โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มช.มุ่งสู่ "CMU Smart City-Clean Energy" ต้นแบบเมืองอัจฉริยะแห่งแรกของประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2561 เวลา 09.43 น.

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นวัตกรรมสิ่งแวดล้อมและพลังงาน มุ่งหวังที่จะสร้างชุมชนที่มีการกินดีอยู่ดี มีความสุขและรักษาสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน ได้ดำเนินโครงการ CMU Smart City-Clean Energy ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบเมืองอัจฉริยะ เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยสู่เมืองต้นแบบอัจฉริยะพลังงานสะอาด นับเป็นโครงการที่สนับสนุนแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 ของยุทธศาสตร์เชิงรุกด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ที่มุ่งเน้นการเป็นผู้นำด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ในอีก 4 ปีข้างหน้ามหาวิทยาลัยจะดำเนินการใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ พลังงาน สิ่งแวดล้อม การสัญจร และชุมชน

ด้านพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) มุ่งเน้นลดการใช้พลังงาน มีการใช้พลังงานทดแทน โดยนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานลงไม่ต่ำกว่า 30% เช่น ติดตั้ง Solar Rooftop ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาเพื่อสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ พร้อม Energy Storage และระบบ Smart Grid เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นต้นแบบให้ชุมชนรอบข้างได้มาศึกษาเรียนรู้

ด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ความสำคัญในเรื่องของน้ำเสียและการจัดการขยะ มีการจัดทำระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ (Water Management) บำบัดน้ำเสีย เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ด้านการจัดการขยะ ได้จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการชีวมวลแบบครบวงจร เพื่อรองรับการจัดการขยะทั้งหมดภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แบบครบวงจร โดยแปลงของเสียเป็นพลังงาน

สำหรับด้านการสัญจรอัจฉริยะ (Smart Mobility) มุ่งให้การสัญจรในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีความปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการจัดทำระบบรถบริการสาธารณะเพื่อลดการใช้รถส่วนบุคคล ส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้า รถจักรยาน การเดินเท้า มีการใช้ระบบสารสนเทศสำหรับขนส่งมวลชนอัจฉริยะ โดยการใช้แอปพลิเคชั่นที่สามารถให้ข้อมูลแก่ผู้เดินทาง CMU Transit ในด้านความปลอดภัยของการสัญจรเข้า-ออก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้นำระบบ Smart Gates และ Smart Pass เข้ามาใช้เป็นระบบตรวจสอบรถยนต์เข้า-ออกของมหาวิทยาลัย ใช้การตรวจจับทะเบียนรถยนต์และบันทึกแบบ Real-Time ทำให้ตรวจสอบได้ว่ารถยนต์แต่ละคันเข้า-ออกที่ประตูไหน เวลาใด รวมถึงการจัดทำ Parking Zone เพื่ออำนวยความสะดวกและลดการสัญจรที่ไม่จำเป็นลง และเพิ่มระบบ Bike Sharing หรือจักรยานสาธารณะแบบมีเกียร์ ซึ่งเหมาะสมกับพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพิ่มทางเลือกในการสัญจรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ด้านชุมชนอัจฉริยะ (Smart Community) มุ่งหวังให้ชุมชนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ได้มีการพัฒนาด้านกายภาพ สิ่งแวดล้อม มีการจัดทำพื้นที่สีเขียวเชื่อมต่อ การพัฒนาระบบ WiFi ครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย รวมถึงการใช้แอปพลิเคชันภายในมหาวิทยาลัย เช่น ติดตามการเดินรถไฟฟ้า ตารางการเรียนการสอน Virtual Card และ My QR ระบบ Cashless Society เช่น จ่ายค่าลงทะเบียน ร้านอาหาร เป็นต้น

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เชื่อมั่นว่าการดำเนินการด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมและพลังงาน จะเป็นตัวอย่างและต้นแบบที่เป็นรูปธรรม รองรับความเป็นสังคมอุดมปัญญา มีความสุขและยั่งยืนให้กับชุมชนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสามารถถ่ายทอดสู่ชุมชนรอบข้างนำไปใช้ประโยชน์ได้ในเชิงประจักษ์ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...