โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจน ฟอนดา อดีตนางเอกฮอลลีวู้ดวัย 84 ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แต่กำลังใจดีเยี่ยม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ก.ย 2565 เวลา 06.53 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2565 เวลา 06.28 น.
เจน ฟอนดา (เอพี)

เว็บยาฮูรายงาน เจน ฟอนดา อดีตนางเอกดังฮอลลีวู้ดวัย 84 ปี โพสต์ไอจีเมื่อวันศุกร์ที่ 2 กันยายนว่า ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอน-ฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin’s Lymphoma ) และเริ่มเข้ารับการทำเคมีบำบัด ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน

อดีตนางเอกดังชาวอเมริกัน ที่เป็นทั้งนักเคลื่อนไหวทางการเมือง นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โพสต์แจ้งข่าวในไอจีว่า ” ถึงเพื่อนๆที่รักของฉัน ฉันมีเรื่องส่วนตัวที่อยากจะบอก ฉันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอน-ฮอดจ์กิน และเริ่มทำเคมีบำบัด นี่เป็นมะเร็งที่สามารถรักษาได้ผลดี มีอัตราผู้รอดชีวิต 80 % ฉันจึงรู้สึกโชคดีมาก”

จากข้อมูลทางการแพทย์ของเมโย คลินิก กล่าวว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอน-ฮอดจ์กิน เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นในระบบน้ำเหลือง การดำเนินไปของโรคจะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า ลิมโปไซต์เติบโตผิดปกติ และสามารถกลายเป็นเนื้องอก

ในโพสต์ เจน ฟอนดา อดีตภรรยา เท็ด เทอร์เนอร์ เจ้าพ่อวงการสื่อ ผู้ก่อตั้งซีเอ็นเอ็นที่อยู่ร่วมชีวิตกัน 10 ปีจึงหย่าเมื่อปี 2544 ยังพูดถึงความโชคดีที่เธอสามารถเข้าถึงระบบประกันสุขภาพที่ดี และได้รับการรักษาที่ดี จากทีมแพทย์ที่เก่ง แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกว่า ” ฉันเชื่อว่า นี่คือความเจ็บปวด ที่ฉันได้รับสิทธิพิเศษในเรื่องนี้ ฉันเชื่อว่าเกือบทุกครอบครัวในอเมริกาต้องเผชิญกับมะเร็งสักครั้งในชีวิต หรือมากกว่านั้น และมีคนมากมายที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างที่ฉันกำลังได้รับ และนี่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ”

ฟอนดา กล่าวในโพสต์ว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้คนจะไม่พูดกันแค่วิธีการรักษามะเร็ง แต่ควรพูดถึงสาเหตุต่างๆที่ทำให้เกิดมะเร็ง ซึ่งหนึ่งในสาเหตุเหล่านั้น ก็คือพลังงานฟอสซิล ได้แก่ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ฯลฯ

อดีตนางเอกดัง บอกว่าจะเดินหน้ารณรงค์เรื่องสภาพการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกต่อไป โดยไม่ยอมให้การทำเคมีบำบัดมาเป็นอุปสรรค ทั้งยังเรียกมะเร็งที่มาเยือนคือ ‘ครู’ และจะตั้งใจเรียนรู้ว่า เธอจะได้บทเรียนอะไรจากประสบการณ์นี้บ้าง

“แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันได้เห็นแล้วก็คือ ความสำคัญของชุมชน การเติบโต และเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เราจึงไม่ได้อยู่เดี่ยวดาย ตามลำพัง และการป่วยเป็นมะเร็งตอนอายุในวัยของฉัน เกือบ 85 ปี แน่นอนมันสอนให้ฉันรู้ถึงความสำคัญของการปรับตัวเข้าหาความเป็นจริงใหม่ๆ พวกเราต่างกำลังใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่เป็นผลพวงมาจากสิ่งที่มนุษย์ได้ทำมาในประวัติศาสตร์ เพราะสิ่งที่เราทำหรือไม่ทำตอนนี้ จะเป็นสิ่งตัดสินอนาคตของเรา และฉันจะไม่ยอมให้มะเร็งมาเป็นอุปสรรค ขัดขวางอะไรก็ตามที่ฉันสามารถทำได้ “

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...