รู้หรือไม่! ทุกวันนี้ “กระทงไทย” มีถึง 10 แบบ
ประเพณีลอยกระทง คืออีกหนึ่งประเพณีโบราณที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และยาวนานหลายร้อยปี โดยมีวิวัฒนาการที่น่าสนใจหลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างกระทงรูปแบบใหม่ ๆ, วัสดุการทำกระทง, ความคิดในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด ฯลฯ
มาจนถึงปีล่าสุด ที่มีคนหัวใส ไม่ใช่แค่หารายได้จากการทำกระทง แต่เป็นการหารายได้จาก ‘คนทำกระทง’ ด้วยการล่อซื้อ และยัดข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ให้กับเด็กอายุ 15 ปีอีกต่อหนึ่ง!
วันนี้จะพาทุกคนย้อนอดีต กระทงประเภทต่าง ๆ ตั้งแต่ชนิดแรกในสมัยสุโขทัย ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบตามยุคสมัย ทั้งแบบเก่า แบบใหม่ แบบไหนน่าชื่นชม แบบไหนมีข้อควรระวัง และแบบไหนจะดีกับสิ่งแวดล้อม และเป็นการขอขมาพระแม่คงคาได้ดีที่สุดมาฝาก
- *กระทงดอกบัว *
เป็นกระทงประเภทแรกตามความเชื่อโบราณตั้งแต่ยุคสุโขทัย เกิดจาก “นางนพมาศ” หรือ “ท้าวศรีจุฬาลักษณ์” เป็นคนนำกลีบดอกบัวมาพับเป็นกระทงและใช้ลอยลงน้ำ แทนประเพณีลอยโคมในสมัยนั้น และดำเนินต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ แต่ภายหลังเนื่องจากดอกบัวหายากและมีน้อย จึงเริ่มหันมาใช้กระทงที่ทำมาจากหยวกกล้วย และใบตองแทน
- กระทงหยวกกล้วย หรือกระทงใบตอง
เป็นกระทงที่นิยมมากที่สุดมาหลายยุคหลายสมัยนับจากยุคกระทงดอกบัว เพราะเป็นวัสดุที่หาได้ง่าย หยวกกล้วยมีความแข็งแรงลอยน้ำได้นาน ส่วนใบตองก็มีจำนวนมาก ขนาดใหญ่ สามารถพับ ตัด และดัดแปลงเป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้ตามจินตนาการ และนับว่าเป็นกระทงที่ทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เพราะเก็บได้ง่าย และใช้เวลาย่อยสลายประมาณ 14 วัน
- *กระทงหัวปลี *
หัวปลี คือดอกของต้นกล้วย ที่มีลักษณะเป็นกลีบซ่อนอยู่ด้านในคล้ายดอกบัว ที่สามารถนำมาพับซ้อนเป็นชั้นให้สวยงามคล้ายกับกระทงดอกบัวได้ แต่เนื่องจากขนาดที่ใหญ่ และความแข็งที่มากกว่า ทำให้นำมาพับได้ยาก และจำนวนต่อต้นกล้วย 1 ต้นก็มีไม่มาก ทำให้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก
- กระทงสาย
เป็นประเพณีลอยกระทงประจำจังหวัดตาก ทำจากกะลามะพร้าวที่นำมาขัดจนสะอาด หลอมเทียนพรรษา ติดชนวนใส่ลงไปในกะลา จุดไฟแล้วปล่อยให้ไหลต่อกันเป็นสายลงในแม่น้ำปิง ที่มีสันทรายรอรับอยู่ด้านล่าง ต่อมามีคนนำมาประยุกต์ใช้ในจังหวัดอื่น ๆ มากขึ้น แต่ไม่เป็นที่นิยมมากนัก เพราะมีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยาก และไม่โดดเด่น ถ้าไหลและลอยอยู่ร่วมกับกระทงอื่น ๆ
- *กระทงโฟม *
เป็นกระทงที่ได้รับความนิยมอยู่ช่วงหนึ่ง เพราะหาได้ง่าย ราคาไม่แพง น้ำหนักเบา ทนทาน แกะสลักเป็นรูปอะไรก็ได้ แต่เนื่องจากเป็นวัสดุที่ย่อยสลายยาก (อย่างน้อยต้องใช้เวลา 50 ปี) ทำให้เริ่มมีการรณรงค์งดใช้กระทงที่ทำจากโฟม และลดความนิยมลงในเวลาต่อมา
- กระทงขนมปัง
หนึ่งในกระทงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงหลัง ถูกคิดค้นขึ้นมาจากแนวคิดอยากช่วยลดมลพิษที่เกิดจากการลอยกระทง เพราะตกแต่งได้ง่าย ใช้เวลาย่อยสลายไม่นาน (ใช้เวลาประมาณ 3 วัน) และสามารถเป็นอาหารให้ปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำได้ด้วย แต่ก็มีข้อควรระวังอยู่ที่ ถ้ามีกระทงขนมปังจำนวนมาก เมื่อจุลินทรีย์ทำการย่อยสลายขนมปังมากเกินไป จะเพิ่มปัจจัยทำให้เกิดน้ำเสียได้มากขึ้น โดยเฉพาะในแหล่งน้ำแบบปิด
- *กระทงโคนไอศกรีม *
กระทงผสมผสานระหว่างความคิดสร้างสรรค์ ความประณีต และรูปทรงสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว เริ่มเป็นที่นิยมในช่วงหลัง ด้วยการนำโคนไอศกรีมขนมปังกรอบแบบกรวยมาต่อ และวางซ้อนกันเป็นรูปทรงตามแต่จินตนาการของแต่ละคน มีแนวคิดรักษาสิ่งแวดล้อมคล้าย ๆ กระทงขนมปัง แต่วิธีการทำซับซ้อนมากกว่า ราคาแพงกว่า ทำให้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก
- กระทงแป้งมันสำปะหลัง
แป้งมันสำปะหลัง คืออีกหนึ่งวัตถุดิบที่ขยายขอบเขตการประดิษฐ์กระทงออกไปได้ไม่มีขีดจำกัด วิธีการคือนำแป้งมันสำปะหลังผสมน้ำ ผสมสี ตามต้องการ ปั้นเป็นก้อนและแกะสลักรูปทรงได้ตามใจชอบ และยังเป็นกระทงที่ใช้เวลาย่อยสลายเร็วที่สุด (ประมาณ 1 ชั่วโมง) แต่ก็ทำปฏิกริยากับจุลินทรีย์เพิ่มปัจจัยทำให้น้ำเน่าเสีย ถ้ามีจำนวนมากเกินไป คล้ายกับกระทงขนมปังและกระทงโคนไอศกรีม
- กระทงล่อซื้อจับลิขสิทธิ์
กระทงที่เป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในปีนี้ จากการที่มีเด็กอายุ 15 ปี ตั้งใจหารายได้พิเศษ ด้วยการรับจ้างทำกระทงจากขนมปังข้าวโพดกรอบ (ต้องชมว่าน้องมีฝีมือและทำเก่งมาก) และมีคน ‘หัวใส’ มาจ้างให้ทำกระทงที่มีรูปตัวการ์ตูนต่าง ๆ ออกมาจำนวน 500 ใบ แต่สุดท้าย เป็นการล่อซื้อ เพื่อให้น้องโดนจับข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ และขูดรีดค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท แต่ตอนหลังบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ออกมาประกาศแล้วว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องประเด็นนี้แต่อย่างใด!
- *กระทงอากาศ *
กระทงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด คือกระทงที่ไม่ต้องใช้วัสดุใด ๆ ไปลอยทั้งนั้น แค่พกความรู้สึกอยากขอขมาพระแม่คงคาจากใจจริงไปร่วมงาน ซึมซับบรรยากาศประเพณีลอยกระทงให้เต็มที่ พร้อมกับสำนึกที่ว่าจะสร้างขยะ สร้างมลพิษ และทำลายสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด แค่นี้ก็พอแล้ว
อ้างอิง