เปิด 15 หุ้นสินค้าโภคภัณฑ์เด่น ยกกลุ่มเหล็ก-เดินเรือ-น้ำตาลกำลังมาแรง
เปิด 15 หุ้นสินค้าโภคภัณฑ์เด่น ยกกลุ่มเหล็ก-เดินเรือ-น้ำตาลกำลังมาแรง
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 เม.ย. 64 10:41 น.
โบรกฯ ส่อง 15 หุ้นเด่น จาก 8 กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ชี้น้ำมันยังไม่เสียทรง แต่จับตาราคาเหล็ก - BDI - น้ำตาล พุ่ง ด้านราคายางยังทรงตัวระดับสูง ส่วนอาหารให้หมู - ทูน่าเด่น
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส จำกัด เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์รายวัน ถึงแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity )โลก ที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นในขณะนี้ว่า จะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นหลายบริษัทของไทย
หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกในปีนี้ว่าจะเติบโต 6% จากฐานที่ต่ำในปี 63 ปี ประกอบกับนโยบายการคลังสหรัฐ ทั้งอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ และ แผนInfrastructure ระยะยาว 8 ปีวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ รวมถึงการเร่งฉีดวัคซีน โควิด-19 ในประเทศสำคัญ อาทิ อังกฤษ สหรัฐ ฯลฯ เร็วกว่าที่คาด
ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ เป็นปัจจัยหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หลายๆตัว ทั้งราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ (BDI) ราคาน้ำตาล ฯลฯ ซึ่งยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น สะท้อนจากผลตอบแทนของ นับตั้งแต่ต้นเดือน ปัจจุบัน (MTD) และ ผลตอบแทน นับตั้งแต่ต้นปี- ปัจจุบัน (YTD) อย่างล่าสุดวันนี้นี้ ราคาน้ำตาลโลกปรับเพิ่มขึ้นทำ New high ในรอบ 4 ปี เช่นเดียวกับ BDI
ทั้งนี้ หากพิจารณาคำแนะนำการลงทุนในหุ้นแต่ละกลุ่มที่เกี่ยวกับ Commodity แนะนำดังนี้
*กลุ่มน้ำมัน
ประเมินช่วงสั้นราคาน้ำมันปรับลงติดต่อกัน 2 วัน เนื่องจาก กังวลเรื่องโควิดในอินเดีย และ EIA เมื่อวานรายงานสต็อกน้ำมันดิบออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด แต่ราคาน้ำมันในระยะถัดไปประเมินไม่ได้ปรับตัวลงแรง ประกอบกับพื้นฐานแข็งแกร่งทั้ง จึงให้หาจังหวะลงทุนเมื่อราคาอ่อนตัว
หุ้นแนะนำ PTT ( ราคาเป้าหมาย 48.5 บาท) และ PTTEP ( ราคาเป้าหมาย 128 บาท )
* กลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี
หุ้นแนะนำซื้อ PTTGC (ราคาเป้าหมาย 65 บาท ) เนื่องจากให้น้ำหนักไปที่ธุรกิจปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์ ที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่แนะนำ Switch หุ้น TOP (ราคาเป้าหมาย 55 บาท) , BCP (ราคาเป้าหมาย 26 บาท ), และ IRPC (ราคาเป้าหมาย 3.4 บาท ) โดยประเมินว่า พื้นฐานโดยรวมยังอ่อนแอจากธุรกิจโรงกลั่นตามค่าการกลั่นที่ยังอยู่ระดับต่ำมาก ซึ่งยังคงแนะนำเพียง trading ช่วงสั้น
*กลุ่มเหล็ก
ทิศทางราคาเหล็กที่ยังเป็นช่วงขาขึ้นน่าจะทำให้ผลประกอบการของบริษัท เหล็กยังดีต่อเนื่องใน 64 เพราะล่าสุดเดือน เม.ย.64 ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC)ในจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีการบริโภคเหล็กครึ่งหนึ่งของโลกยังมีทิศทางอันร้อนแรงต่อเนื่องราคาขายเพิ่มขึ้น 17% MoM มาที่ 865 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากเดือนก่อนหน้า 740 เหรียญ สหรัฐ/ตัน จึงมีโอกาสที่จะเห็นแรงเก็งกำไรได้อีก
หุ้นแนะนำ : MCS (ราคาเป้าหมาย 21.9 บาท) และ TMT (ราคาเป้าหมาย B11 บาท) ยังคงคำแนะนำ ซื้อ ส่วนบริษัทเหล็กอื่นๆที่ฝ่ายวิจัยไม่ได้ Cover แนะนำเก็งกำไรตามราคาเหล็ก
* กลุ่มเดินเรือ
ปัจจุบันดัชนีระวางเรือเทกอง BDI ขยับตัวเพิ่มจากสัปดาห์ก่อนขึ้นเป็น New High พร้อมทั้ง Drewry Hong Kong-LossS Angeles Container Rate ปรับตัวขึ้น 4.3% จากสัปดาห์ก่อนหน้า อันเกิดจากความต้องการขนส่งสินค้าที่ยังอยู่ในระดับสูงอีกทั้งก่อนหน้านี้ปัญหาที่คลองสุเอชยังทำให้ระบบการเกินเรือเกิดความล่าช้ากว่าปกติ ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มเดินเรือ เช่น TTA, PSL, และ RCL
หุ้นแนะนำ : WICE (ราคาเป้าหมาย 8.00 บาท) จะได้รับงานจัดการขนส่งระหว่างประเทศในระดับสูง เชื่อระยะสั้น Q1/64 ทำไรจะเติบโตสดใส ขณะที่แนวโน้มค่าระวางเรือปัจจุบันยังอยู่ในระดับสูง แม้จะกดดัน Gross Margin แต่จะชดเชยได้จาก Volume งานขนส่งที่มากขึ้น
* กลุ่มเกษตร-อาหาร
ราคาสุกรหน้าฟาร์มล่าสุดอยู่ที่ 80 บาท/ก.ก. ปรับเพิ่มขึ้น 11.1%นับตั้งแต่ต้นปี 64 โดยราคาสุกรหน้าฟาร์มเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 64 อยู่ที่ 78.3 บาท/ก.ก.ปรับเพิ่มขึ้น 9.5% yoy สูงกว่าสมมติฐานราคาสุกรหน้าฟาร์มปี 64 ที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ ที่ 70 บาท/ก.ก. จากปัญหาสุกรชาดแคลนในภูมิภาคเอเชีย จากการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกา ถือเป็นผลบวกต่อธุรกิจฟาร์มสุกร
หุ้นแนะนำ : ซื้อ CPF (ราคาเป้าหมาย 42 บาท ) และ TFG ( ราคาเป้าหมาย 6.20 บาท)
ส่วนราคาไก่เป็นล่าสุดอยู่ที่ 32 บาท/ก.ก. ทรงตัวนับตั้งแต่ต้นปี 64 โดยราคาไก่เป็นเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 64 อยู่ที่ 32.0 บาท/ก.ก. ปรับลดลง 4.4% yoy ต่ำกว่าสมมติฐานราคาไก่เป็นปี 64 ที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ที่ 34 บาท/ก.ก. เล็กน้อย จากปัญหาไก่ลั้นตลาด ถือเป็นผลสบต่อธุรกิจฟาร์มไก่
หุ้นแนะนำ : ซื้อ GFPT (ราคาเป้าหมาย 14 บาท) TFG ( ราคาเป้าหมาย 6.20 บาท ) และ CPF
ราคาวัตถุดิมทูน่าเดือนมี.ค.64 ล่าสุดอยู่ที่ 1.36 พันดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน เพิ่มขึ้น 3.6% mom โดยราคาวัตถุดิบทูน่าเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 64 อยู่ที่ 1.28 พันดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ปรับลดลง 7.4% yoy ดีกว่าสมมติฐานราคาไก่เป็นปี 64 ที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ที่ 1.5 พันดอลลาร์สหรัฐ / ตัน ถือเป็นผลบวาต่อธุรกิจแบรนด์ทูน่า
หุ้นแนะนำ : ซื้อ TU (ราคาเป้าหมาย 20 บาท)
* กลุ่มถั่วเหลือง
ราคากากถั่วเหลืองโลกล่าสุดอยู่ที่ 1.1 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน ปรับลดลง 0.8% นับตั้งแต่ต้นปี 64 โดยราคากากถั่วเหลืองเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 64 อยู่ที่118.4 ดอดลาร์ดหรัฐ/ตัน ปรับเพิ่มขึ้นถึง 30.3% yoy โดยราคากากถั่วเหลืองในไทยเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 64 อยู่ที่ 19.0 บาท/ก.ก. เพิ่มขึ้นถึง 20.0% yoy สูงกว่าสมมติฐานราคากากถั่วเหลืองปี 64 ที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ที่ 16 บาท/ก.ก. จากปัญหาภัยแล้งในบราซิลและอาร์เจนติน่า ถือเป็นผลลบต่อธุรกิจฟาร์มไก่ของ GFPT TFG และ CPF ประเมินว่าผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์ จะสามารถปรับสูตรอาหารสัตว์และเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรด้านอื่น ช่วยลดผลกระทบไปได้บางส่วน
หุ้นแนะนำ : ซื้อ TVO ( ราคาเป้าหมาย 37 บาท)
* กลุ่มน้ำตาล
ราคาน้ำตาลดิบล่าสุดอยู่ที่ 16.65 เซ็นต์/ปอนด์ ปรับเพิ่มขึ้นถึง 19.0%นับตั้งแต่ต้นปี 64 จากปัญหาภัยแล้งในบราซิลและไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่สุดและอันดับ 5 ของโลก โดยราคาน้ำตาลดิบเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 63/64 (สิ้นงวดบัญชีต.ค. 14.66 เซ็นต์/ปอนด์ ปรับเพิ่มขึ้น 15.0% yay และเมื่อรวมกับ Thai premium ที่ 64) อยู่ที่ราว 1.5 เซ็นต์8ปอนด์
ราคาน้ำตาลดิบเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 2553/54 อยู่ที่ 16.2 เซ็นต์เปอนด์ยังสอดคล้องกับสมมติฐานราคาน้ำตาลดิบปี 64 ที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ที่ 17 เซ็นต์/ปอนต์ทั้งนี้ ราคาน้ำตาลที่ปรับเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการน้ำตาลไทยสามารถขายน้ำตาลได้สูงขึ้น ถือเป็นผลบวกต่อธุรกิจน้ำตาล
หุ้นแนะนำ : ซื้อ (KSL ราคาเป้าหมาย 3.7 บาท )
* กลุ่มยาง
ราคายางแผ่นล่าสุดอยู่ที่ 2.18 พันดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ปรับลดลง 2.0% นับตั้งแต่ค้นปี 64 แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง โดยราคายางแผ่นเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 64 อยู่ที่ 2.31 พันดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน ปรับเพิ่มขึ้นถึง 30.7% yoy ยังสอดคล้องกับสมมติฐานราคายางปี 64 ที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ที่ 2.20 พันดอลลาร์สหรัฐฯ / ตัน
ราคายางแท่งล่าสุดอยู่ที่ 1.62 พันดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ปรับเพิ่มขึ้น 6.0% นับตั้งแต่ต้นปี 64 โดยราคา ยางแท่งเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 64 อยู่ที่ 1.66 พันดอลลาร์สหรัฐฯตัน ปรับเพิ่มขึ้นถึง 26.1 % yoy ยังสอดคล้องกับสมมติฐานราคายางแห่งปี 64 ที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ที่ 1.60 พันดอลลาร์สหรัฐ/ตัน จากความต้องการใช้สูงขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ถือเป็นผลบวกต่อธุรกิจยางพารา
หุ้นแนะนำ : ซื้อ STA ( ราคาเป้าหมาย 60 บาท) และ NER (ราคาเป้าหมาย 6.20 บาท)
เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ