โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอนามัย ย้ำ ‘สถานีขนส่ง – ปั๊มน้ำมัน’ ล้างจุดเสี่ยงในส้วม

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 14 เม.ย. 2564 เวลา 02.34 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2564 เวลา 02.34 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรมอนามัย 14 เม.ย.- ​กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร ล้างส้วมให้สะอาดรองรับการเดินทางกลับของประชาชนหลังเทศกาลสงกรานต์ เน้นย้ำจุดที่มีการสัมผัสบ่อย ลดเสี่ยงโควิด-19

​นายแพทย์สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เผยว่า การเดินทางกลับหลังเทศกาลสงกรานต์ นอกจากต้องระมัดระวังในเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนนและการกินอาหารที่สะอาดปลอดภัยแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อสุขอนามัยที่ดีในการเดินทางคือการใช้บริการห้องส้วมตามสถานที่ต่างๆ อาทิ สถานีขนส่ง ปั๊มน้ำมัน และร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งต้องขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการในสถานที่ต่างๆ ร่วมกันล้างส้วมสาธารณะให้สะอาดเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับหลังเทศกาลสงกรานต์ โดยเน้นการทำความสะอาดแหล่งปนเปื้อนเชื้อโรคที่ต้องสัมผัสร่วมกันบ่อยๆ ได้แก่ พื้นห้องส้วม ซึ่งตรวจพบเชื้อโรคมากที่สุด ร้อยละ 41.1 บริเวณที่รองนั่งโถส้วม พบร้อยละ 24.4 ที่จับสายฉีดชำระ พบร้อยละ 18.8 และยังตรวจพบบริเวณราวจับ ที่กดโถส้วม และก๊อกน้ำอ่างล้างมือ ร้อยละ 6.4 , 3.4 และ 2.9 ตามลำดับ เพื่อเป็นการสร้างสุขอนามัยที่ดีและลดความเสี่ยงโรคโควิด-19  พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้ส้วมให้กับนักท่องเที่ยว โดยปิดฝาโถส้วมก่อนกดชักโครก เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อโรค รักษาระยะห่างขณะรอใช้ส้วม 1-2 เมตร เพื่อลดการเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ไม่เหยียบบนโถส้วมแบบนั่งราบ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และรักษาความสะอาด ควรเช็ดทำความสะอาดก่อนนั่ง ไม่ทิ้งวัสดุอื่นใด นอกจากกระดาษชำระลงในโถส้วม เพราะวัสดุอาจไปอุดตันท่อ และล้างมือด้วยสบู่และน้ำทุกครั้งหลังการใช้ส้วม

​“ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมอนามัยได้สนับสนุนให้สถานประกอบการทุกแห่งให้ความสำคัญต่อการพัฒนา ส้วมสาธารณะให้ได้มาตรฐานส้วมสาธารณะระดับประเทศ (HAS) คือ สะอาด (Health) เพียงพอ (Accessibility) และปลอดภัย (Safety) รวมทั้งการจัดการขยะ ควรจัดเตรียมถังขยะพร้อมฝาปิดให้มิดชิดไว้บริการ เพื่อสุขลักษณะและป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์และแมลงพาหะนำโรค” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว.-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...