โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัชกาลที่ 1 ทรงทำอย่างไร? เมื่อ "พระพี่เลี้ยง" ในพระองค์ เอาเครื่องยศที่พระราชทานไปขาย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 ก.ย 2568 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2568 เวลา 19.29 น.
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ที่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า กรุงเทพมหานคร

เมื่อ พระพี่เลี้ยง ในรัชกาลที่ 1 เอาเครื่องยศที่พระราชทานไปขาย เกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น…

ในพระสำนักฝ่ายใน พระพี่เลี้ยง นางนม เป็นข้าราชสำนักที่พระมหากษัตริย์โปรดพระราชทานความใกล้ชิดสนิทสนม, ทรงให้ความเคารพยกย่อง ตลอดจนมีพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นพิเศษกว่าข้าราชสำนักประเภทอื่น เพราะเป็นผู้ทำหน้าที่อภิบาลเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์อย่างใกล้ชิด จนทรงผูกพันรักใคร่

เช่นเมื่อคราว “เจ้าแม่วัดดุสิต” พระนมเอก ผู้อภิบาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเมื่อยังทรงพระเยาว์ เมื่อเจ้าแม่ดุสิตถึงแก่อสัญกรรม สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงพระภูษาขาวล้วน เสด็จบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานจนถึงงานพระราชทานเพลิงศพ เพื่อแสดงกตเวทิตาเป็นครั้งสุดท้าย

หรือ “สมเด็จกรมพระยาสุดารัตนราชประยูร” พระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าหญิงละม่อม” พระพี่เลี้ยงที่ทำหน้าที่อภิบาลในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงตรัสเรียกว่า “เสด็จยาย”

เมื่อพระองค์หญิงละม่อมมีพระประสงค์จะร่วมสร้างกุศลกับพระองค์ด้วยการสร้างพระอาราม เมื่อพระองค์ทรงเห็นว่า วัดปากอ่าว ที่จังหวัดนนทบุรี มีภูมิสถานงดงามแต่ทรุดโทรม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดร่วมทุนทรัพย์กับเสด็จยาย บูรณะปฏิสังขรณ์จนพระอารามแห่งนี้งดงามมั่นคง และโปรดพระราชทานนามเป็นอนุสรณ์ว่า “วัดปรมัยยิกาวาส” ตามพระอิสริยยศที่โปรดพระราชทานว่า “พระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร”

หาก “พระพี่เลี้ยง” ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กลับมีท่าทีที่แตกต่างจากพระพี่เลี้ยงคนอื่น ๆ

พระพี่เลี้ยงท่านนี้คือ “เจ้าคุณบวรโภชน์” มีนามเดิมว่า ฉิม เป็นธิดาเจ้าพระยายมราช (ฉ่ำ) สันนิษฐานว่าบ้านของเจ้าพระยายมราช (ฉ่ำ) คงอยู่ใกล้กับบ้านของพระยาราชนิกูล (ทองคำ) ผู้เป็นพระอัยกา จึงมีโอกาสทำหน้าที่ พระพี่เลี้ยง ของพระองค์มาแต่ทรงพระเยาว์ และน่าจะเป็นพระพี่เลี้ยงที่โปรดปรานเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องการอาบน้ำทาขมิ้น พระพี่เลี้ยงท่านนี้จะเป็นคนที่ทาขมิ้นได้เหลืองงดงาม เปล่งปลั่งดังสีลูกจันทร์สุก จึงทรงตั้งสมญานามคุณฉิมว่า “สีจันทร์” และทรงเรียกว่า พี่สีจันทร์ มาโดยตลอด

เมื่อเสด็จปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระปฐมบรมมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีแล้ว ความผูกพันรักใคร่นับถือในพี่จันทร์ก็มิได้คลอนแคลน รัชกาลที่ 1 ทรงทำนุบำรุงด้านทรัพย์สินและความเป็นอยู่ ตลอดจนทรงหาโอกาสที่จะพระราชทานเกียรติยศพี่สีจันทร์ให้ปรากฏ ทรงมีพระราชดำริจะพระราชทานบรรดาศักดิ์สูงสุดเทียบเท่าข้าราชการฝ่ายหน้าให้ แต่ขัดข้องด้วยยังมิเคยมีแบบแผนมาก่อนในโบราณราชประเพณี

รัชกาลที่ 1 จึงโปรดพระราชทานเพียงเบี้ยหวัดปีละ 10 ชั่ง เครื่องราชอิสริยยศสูงสุด มีหีบหมากพานทอง กาน้ำมีถาดรอง ขันน้ำสำหรับล้างหน้า กระโถนเล็ก ล้วนทำด้วยทองคำทั้งสิ้น และยังมีโต๊ะสำรับคาวหวาน 1 คู่ทำด้วยเงิน ขันน้ำใหญ่ กระโถนใหญ่ทำด้วยเงิน แคร่กันยาหลังคาแซงเตยคานหาม มีหญิงจากกรมโขลนผลัดเปลี่ยนกันหามภายในวังเดือนละ 4 คน ส่วนออกนอกวังโปรดจ่ายเลกราชยานผู้ชายสำหรับหามแคร่เดือนละ 4 คน และโปรดให้กรมวังออกหมายคำสั่งให้ออกนามท่านฉิมว่า “เจ้าคุณบวรโภชน์”

แต่ลักษณะนิสัยของพี่สีจันทร์หรือเจ้าคุญบวรโภชน์ น่าจะเป็นคนที่รักอิสระ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ชอบพึ่งพาอาศัยหรือขอความช่วยเหลือจากผู้ใด จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตไปพักอาศัยอยู่กับพระยาพิชัยรณฤทธิ์ (หม่อมบุญเมือง) หลานชาย ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ริมคลองโอ่งอ่าง ใกล้ประตูสามยอดเก่า

เหตุการณ์ที่แสดงให้ทุกคนประจักษ์ชัดถึงพระเมตตาที่ทรงมีต่อ “พระพี่เลี้ยง” คนนี้อย่างสูงก็คือ ครั้งที่เจ้าคุณบวรโภชน์มีประสงค์จะบูรณะวัดบวรโภชน์ ซึ่งเป็นวัดที่บิดาของท่านสร้างไว้ที่กรุงศรีอยุธยา แต่ท่านไม่ต้องการที่จะพึ่งพาอาศัยการเงินจากผู้ใด

เจ้าคุณบวรโภชน์ จึงนำเครื่องยศที่ได้รับพระราชทาน ทั้งที่เป็นเงินและเป็นทองหลอมยุบนำไปขาย นำเงินมาปฏิสังขรณ์วัดบวรโภชน์จนหมดสิ้น

การกระทำของเจ้าคุณบวรโภชน์ถือว่าเป็นการกระทำผิดอย่างฉกรรจ์ ผู้คนโจษขานถึงการกระทำนี้ และมีผู้นำความขึ้นกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ แต่พระองค์มิได้รับสั่งใด ๆ จนความกลับทราบไปถึงท่านเจ้าคุณ จึงเข้าเฝ้ากราบบังคมทูลชี้แจ้งอย่างห้าวหาญ คำกราบบังคมทูลนั้นท้าทายให้ทรงลงพระราชอาญา ซึ่งเป็นวาจาไม่เหมาะสมกับการกราบบังคมทูล เล่ากันว่า แทนที่รัชกาลที่ 1 จะทรงพระพิโรธ กลับทรงพระสรวล ตรัสตอบเหมือนที่เคยพูดกับพี่สีจันทร์ดังแต่ก่อน

“ใครเขาไปทวงถาม เอาทองเอาหยองที่ไหนมาคืนเล่า เมื่อขายทองเงินเสียหมดแล้วก็แล้วกันไปเท่านั้นเอง และเมื่อขายเนื้อทองเนื้อเงินไปทำวัดไม่พอหรืออย่างไร ฉันจะให้เงินทองอีกแก่พี่สีจันทร์…”

แล้วทรงให้เพิ่มอีก 50 ชั่ง ไปทำบุญตามใจชอบ

เรื่องราวในประวัติศาสตร์ตอนนี้ แสดงให้ประจักษ์ชัดถึงน้ำพระทัยเมตตาที่ทรงมีให้แก่พี่เลี้ยงของพระองค์

และเมื่อเจ้าคุณบวรโภชน์ถึงแก่อสัญกรรม ก็ได้โปรดพระราชทานโกศหลังเจียด พระราชทานจัดงานศพเหมือนศพเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่ เมื่อพระราชทานเพลิงศพ โปรดให้ทำเมรุผ้าขาวที่วัดสระเกศ และทรงพระภูษาลายยกพื้นขาว เสด็จพระราชดำเนินในการศพทั้ง 3 วัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. “3 พระพี่เลี้ยงนางนม ใน 3 พระมหากษัตริย์”, ลูกท่านหลานเธอ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในราชสำนัก, สำนำพิมพ์มติชน มกราคม 2552

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 เมษายน 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัชกาลที่ 1 ทรงทำอย่างไร? เมื่อ “พระพี่เลี้ยง” ในพระองค์ เอาเครื่องยศที่พระราชทานไปขาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...