โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตรียมใช้ ศูนย์ 191 รับเรื่องราวร้องทุกข์ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด พร้อมย้ำตำรวจใช้ดุลพินิจในการจับปรับผู้ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัย

The Reporters

อัพเดต 27 เม.ย. 2564 เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2564 เวลา 08.22 น.

พลตำรวจตรียิ่งยศ เทพจํานงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงย้ำกรณีการจับดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า เมื่อออกนอกเคหสถาน โดยยืนยันว่า การปรับครั้งแรกต้องปรับขั้นต่ำ 6,000 บาท ไปจนถึงระดับสูงสุดเป็นเงิน 20,000 บาท แต่กฎหมายมีหลักเกณฑ์ยกเว้นว่า ผู้ใดที่ให้ละเว้นไม่มีความผิด เช่น เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ เป็นต้น ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

หากผู้กระทำผิดไม่ยินยอมให้ปรับขั้นต่ำเป็นเงิน 6,000 บาทในชั้นพนักงานสอบสวน จะมีการทำสำนวนคดีส่งฟ้องศาล เพื่อให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการปรับ พร้อมยืนยันว่า พนักงานสอบสวนใช้วิจารณญาณในการดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืน แต่ขอให้ประชาชนคำนึงถึงเจตนารมณ์ในการออกข้อบังคับ เพื่อระงับยับยั้งโรคระบาด เนื่องจากข้อประกาศของแต่ละจังหวัดมีเจตนาที่เขียนไว้ชัดเจน ว่าเมื่อออกนอกเคหสถานให้สวมใส่หน้ากากฯ อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังเตรียมปรับใช้สายด่วน 191 เป็นสื่อกลางในการประสานรับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-​19 ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกนโยบายให้ผู้บังคับบัญชาไปตรวจสอบกำลังพลทุกคนที่อยู่ในสังกัดว่า มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไม่ โดยเฉพาะ กำลังพลที่อยู่ในสังกัดโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งต้องรับหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยและรับผิดชอบพื้นที่โรงพยาบาลสนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้การสนับสนุนในเรื่องของสวัสดิการ เพื่อดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเต็มที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...