"Low-Code" วิธีออกแบบ-พัฒนาแอปฯ ที่กำลังมาแรง
Low-Code เป็นวิธีหนึ่งในการออกแบบและพัฒนาแอปพลิเคชั่น อย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้ visual modeling ในอินเตอร์เฟซกราฟิกในการรวมและปรับแต่งแอปพลิเคชั่น นักพัฒนาจึงข้ามขั้นตอนในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานไปโฟกัสในการพัฒนาส่วนจำเพาะของแอปได้ทันที
โดยการสำรวจของ IDC”s Asia/Pacific Enterprise Software Survey 2019 พบว่า 24.5% ของผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในเอเชีย-แปซิฟิก ใช้แพลตฟอร์ม Low-Code กว่า 50% ของโครงการที่ทำอยู่ 3.2% ใช้กับทุกโครงการ 21% ใช้พัฒนาแอปบนอุปกรณ์พกพาอยู่แล้วทั้งยังคาดว่า ภายในปี 2567 จะมีนักพัฒนารุ่นใหม่ในภูมิภาคนี้จะสร้างแอปพลิเคชั่นได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดถึง 20% ซึ่งนักพัฒนาเหล่านี้คือผู้ขับเคลือนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น
“ลินัส หลัย” รองประธาน IDC Asia/Pacific Software and Services กล่าวว่า “ในแถบเอเชีย-แปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) อาชีพนักพัฒนาแอปพลิเคชั่นได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในระบบเศรษฐกิจที่มีการใช้แอป B2C ซึ่งเดิมทีกลุ่มอาชีพนี้จะเน้นทำงานแบบสตาร์ตอัพ
ในประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญกับ DevOps ในการปรับปรุงด้าน agility ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน และความรวดเร็วในการเปิดตัวสู่ตลาด แต่ความตระหนักรู้ถึงการพัฒนาแอป Low-Code ในไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย-แปซิฟิก โดยมีองค์กรแค่ 19% เท่านั้นที่ใช้แพลตฟอร์ม Low-Code ซึ่งส่วนใหญ่คือ ธนาคาร การสื่อสาร และสื่อ
ขณะที่ความท้าทายในการพัฒนาแอปในไทยคือ การมีข้อจำกัดทางด้านทรัพยากร 29% ขอบเขตของงาน ที่ขยายไม่จบสิ้น 21% และการก้าวให้ทันกระแส 14% โดยเทคโนโลยีที่โฟกัสคือ โซเชียลเน็ตเวิร์ก 58% AI และ machine learning 26%, IOT สำหรับคอนซูเมอร์ 23%
สำหรับข้อแนะนำจากผลการศึกษานั้นพบว่า ตลาดยังมีความต้องการการพัฒนาแอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์ในระดับสูงตลอดเวลา องค์กรให้ระยะเวลาในการพัฒนาแอปต่าง ๆ น้อยเกินควร แบ็กล็อกเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ทักษะการพัฒนาแอปยังเป็นที่ขาดแคลน ความนิยมใช้แนวปฏิบัติแบบ agile และแบบ customer-centric เพิ่มมากขึ้น แนวคิดที่ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางยังคงปรากฏอยู่อย่างต่อเนื่อง และ Low-Code กำลังจะกลายเป็นกระแสหลัก