กรมธรณี เผย ดินยุบตัวที่น่าน-ตาก เหตุตัดถนนเข้าไหล่เขา ดินไหลข้างทาง ไม่ใช่แผ่นดินถล่ม
กรมธรณี เผยเหตุดินยุบตัวที่น่าน-ตากเหตุตัดถนนเข้าไหล่เขา ดินไหลข้างทาง ไม่ใช่แผ่นดินถล่มรุนแรง
วันที่ 8 สิงหาคม 2566 นายสมศักดิ์ วัฒนปฤดา ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยกับ “มติชน” ว่า กรณีพิบัติภัยที่เห็นภาพถนนที่ผ่านหุบเขา ยุบตัวเป็นแนวยาว ในพื้นที่ จ.ตาก และ จ.น่าน หลังจากเกิดฝนตกหนักลงมา สำหรับในเรื่องแผ่นดินถล่ม ทางกรมทรัพยากรธรณี จะดูจากปัจจัยจากธรรมชาติมาก่อน ดูธรณีเป็นอย่างไรบ้าง ดูความลาดชัน การรับน้ำฝนเป็นอย่างไร รวมไปถึงชั้นดินชั้นหิน ซึ่งก็ต้องดูด้วยว่า มีต้นไม้ มีป่าปกคลุมพื้นที่หรือไม่ ถือว่าเป็นปัจจัยเบื้องต้นที่เราดู และวิเคราะห์เกี่ยวกับแผ่นดินถล่มในประเทศไทย
“ต้องทำความเข้าใจ ว่า พอเราทำถนนตัดเข้าในเขตภูเขา และไหล่เขา ที่มีความชันมากๆ พอเราตัดทำถนน และไหล่ทาง ก็ทำให้มีความชันเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม พืชพันธุ์ ดิน หรือหินที่เคยมีอยู่ คลุมอยู่จึงถูกรบกวน ขณะเดียวกันฝน และน้ำ ก็มีทางไหลธรรมชาติอยู่แล้ว พอเราทำถนนดิน และหินบริเวณนั้น อาจจะเกิดแตก หรือไม่แน่นเหมือนเดิม ฉะนั้นทางน้ำที่มีอยู่เหมือนเดิม ก็ยังไหลเหมือนเดิม จึงไหลเซาะผ่านไหล่เขา ไหลใต้ผิวถนนที่ตัดผ่าน จึงทำให้เกิดการทรุด หรือยุบตัวของแผ่นดินบริเวณถนน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่มาจากปัจจัยของคนทำ เมื่อไรที่เราไปรบกวนธรรมชาติ ทำถนน เปลี่ยนสโลปข้างทาง ดิน หิน พืช ต้นไม้หายไป ก็ถือว่าเป็นความชัดเจนที่เกิดขึ้น” นายสมศักดิ์ กล่าว
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กรณีแผ่นดินถนนที่เกิดยุบตัวลง ทั้งใน อ.บ่อเกลือ , อ.บ่อเกลือใต้ จ.น่าน และ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ถือว่าเป็นกรณีเดียวกันที่เกิดขึ้นจากปัจจัยข้างต้น โดยที่ใน จ.น่าน ถือว่าเกิดขึ้นหนัก เพราะเป็นเส้นทางที่ตัดผ่านหุบเขา และไหล่เขา อย่างไรก็ตาม หลังเกิดภัยขึ้น ทางกรมทรัพยากรธรณี ก็จะมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพิบัติภัย และศึกษากรณีที่เกิดขึ้น ทั้งด้านภูมิศาสตร์ และด้านธรณีวิทยา เกี่ยวข้องกันแค่ไหน แต่ในเรื่องการซ่อม การวางแผน หรือเรื่องวิศวกรรม เป็นเรื่องที่ทางกรมทางหลวงจะรู้ดีกว่า
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา พื้นที่ จ.น่าน มักเกิดภัยลักษณะนี้เป็นประจำเกือบทุกปี โดยหน่วยงานกรมทางหลวง ก็มีการป้องกัน ทั้งทำทางเบี่ยงบ้าง พ่นปูน หรือใส่ตาข่ายในจุดที่ดินจะสไลด์ หรือปลูกหญ้าแฝก ก็ช่วยป้องกันได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะนี้ ถือว่าเกิดฝนตกหนักในบางแห่ง ทั้งใน จ.กาญจนบุรี , ตาก , แม่ฮ่องสอน และ น่าน โดยในห่วง 7 – 10 วันก่อนหน้า ฝนตกหนักต่อเนื่อง ลงมากว่า 100 มิลลิเมตรในรอบ 24 ชั่วโมง พอเจอฝนตกหนักซ้ำลงมาอีกในช่วงระยะนี้ ดินก็อุ้มน้ำเต็มที่ ความดันน้ำก็สูง ดินที่อุ้มน้ำก็หนัก จึงทำให้ดินไหล และยุบตัวลง
ขณะนี้ ทางกรมทรัพยากรธรณีวิทยา กำชับ และแจ้งเตือนภาคตะวันตก เกือบทั้งหมด กาญจนบุรี , ตาก , แม่ฮ่องสอน , เชียงใหม่ , เชียงราย , น่าน รวมถึงจังหวัดทางภาคตะวันออก มีบางส่วนที่แจ้งเตือนไป เพราะพบฝนตกสะสมอยู่มาก เช่น ตราด จันทบุรี ต้องระมัดระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม สำหรับภาพรวมในปีนี้ สถานการณ์ไม่น่าห่วง เพราะตามที่คาดการณ์ไว้ เราเจอปรากฏการณ์เอลณีโญ พายุจะไม่ค่อยเข้าหลายๆ ลูกติดกัน แต่ก็จะอาจจะเจอฝนตกหนักๆ เฉพาะบางพื้นที่ แบบที่เป็นอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดดินถล่มขนาดเล็ก หรือดินไหล่ขึ้นได้แบบที่เกิดขึ้นขณะนี้ใน จ.ตาก และ จ.น่าน ที่ทางทรัพยากรธรณี เรียกปรากฏการณ์นี้ ว่า ดินไหลข้างทาง ยังไม่ถือว่าเป็นแผ่นดินถล่มขนาดใหญ่ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นกระทบเส้นทางถนน แต่หากมีบ้านเรือนตั้งอยู่ใกล้ หรืออยู่ด้านล่าง ก็ถือว่าเสี่ยงอันตราย น่าห่วง ก็ขอให้ทุกพื้นที่เฝ้าระวังภัย ดูพื้นที่ตนเองให้ดี