆที่มีใบหน้างดงามเรียบร้อยอ่อนหวานคนนั้นต่างหากที่เขาคุยด้วยตอนแรก จู่ๆผู้หญิงคนนี้ก็พูดขึ้นมาว่าเป็นคนช่วยเขา
แต่ที่ยังมึนอยู่คือเขาตายแล้ว แล้วทำไมถึงมานอนอยู่ตรงนี้? ไม่ใช่ว่ากำลังฝันอยู่นะ
"โอ๊ยเจ็บ!"
ลองหยิกตัวเองดูก็เจ็บแสดงว่าไม่ได้ฝันไป
อึ๊ก!
"โอ๊ย! ปวดหัว"
ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองของเขาตอนนี้ แทบจะระเบิด
"นี่มันเรื่องจริงหรอเนี่ย?"
"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?"
"เปล่าครับ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยผม"
"ไม่เป็นอะไรค่ะฉันยินดี ฉันชื่อพิมพ์ค่ะยินดีที่ได้รู้จัก"
"เตชินครับ"
มือสาวที่ยื่นออกมาตั้งใจจะทำความรู้จักกับเตชิน แต่เขาแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นแล้วก้มหัวขอบคุณเธอแทน ทำให้หญิงสาวน่าเสียจนต้องชักมือกลับได้แต่ส่งรอยยิ้มแก้เก้อให้แทน
"แล้วคุณล่ะครับ?"
"ฉะ..ฉันหรอค่ะ?"
"ครับ ผมเตชินนะครับยินดีที่ได้รู้จัก"
หมับ!
คว้ามือสาวเพื่อจับมือทักทายกะทันหัน หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวก็เขินอายจนใบหน้าแดงกล่ำไปหมด
"ชื่อมินตราค่ะ"
"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณมินตรา"
"เอ่อ…คุณเตชินคะ ไปหาหมอไหมคะเดี๋ยวพิมพ์ไปเป็นเพื่อนค่ะ"
"ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่ค่อยได้นอนพักช่วงนี้จึงรู้สึกเวียนหัวและเป็นลมง่าย ขอบคุณคุณพิมพ์มากนะครับ"
"เอ่อค่ะ"
"นี่นามบัตรของผม หากมีเรื่องอะไรให้ช่วยเหลือสามารถติดต่อผมได้นะครับ"
"ขอบคุณค่ะ!"
"นี่ครับ"
"ให้มินตราด้วยหรอคะ?"
"ครับคุณมินตามีอะไรสามารถติดต่อผมเบอร์นี้ได้ตลอดครับ"
"เออค่ะ"
"แล้วเจอกันครับ"
"แล้วเจอกันค่ะ"
ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลา ใบหน้าลูกครึ่งดวงตาสีฟ้า สูงถึง 190 ผิวพรรณที่ขาวใสจนผู้หญิงบางคนยังต้องอิจฉา รูปร่างที่สูงใหญ่ซ่อนความแข็งแกร่งของชายหนุ่มเอาไว้ด้านใน ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นของเขาจึงเป็นที่ใฝ่ฝันของหญิงสาวทุกคน
"มินตราฉันขอโทษนะ ทั้งๆที่เธอช่วยเขาคนแรกแท้ๆ แต่เขากลับขอบคุณฉันก่อนเธอ"
"ไม่เป็นอะไรหรอกพิมพ์ เธอก็ช่วยเขาเหมือนกัน เราไปทานข้าวกันเถอะ"
อืม!