โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้จัก PTC หุ้นน้องใหม่ "คลังน้ำมัน" รายแรกเข้าเทรด 15 ก.พ.นี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.พ. 2565 เวลา 15.25 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 11.23 น.
วีรวัฒน์ บูรพพัฒนพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PTC

กระแสหุ้น IPO (การเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก) ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากบรรดานักลงทุน ทำให้มีหลายบริษัทต่อคิวเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นไทยกันคึกคักในช่วงที่ผ่านมา

ล่าสุด “บมจ.พรีเมียร์ แทงค์ คอร์ปอเรชั่น” หรือชื่อหลักทรัพย์ PTC ผู้ประกอบธุรกิจคลังน้ำมันสำหรับรับ เก็บ ผสม และจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ครอบคลุมสถานีบริการน้ำมันทั้งอีสานเหนือและอีสานใต้ ซึ่งมีรากฐานมาจากธุรกิจขนส่งน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน รวมถึงค้าส่งน้ำมันให้ภาคอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนเสนอขาย IPO จำนวน 110 ล้านหุ้น ที่ราคาเสนอขาย 3.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งปิดจองซื้อไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดย “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ“วีรวัฒน์ บูรพพัฒนพงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PTC ถึงที่มาที่ไปการระดมทุนในครั้งนี้ ตลอดจนทิศทางธุรกิจในอนาคต

ธุรกิจคลังน้ำมันอิสระเจ้าแรก

“วีรวัฒน์” เปิดเผยว่า PTC เริ่มต้นธุรกิจคลังน้ำมันมาตั้งแต่ปี 2556 โดยเปิดคลังน้ำมันที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งอยู่ในพื้นที่อีสานเหนือเป็นแห่งแรก และต่อมาได้ขยายไปตั้งคลังน้ำมันไปยังเขตอีสานใต้ที่จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้การให้บริการครอบคลุมทั้งอีสานเหนือและอีสานใต้

โดย 1 ในผู้ที่ใช้บริการคลังน้ำมันของ PTC ก็มีผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย อย่างบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR อยู่ด้วย ทั้งนี้ PTC นับเป็นผู้ให้บริการคลังน้ำมันอิสระรายแรกที่เข้าสู่ตลาดหุ้น

“โมเดลการทำธุรกิจของ PTC มาจากรายได้การให้บริการ ฉะนั้นความผันผวนของราคาน้ำมันจะไม่เกี่ยวกับ PTC โดยเรามีลูกค้าอยู่ 2 กลุ่ม คือ ลูกค้าทางตรง ก็คือรายใหญ่ ที่เป็นเจ้าของแบรนด์น้ำมันทั้งหลาย กับลูกค้าทางอ้อม ก็คือ สถานีบริการน้ำมันที่อยู่ในสังกัดของลูกค้ารายใหญ่อีกที ซึ่งรายได้จะเกิดจากการที่เราให้บริการ อย่างเช่น 1 เดือน เราให้บริการจ่ายน้ำมันไปกี่ลิตร ก็จะเอาจำนวนลิตรนั้นมาคูณกับราคาตามสัญญา และคิดเป็นค่าบริการรายเดือน ดังนั้น น้ำมันไม่ใช่ของเรา เราไม่ต้องไปรับผิดชอบตรงนั้น”

กำไรโต-หนี้ลด-เงินสดเหลือ

โดยผลดำเนินงาน 3 ปีที่ผ่านมา PTC มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจากปี 2561-2563 รายได้เติบโตขึ้นประมาณ 61% มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่กว่า 70% และรักษาระดับกำไรสุทธิเติบโตที่กว่า 40% มาทุกปี อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) มีการเติบโตอยู่ที่ 11-12% และอัตรากำไรสุทธิก็บวกขึ้นมา 47%

ขณะที่อัตราส่วนหนี้ต่อทุน (D/E Ratio) มีแนวโน้มลดลง จากในปี 2561 อยู่ที่ 3.38%, ปี 2562 ลดลงเหลือ 1.87% ปี 2563 ลดลงเหลือ 0.87% และในช่วง 9 เดือนแรกปี 2564 D/E Ratio ก็ลดลงมาอยู่ที่ 0.47% จากที่มีหนี้สินเหลืออยู่ที่ 176 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิช่วง 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 72 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 43%

กางแผนดันธุรกิจโตต่อเนื่อง

โดยแผนการเติบโตของ PTC จะมี 3 แนวทาง คือ 1.การเติบโตจากภายใน (organic growth) ที่คลังน้ำมันจะเติบโตไปตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว

2.การเติบโตจากภายนอก (inorganic growth) จากคลังน้ำมันขอนแก่น และคลังน้ำมันศรีสะเกษ ยังสามารถให้บริการได้อีกมาก ทั้งการรับลูกค้าเพิ่ม การให้ลูกค้าเดิมเข้ามารับน้ำมันมากขึ้น และการเปิดทำเลใหม่ ๆ

และ 3.การกระจายธุรกิจ ซึ่งบริษัทได้ศึกษาการลงทุน การเข้าประมูลโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ของภาครัฐ

“ปัจจุบันคาพาซิตี้ของคลังน้ำมันขอนแก่น เราจ่ายได้ 1,400 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เราจ่ายอยู่ประมาณปีละกว่า 800 ล้านลิตร ก็ยังเหลือช่องว่างพอสมควร ส่วนคลังศรีสะเกษมีกำลังการผลิตอยู่ 770 ล้านลิตร ที่ผ่านมาจ่ายน้ำมันอยู่ราวกว่า 200 ล้านลิตรต่อปี ก็ยังเหลือกำลังการผลิตอีกพอสมควร สามารถขยายได้”

เข้าเทรด mai วันแรก 15 ก.พ.นี้

การระดมทุนในครั้งนี้เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย 3 ส่วน ตามแผนดำเนินงาน 3-5 ปีข้างหน้า ได้แก่ 1.เพิ่มประสิทธิภาพในการรับจ่ายน้ำมัน โดยวิธีการรองรับและวิธีการโอนคลังที่หลากหลาย และเพิ่มปริมาณสถานีบริการที่จะเข้ามารับน้ำมัน

2.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หาจุดที่มีศักยภาพในการสร้างคลังน้ำมันเพิ่มเติม

และ 3.สร้างธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อการกระจายฐานรายได้ ลดความเสี่ยงจากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง

ทั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนกว่า 300 ล้านบาท ไปใช้ 2 ส่วน คือ 1.ชำระเงินกู้สถาบันการเงิน 120 ล้านบาท และ 2.ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจอีกกว่า 200 ล้านบาท

“การเสนอขายหุ้น IPO ถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน จากการที่ไปประชาสัมพันธ์สื่อสารกับนักลงทุนรายย่อย ก็มีนักลงทุนที่เข้ามาให้ความสนใจจำนวนมาก ซึ่งหลังจากเปิดขายไอพีโอ บริษัทเตรียมจะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนและซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ mai ในวันที่ 15 ก.พ.นี้”

“วีรวัฒน์” กล่าวด้วยว่า หลังจากที่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่มีสถานการณ์โควิด-19 บริษัทได้รับผลกระทบบ้าง แต่ไม่มาก มาถึงปี 2565 นี้ เชื่อว่าธุรกิจจะเติบโตได้ดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว โดยโควิดน่าจะหมดไปในเร็ว ๆ นี้ และจะทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันกลับมาเติบโตขึ้นมา และกลับสู่ภาวะปกติในเร็ว ๆ นี้

“ฝากถึงนักลงทุนว่า PTC เป็นบริษัทที่มีงบการเงินที่แข็งแกร่ง มีเงินสดที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่าย (free cash flow) ในระดับสูงมาตลอด ซึ่งนักลงทุนอาจจะมองว่า PTC เป็นหุ้นปันผล (dividend stock) แต่ด้วยความแข็งแกร่งที่มี จากงบการเงินและโครงการในอนาคตที่มีศักยภาพที่ศึกษาอยู่ PTC ก็จะก้าวไปสู่การเป็นหุ้นเติบโต (growth stock) ได้ไม่ยาก” ซีอีโอ PTC กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...