“รูที่หายคือช่วยภาพจำที่เติมเต็ม” กิมมิกช้อนปรุงลด ไอเดียเพื่อสุขภาพคนไทย
CJ WORX Digital Agency
“ช้อนปรุงลดนี้มีขายที่ไหนอยากได้บ้าง, ช้อนมีรูแบบนี้ก็ตักหลายครั้งอยู่ดี เพราะตักแต่ละทีมันน้อย จะทำไงได้หละก็ต้องปรุงให้รสชาติมันอร่อย” เหล่าท็อปๆ ของคอมเมนต์ในแคมเปญ“ช้อนปรุงลด” ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับครีเอทีฟเอเยนซี CJ WORX ร่วมกันใช้พลังไอเดียสร้างสรรค์สังคม ด้วยการสร้างให้เกิดภาพจำกับคนไทย สำหรับการบริโภคโซเดียมทั้งน้ำปลาและเกลือ ลดความสูญเสียทั้งเงินและทรัพยากรชาติ
ก่อนที่ช้อนปรุงลดจะมีรู…
ก่อนขยี้โจทย์ เราทราบข้อมูลว่า พื้นที่เล็กในช้อนปรุงมันทรงอานุภาพอย่างมาก เพราะจากการบริโภคโซเดียมแค่ช้อนชา แต่กลับสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจ จากโรคที่เกี่ยวกับความเค็มให้คนไทยกว่า20 ล้านคนมากถึง98,976 ล้านบาทแล้วถ้าพื้นที่นี้ถูกลดทอนไปบ้าง ความสูญเสียเหล่านี้จะลดลงหรือไม่?
คำเตือนที่เรารับรู้มาตลอดมักเป็นตัวเลข แล้วภาพจำของปริมาณเหล่านั้นคืออะไร อย่าง คำเตือนขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ควรทานโซเดียมไม่เกิน2,000 มิลลิกรัม/วัน หรือประมาณ600 มิลลิกรัม/มื้อ หรือถ้าเกลือไม่ควรเกิน1/3 ช้อนชาต่อมื้อ, น้ำปลา2/3 ช้อนชาต่อมื้อ แค่ไหนถึง1/3 แบบไหนถึง2/3 ช้อนชา
สร้างภาพจำแทนข้อมูลตัวเลข
ด้วยข้อมูลที่เป็นตัวเลขเหล่านี้ บวกกับพฤติกรรมของคนไทยติดเค็ม จึงทำให้คนไทยปรุงจนพุ่งทะยานเกินลิมิต ที่องค์การอนามัยโลกเตือนไว้ถึง2 เท่า หรือกว่า4,000 มิลลิกรัม นี่จึงเป็นเหตุที่เราต้องสร้างภาพจำอะไรบางอย่าง เพื่อให้คนไทยตระหนักในการปรุงโซเดียม ทั้งเกลือ และน้ำปลา รู้ได้ทันทีเลยว่า ปริมาณแค่ไหนถึงพอดีในการปรุงแต่ละมื้อ จึงเป็นที่มาของช้อนปรุงลดช้อนที่มีรูนั่นเอง
ในโซเชียลก็อาจมีคนเคยพบเห็นว่า ในต่างประเทศมีช้อนไดเอท แต่นั่นเป็นเพียงการประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อความบันเทิงสนุกสนานไม่ได้จริงจัง ไม่มีวิชาการใดๆ มารองรับ เป็นมุกสำหรับการไดเอท ลดน้ำหนัก เพื่อให้ทานอะไรต่างๆ ให้น้อยลง เพราะอาหารหล่นไปในรู และยังไม่มีการรณรงค์ในวงกว้าง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างโครงการที่เราพยายามผลักดันกันอยู่นี้ ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในโครงการรณรงค์ลดเค็ม ลดโซเดียมอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการทางการแพทย์ และพยายามสื่อสารไปในวงกว้างไม่เพียงแต่ตัวช้อนปรุงลดแต่เพื่อให้เกิดภาพจำทุกครั้งเวลาปรุง
ก่อนถึงมือปรุงไปเท่าไหร่แล้ว…
แม้ว่าเป้าหมายในฝันเลยคือ ต้องการสื่อสารให้ผู้บริโภคลดการปรุงเค็ม ทั้งเกลือและน้ำปลา เพราะก่อนที่อาหารสำเร็จรูปจะมาถึงเรา ผ่านการปรุงโซเดียมในปริมาณมากน้อยแค่ไหนแล้วไม่สามารถบอกได้เลย พ่อครัวแม่ครัวจัดหนักจัดเต็มแค่ไหนกี่ช้อนชา กี่ช้อนโต๊ะ หรือที่เคยเห็นในส้มตำ เรียกว่าเป็นทัพพีกันเลยทีเดียว ยิ่งเรามาปรุงเพิ่มก็ยิ่งเพิ่มปริมาณโซเดียมเข้าไปอีก
แต่ในเมื่อเป็นไปไม่ได้ เพราะรสชาติจัดจ้าน เปรี้ยวหวานมันเค็ม อยู่คู่กับลิ้นคนไทยอย่างไรก็ต้องปรุงเพิ่ม อย่างน้อยให้ปรุงในปริมาณที่พอเหมาะดีกว่า การสร้างแคมเปญลักษณะนี้คือการสร้างความตระหนักและตื่นตัวในเรื่องนี้ แม้เปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติไม่ได้เลยในครั้งเดียว แต่อย่างน้อยให้เกิดภาพจำในชีวิตประจำวันก็ยังดี
ทั้งนี้ การทำแคมเปญสร้างภาพจำในการบริโภคโซเดียม ด้วยช้อนปรุงลด เกิดกระแสตอบรับในโลกโซเชียลดีมาก ประชาชนให้ความสนใจสอบถามหาซื้อที่ไหนอย่างไร จนทำให้ทาง สสส.เตรียมขยายผลช้อนปรุงลดนี้ ให้ไปอยู่ในหลายสถานที่มากขึ้นในอนาคตทั้งโรงพยาบาลศูนย์อาหารต่างๆ ฯลฯ เพื่อให้ได้เข้าถึงการปรุงที่ลดลงมากขึ้น
แต่สุดท้ายปลายทางหากมีช้อนปรุงลดแต่ยังติดนิสัยปรุงหลายครั้งอยู่ดีมีภาพจำแต่ก็ไม่ตระหนักมากพอกับผลร้ายที่จะตามมาเหมือนรู้ทั้งรู้ว่าบุหรี่และยาเสพติดไม่ดีแต่ก็ยังเสพนั่นเท่ากับว่าเป็นเรื่องของผู้บริโภคที่ตัดสินใจเลือกคุณภาพชีวิตตัวเองและสุขภาพดีไม่มีขายใครอยากได้ต้องทำเองทั้งสิ้น….