โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ท็อปเบสท์ ปลุกตลาด “บัส-บรรทุก” คว้าสิทธิ “ผลิต-ขาย” เอ็มเอเอ็น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ส.ค. 2566 เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2566 เวลา 05.13 น.
ปวริศร์ เตชะอิทธิพร

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ถือเป็นกลุ่มทุนไทยที่สร้างโอกาสและปลุกตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ทั้งรถบรรทุก รถหัวลาก และรถบัสโดยสารให้มีความคึกคัก เมื่อกลุ่มบริษัท ท็อปเบสท์ (TOPBEST) ผู้ที่มีประสบการณ์และคร่ำหวอดอยู่ในอุตสาหกรรมผลิตตัวถังรถเพื่อการพาณิชย์ เพิ่งประกาศความสำเร็จหลังจากคว้าดีลใหญ่ กับค่ายรถเพื่อการพาณิชย์สัญชาติเยอรมัน อย่าง MAN (เอ็มเอเอ็น)

โดยกลุ่มท็อปเบสท์ (บริษัท ท็อปเบสท์ จำกัด) ได้รับสิทธิให้เป็นผู้ผลิต-จัดจำหน่ายรถยนต์ MAN ในประเทศไทย นั่นยังหมายความว่ายังเป็นฐานการผลิตรถพวงมาลัยขวาเพื่อส่งออกไปทั่วโลก และถือเป็นการเปลี่ยนมือครั้งสำคัญอีกครั้งของแบรนด์ MAN ในประเทศไทย

หลังจาก“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้ร่วมพูดคุยถึงเบื้องหน้า เบื้องลึกของดีลดังกล่าว และสเต็ปก้าวต่อไป จาก “สมาน เตชะอิทธิพร” ประธาน บริษัท ท็อปเบสท์ จำกัด และ “ปวริศร์ เตชะอิทธิพร” รองประธาน จะเป็นอย่างไรไปติดตามกัน

มองหาโอกาสต่อเนื่อง

กลุ่มท็อปเบสท์ คลุกคลีในแวดวงธุรกิจนี้มากว่า 30 ปี ได้สะสมประสบการณ์ความเชี่ยวชาญมาพอสมควร ทั้งในแง่ของผู้ผลิตชิ้นส่วน-อะไหล่ ผู้ประกอบตัวถัง ตัวแทนจัดจำหน่าย (ดีลเลอร์) ฯลฯ ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง และเข้ามือ จนเรียกได้ว่า “ครบเครื่อง” วันนี้เรามองว่าในส่วนของตลาดรถเพื่อการพาณิชย์บ้านเรานั้น เรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยต่าง ๆ ยังต้องเดินหน้าพัฒนาต่อเนื่อง

แต่การจะผลิตรถให้ได้มาตรฐานนั้น ปัญหาหลักคือ“ต้นทุน” โดยเฉพาะการใช้รถยุโรปดี ๆ สักหนึ่งคันนั้น จำเป็นจะต้องใช้ต้นทุนที่สูงขึ้น “ท็อปเบสท์” ได้ตัดสินใจเดินหน้าเจรจากับ “MAN” จึงเกิดเป็นดีลนี้ขึ้นมา กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเป้าประสงค์หลักที่ต้องการให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี โนว์ฮาวการผลิตและประกอบรถบัส-บรรทุกให้กับประเทศไทย เราใช้เวลากับดีลครั้งนี้เกือบ ๆ 3 ปี เรียกว่าเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงโควิด และปิดดีลได้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่

จะเห็นได้ว่า MAN เป็นผู้ผลิตสัญชาติเยอรมัน ที่ชื่อชั้นมาตรฐานเยอรมันนั้นทุกคนเชื่อถือ ทั้งยังอยู่ในกลุ่มโฟล์คสวาเก้น ที่จะเห็นว่ามีแบรนด์ชั้นนำทั้ง ออดี้, ลัมโบร์กินี, สแกนเนีย ดังนั้นการได้ MAN มาครั้งนี้จะช่วยเพิ่มโอกาส และสร้างพื้นฐานให้กับอุตสาหกรรมรถเพื่อการพาณิชย์ เพราะที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นเพียงแค่ฐานผลิตให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุน เป็นการรับจ้างประกอบ

แต่การที่กลุ่มท็อปเบสท์ได้สิทธิครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการออกแบบ การผลิต การประกอบและการจัดจำหน่าย ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย และมีการประเมินว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานเบื้องต้นอย่างน้อย ๆ 700 คน ในเฟสแรก

ทุ่มลงทุน 3 พันล้าน

สำหรับโครงการนี้ บริษัทได้ลงทุนเฟสแรก มูลค่า 3,000 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างโรงงานผลิตและประกอบรถเพื่อการพาณิชย์ แบบมิกซ์ไลน์สามารถประกอบได้ทั้ง รถบัส และรถบรรทุก MAN บนพื้นที่ 80,000-90,000 ตารางเมตร จากพื้นที่ขนาด 100 ไร่ ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีทั้งโรงชุบกันสนิม (EDP) ที่สามารถชุบรถทั้งคันลงไปในบ่อสี ที่มีมากถึง 18 บ่อ, โรงพ่นสี โดยใช้เทคโนโลยี เครื่องจักร เครื่องมือ หุ่นยนต์อัตโนมัติและระบบการควบคุมการผลิตที่ทันสมัย

ด้วยกำลังผลิตเบื้องต้น 7,000-8,000 คันต่อปี สำหรับการผลิตใน 1 กะ ในจำนวนนี้แบ่งเป็น รถบัส 2,000 คันต่อปี โดยการลงทุนทั้งหมดเป็นของ กลุ่มท็อปเบสท์ 100% ส่วน MAN จะซัพพอร์ตในเรื่องของโนว์ฮาว เทคโนโลยี กระบวนการผลิต ฯลฯ โรงงานแห่งนี้ยังได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ และอยู่ในเขตฟรีเทรดโซน ทำให้ได้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีต่าง ๆ ด้วย

ทำให้ “ท็อปเบสท์” มั่นใจว่า รถ MAN ที่ผลิตจะสามารถแข่งขันกับรถจากจีนได้ เนื่องจากโรงงานแห่งนี้จะมีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศไม่น้อยกว่า 40% ซึ่งวันนี้เราทำได้ถึง 50% และอนาคตจะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจะแข่งขันได้เหนือกว่า โดยเฉพาะ “มาตรฐาน” และ “ราคา” ที่ใกล้เคียง

เบื้องต้นก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2566 และจะเริ่มดำเนินการผลิต-ประกอบได้ในต้นปี 2567 โดยจะเริ่มจากรถบัส พวงมาลัยขวา ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับประเทศไทยและประเทศพวงมาลัยขวา ทั้งออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ประเทศในกลุ่มอาเซียน

เร่งสร้างเชื่อมั่น

ธุรกิจการขายรถยนต์ ส่วนสำคัญคือ “การสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า” ดังนั้น งานบริการหลังการขายจึงเป็นเรื่องที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างมาก ปัจจุบัน MAN มีตัวแทนจำหน่ายในไทย 1 ราย คือ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วนอีกแห่งที่ อ.คลองหลวง ปทุมธานี เป็นของ ท็อปเบสท์

และนโยบายจากนี้ บริษัทจะลงทุนเพื่อขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายเองอีก 10 แห่ง โดยเฉลี่ยลงทุนสาขาละไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท หรือประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อกำหนดพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการดูแลให้บริการลูกค้า MAN อย่างทั่วถึง และล่าสุดได้เปิดตัวรถหัวลาก (นำเข้า) 3 รุ่น ที่ได้มาตรฐานยูโร 5 อย่าง TGS ขนาด 360 แรงม้า แบบขับเคลื่อนเพลาเดียว (6X2), รถบรรทุกหัวลากสิบล้อขับเคลื่อน 2 เพลา (6X4) รุ่น TGS 400 แรงม้า และ รุ่น TGX 480 แรงม้า

ทั้งนี้ บริษัทให้การรับประกันคุณภาพของตัวรถ 5 ปี และแพ็กเกจบำรุงรักษา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์และผลิตภัณฑ์ ก่อนที่ต้นปี 2567 เตรียมพบกับรถบัส MAN คันแรกที่ออกแบบโดย MAN เยอรมัน แต่จะผลิตจากโรงงานท็อปเบสท์ ประเทศไทย อย่างแน่นอน

เราจะใช้ “เซอร์วิส” นำหน้า เพราะนี้คือส่วนสำคัญที่สุดของตลาดรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ การที่เราลงทุนด้านบริการหลังการขาย เท่ากับเป็นการซื้ออนาคต ดังนั้นจำนวนประชากร MAN กว่า 1,000 คัน ในประเทศไทย ท็อปเบสท์พร้อมดูแล

กวาดแชร์ 30% ตลาดบรรทุก

เบื้องต้น ท็อปเบสท์ ตั้งเป้ายอดขายรถบรรทุก MAN ไว้ภายใน 1 ปีจากนี้ อยู่ที่ 200 คัน หรือ 30% ของตลาดรวมรถบรรทุกแบรนด์ยุโรปที่มียอดขายรวมอยู่ที่ราว 500 คันต่อปี

สุดท้าย “ปวริศร์” ผู้บริหารเจนสอง ยังได้แย้มถึงแผนในสเต็ปต่อไปว่า กลุ่มท็อปเบสท์ พร้อมที่เทเงินลงทุนอีกขั้น กับการผุดศูนย์ทดสอบรถเพื่อการพาณิชย์ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตรถบัส-บรรทุก-หัวลาก แบรนด์ MAN ที่ครบวงจรด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...