โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มือไม่ถึง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ต.ค. 2565 เวลา 09.14 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2564 เวลา 16.02 น.
Photo by AFP

คอลัมน์ สามัญสำนึก สมปอง แจ่มเกาะ

โควิด-19 กลับมาโจมตีใหม่รอบนี้ ชาวบ้าน ร้านตลาด ประชาชนรากหญ้าตาดำ ๆ ร้องระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั่วสารทิศ

ร้องเพราะการทำมาค้าขายที่กำลังจะฟื้นตัวขึ้นมาได้บ้างก็กลับฟุบหนักลงไปอีก บริษัทห้างร้านโรงงานจะต้องปิดตัวปลดคนงานอีกกี่มากน้อยแค่ไหน

ร้องเพราะตกงาน ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินใช้หนี้ ไม่มีจะกิน ฯลฯ

เดือดร้อนซ้ำหนักกันไปทุกหย่อมหญ้า

ช่วงเช้า (23 เมษายน) ระหว่างเดินทางเข้าประจำการที่โรงพิมพ์ คลิกมือถือเพื่ออัพเดตตัวเลขรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,070 คน ! ทำลายสถิติใหม่

แต่ล่าสุดวันนี้ทุบสถิติใหม่ ทำ new high อีกครั้ง ด้วยตัวเลข 2,839 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 8 คน รวมเสียชีวิตสะสม 129 คน

จากก่อนหน้านี้ที่ตัวเลขจะวิ่งไต่ระดับขยับตัวขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

หากยังจำกันได้ จำนวนผู้ป่วยทะลุหลักพันเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 เมษายน ด้วยตัวเลข 1,335 คน จากนั้นก็วิ่งขึ้น-วิ่งลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ในกรอบ 1,300-1,500 และ 1,767 (18 เมษา) ก่อนจะทำลายสถิติใหม่ในวันนี้

จากวันที่ 14 เมษา ถึงวันนี้ รวม 10 วัน เท่ากับว่า ตัวเลขเฉลี่ยจำนวนผู้ป่วยรายใหม่มีสูงถึงราว ๆ 1,657 คน เลยทีเดียว

และยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ มะรืนนี้ หรือวันถัด ๆ ไป จะมีการทำลายสถิติใหม่อีกหรือไม่

ครับ ยอมรับว่าอึ้ง และตกใจไม่น้อย กับตัวเลขที่ทะลุสองพัน (คน)

และยังนั่งลุ้นว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จะมีมาตรการอะไรออกมาสกัดหรือไม่

สาย ๆ ขึ้นมาหน่อย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ หลักใหญ่ใจความท่านบอกว่า

“สถานการณ์การแพร่เชื้อขณะนี้ สามารถควบคุมได้”

“แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันจะสูงขึ้น แต่ตัวเลขเฉลี่ยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้”

“คาดว่า จากนี้ไปอีก 2 สัปดาห์ ตัวเลขจะลดลง”

ท่านย้ำอย่างมั่นใจ

แต่อีกด้านหนึ่ง กลับมีเสียงสะท้อนจากบรรดาแพทย์-พยาบาล-เภสัชกร “นักรบเสื้อกาวน์” ที่กำลังสู้รบกับโควิด-19 ในสมรภูมิรบ ออกมาเป็นระลอก ๆ ถึงความยากลำบากในการทำงาน การรักษาคนไข้

ยกตัวอย่างแค่เรื่องยาต้านไวรัส 2 ตัว favipiravir ชนิดกิน และ remdesivir สำหรับฉีด ขณะที่ฟากฝั่งการเมืองและส่วนกลางบอกว่า ยามีเพียงพอ

แต่ในข้อเท็จจริงกลับพบว่า ตอนนี้โรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนทั่วสารทิศต้องวิ่งหายืมยากันจ้าละหวั่น และไม่รู้จะมียารักษาคนไข้ได้อีกกี่วัน

เปรียบเสมือน การส่งทหารกล้าไปรบ แต่ไม่มีอาวุธให้

ทำไมไม่สต๊อกยาไว้ที่สนามรบให้มาก ๆ ให้เพียงพอกับความต้องการ เพื่อที่ทีมแพทย์จะหยิบใช้ได้อย่างทันท่วงที

ที่สำคัญ ตอนนี้ควรต้องเร่งสต๊อกหรือสั่งยาเข้ามาให้เพียงพอกับความต้องการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเร่งด่วน

หากหายาไม่ทัน คนไข้คงตายกันอีกไม่น้อย

นี่อาจจะเป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงการบริหารจัดการของกระทรวงสาธารณสุขในยามหน้าสิ่วหน้าขวานได้ไม่มากก็น้อย

นี่ยังไม่นับรวมถึงการบริหารการจัดการวัคซีนที่มะงุมมะงาหรา โอ้เอ้ ชักช้า จนภาคเอกชนอดรนทนไม่ได้ ต้องรวมตัวรวมพลังลุกขึ้นมากระทุ้ง

ไม่เพียงเฉพาะแค่เรื่องการจัดหาวัคซีนเท่านั้น แต่การบริหารจัดการเรื่องการฉีดก็ต้วมเตี้ยมเหลือใจ

จึงไม่แปลกใจที่ช่วงหลัง ๆ มานี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ยังต้องกระโดดลงมาบัญชาการด้วยตัวเอง เพราะท่านรู้อยู่แก่ใจว่า หากขืนปล่อยไว้ เศรษฐกิจไทยล่มสลายแน่

ถึงบรรทัดสุดท้ายนี้ สรุปคำจำกัดความได้สั้น ๆ ว่า การบริหารการจัดการระบบสาธารณสุขล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

อย่าลืม…กรุงศรีอยุธยา ไม่ (เคย) สิ้นคนดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...