โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จะเทรด STA-STGT อย่างไร? เมื่อ "โอไมครอน" ปลุกคืนชีพ แต่หุ้นยังผันผวน

COVID-19 สายพันธุ์ใหม่ (โอไมครอน) กำลังเขย่าเศรษฐกิจทั่วโลก แต่ในแรงกดดันนี้ ถือเป็นผลดีต่อหุ้น STA และ STGT ที่อาจจะทำให้ความต้องการถุงมือยางกลับมาคึกคักกันอีกครั้ง สะท้อนจากราคาหุ้นของทั้ง 2 บริษัทที่ดีดรับการระบาดของโอไมครอนทันที
แต่อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวราคาหุ้นในวันนี้ (30 พ.ย.) ของทั้ง 2 หลักทรัพย์กลับมาอยู่ในแดนลบอีกครั้ง หลังจากที่ดีดตัวในแดนบวกได้เพียง 2 เท่านั้น โดยล่าสุดประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้ออกมายืนยันว่า สหรัฐไม่มีแผนล็อกดาวน์ เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ โอไมครอน ทำให้ตลาดหุ้นคลายความกังวลไปในทิศทางที่ดี ดังนั้นหากนักลงทุน จะเทรด STA-STGTควรทำอย่างไร?
มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ออกมาระบุว่า STA และ STGT ถือเป็นตัวเลือกสำหรับการลงทุนระยะสั้นในสัปดาห์นี้ จากปัจจัยบวกคือ ราคาหุ้นถุงมือยางที่มาเลเซียขึ้นแรง และการเกิด COVID สายพันธุ์ใหม่ อย่างโอไมครอน โดย STA ราคาหุ้นทะลุผ่าน Neckline ขึ้นมาได้แล้ว แนวต้านถัดไป 33.50-34.00 บาท
ขณะที่ STGT แนวต้านทางเทคนิค 32.50 บาท โดยนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้นหุ้นที่ได้ Sentiment บวก จากความกังวลต่อ COVID สายพันธ์ใหม่ ในทวีปแอฟริกา ส่งผลให้หลายประเทศเริ่มประกาศมาตรการ ควบคุมโควิดอีกครั้ง เพื่อลดการแพร่ระบาด เป็นบวกต่อความต้องการใช้ถุงมือยางให้เร่งตัวขึ้น อย่างไรก็ตามหากมีความคืบหน้าเชิงบวก เช่น การแพร่ระบาดไม่รุนแรง, วัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถต้านเชื้อได้ , การพัฒนาวัคซีนสูตร ใหม่สามารถต้านเชื้อได้ ฯลฯ นักลงทุนควรขายทำกำไรหรือตัดขาดทุน
สรุปแล้ว จากที่นักวิเคราะห์ประเมินหุ้นทั้ง 2 ตัวนั้น จะเป็นเพียงการแนะนำเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น ตามความกังวลของ COVID สายพันธ์ใหม่ พร้อมกับยังแนะนำอีกว่า หากมีความคืบหน้าเชิงบวก ก็ให้ขายทำกำไรหรือตัดขาดทุนออกมาทันที แต่ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน จะเป็นอย่างไรต่อ?

ให้เป้า STGT 40.00 บาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า STGT ให้ราคาเป้าหมาย 40.00 บาท โดยหุ้นเพียงไม่กี่ตัวที่อยู่รอดในยาม SET ผันผวนประเด็น COVID-19 (อิงจากสถิติในอดีต) โดยคาดแม้กำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/64 จะปรับลดลงต่อเนื่องทั้งจากไตรมาสก่อนหน้า และช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแนวโน้มราคาถุงมือยางปรับลดลง แต่ในเบื้องต้น คาดทิศทางกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/65 จะฟื้นตัวจากงวดไตรมาส 4/64 จากแนวโน้มปริมาณขายถุงมือยางเพิ่มขึ้นและราคาขายถุงมือยางทรงตัวจากงวดไตรมาส 4/64 โดยราคาหุ้นผ่านการปรับฐานมาสักระยะ จนมี Valuation น่าสนใจ

STA ธุรกิจยางธรรมชาติจะทำจุดสูงสุด

ขณะที่ STA นักวิเคราะห์นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คงมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจยางธรรมชาติที่จะทำจุดสูงสุดของปีในไตรมาส 4/64 และยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องในปี 2565 โดยคาดจะมีการเติบโตทั้งในด้านปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ยตามอุปสงค์ล้อยางในตลาดโลกที่สูงขึ้น
แต่เนื่องด้วยสัดส่วนกำไรของ STA ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจถุงมือยาง ซึ่งมีแนวโน้มจะชะลอในไตรมาส 4/64เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และชะลอลงต่อเนื่องในปี 2565 จึงเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น เชิงปัจจัยพื้นฐานยังคงแนะนำ “ซื้อ” STA ที่ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2565 ที่ 45.00 บ าท แต่เชิงกลยุทธ์แนะนำ Wait and see เพื่อรอดูสถานการณ์ของถุงมือยาง โดยหากนักลงทุนสนใจลงทุนในหุ้นยางพารา NER อาจเป็น ตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ