โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Brown-out หมดแรงทำงาน ทำไงดี ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.ย 2565 เวลา 01.46 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2565 เวลา 01.46 น.

คอลัมน์ : เอชอาร์คอร์เนอร์ ผู้เขียน : พิชญ์พจี สายเชื้อ

ตอนนี้มีเทรนด์ใหม่มาแรง คือเรื่อง “Brown-out” ซึ่งคำว่า “Brown-out” ถ้าเป็นภาษาช่างไฟคงหมายถึง “ไฟตก” คือไฟมาไม่เต็มแรงขับ มา ๆ หาย ๆ ถ้าตีความตามภาษา HR Brown-out คือการที่พนักงานหมดแรงในการทำงานในองค์กร ทำให้พลังการทำงานไม่มี ทำไปวัน ๆ ไม่มีจุดหมาย ซึ่งไม่เหมือน Burn-out เพราะ Burn-out คือหมดไฟในการทำงาน ไม่อยากทำงานเลย ตื่นมาไม่มีแรงจะไปทำงาน

ส่วนตัวถ้าถามว่าอย่างไหนดีกว่ากัน (จริง ๆ คือไม่ดีทั้งคู่นะคะ) คิดว่า Brown-out น่าจะดีกว่านิดนึง คือยังสามารถกอบกู้กลับมาได้ เพราะถ้าเรารู้เหตุที่ทำให้ถอดใจได้ ก็สามารถแก้ไขได้ จากสถิติบอกว่าขณะนี้ 40% ของผู้จัดการในอเมริกามีภาวะ Brown-out

โดยส่วนมากจะเป็นตำแหน่งระดับบริหาร ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการ, CEO หรือที่ปรึกษากฎหมาย และสาเหตุของการ Brown-out สำคัญที่สุดคืองานไม่ท้าทาย งานที่ทำไม่มีความหมาย มีความรู้สึกว่า ไม่รู้จะทำไปทำไม เป็นต้น

ซึ่งการ Brown-out ไม่ได้ส่งผลแต่ในการทำงานที่ทำให้การทำงานเป็นการสักแต่ทำไปส่ง ๆ (ก็งานไม่มีความหมายก็ไม่รู้จะทำไปทำไม) ยังส่งผลในด้านสุขภาพของพนักงานอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนอนไม่หลับ ไม่ยอมออกกำลัง อารมณ์ฉุนเฉียว และสุดท้ายจะกลายเป็นการ “หมดไฟ” ในการทำงานหรือ Burn-out ไป

แล้วจะป้องกันได้อย่างไร ?

สำคัญที่สุดคือ การจับสังเกตอย่างรวดเร็ว เพื่อเช็กอิน พูดคุยหาสาเหตุ ช่วยกันแก้ไข ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการสื่อสารเป็นประจำกับพนักงาน พยายามจับสังเกตพฤติกรรมที่บ่งชี้ถึงอาการ (เช่น ความกระตือรือร้นในการทำงานลดลง-ไม่อยากทำงานนอกเหนือเวลางาน

เช่น ทำงานล่วงเวลา หรือทำงานเสาร์ อาทิตย์ จากที่เมื่อก่อนเคยทำได้-มีอาการพักผ่อนไม่เพียงพอ ป่วยบ่อย ๆ ซึมลง ใส่ใจตัวเองน้อยลง-ไม่ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร) ซึ่งเมื่อเห็นอาการแล้วต้องพูดคุยกับพนักงานว่าเขารู้สึกหมดแรงเพราะอะไร จะได้แก้ได้ถูกทาง

ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ มักเป็นความรู้สึก ว่างานที่ตัวเองทำ ไม่มี purpose หรือเป้าหมาย หรือความสำคัญต่อองค์กร ดังนั้น ทางแก้ที่เป็นไปได้คือ การสร้างแรงกระตุ้นในการทำงาน เช่น มอบหมายงานโครงการใหม่ ๆ ที่สำคัญให้ โอนย้ายไปทำงานด้านอื่นบ้าง ลดปริมาณงานลง ให้ลาพักผ่อน เป็นต้น

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องจับสังเกตให้ได้ให้เร็วที่สุด (อันนี้เป็นหน้าที่หัวหน้างาน) เพราะถ้าปล่อยไปจนหมดพลังไปจริง ๆ อาจสายไปที่จะแก้ไข และเราคงสูญเสียพนักงานไปในที่สุด

เรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญกับการ Brown-out คือเรื่องที่เป็นเทรนด์ฮิตในการดูแลพนักงานในองค์กร After COVID ได้แก่เรื่อง Wellbeing หรือการดูแลความเป็นอยู่ของพนักงาน โพลหลาย ๆ สำนักพูดตรงกันว่า การดูแลความเป็นอยู่พนักงานคือแนวทางใหม่ในการรักษา และสร้างความผูกพันกับพนักงานได้

โดยเฉพาะสำหรับพนักงานยุคใหม่ และโลกการทำงานหลัง COVID โดยรายงาน “What workers want : Winning the war of talent” ของ PwC บอกว่า ขณะนี้สิ่งที่พนักงานต้องการเป็นอันดับสอง (คือรองจากค่าตอบแทนซึ่งเป็นอันดับหนึ่งตลอดกาล) คือเรื่อง Wellbeing ประกอบด้วยความช่วยเหลือจากองค์กรด้านสุขภาพจิต, สวัสดิการด้านสุขภาพ

เช่น ยิม หรือสวัสดิการด้าน Lifestyle ต่าง ๆ เช่นบัตรสตาร์บัคส์, การมี work-life balance, การดูแลใส่ใจด้านความเป็นอยู่พนักงาน เช่น สถานที่ทำงาน และการสนับสนุนด้านการเงินในการเพิ่มทักษะพนักงาน เช่น ให้เงินไปสัมมนาที่สนใจ (ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องงาน) เป็นต้น

ผลการศึกษานี้ตรงกับรายงานจาก Forbes ในเรื่องที่ว่า ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน หรือ Employee Wellbeing คือเทรนด์สำคัญที่สุดในการดูแลพนักงานสำหรับโลกอนาคต ใน Forbes บอกว่าการดูแลความเป็นอยู่ของพนักงานต้องทำเป็น “องค์รวม” โดยได้สรุปมาเป็น 5 หัวข้อ

1) ด้านการเงิน เช่น การมีแผนเกษียณ (เรื่องการเงินที่ทำให้พนักงานรู้สึกมั่นคง) 2) ด้านสุขภาพจิต เช่น โปรแกรมการให้ความช่วยเหลือเมื่อพนักงานมีปัญหา การพบปะกับนักจิตวิทยา การมีแอปด้านสุขภาพจิตให้พนักงานได้ใช้ 3) ด้านสังคม เช่น วัฒนธรรมองค์กรที่ดี การมี Work-Life balance 4) ด้านสุขภาพกาย เช่น ประกันสุขภาพ ความปลอดภัยในที่ทำงาน และ 5) ด้านอาชีพ เช่น การให้ทุนการศึกษา การมีแผนพัฒนาพนักงาน เป็นต้น

จากที่เล่ามา ขอสรุปสั้น ๆ ว่าหัวหน้างานต้องใส่ใจพนักงานใกล้ชิดเพื่อสังเกตพฤติกรรม (Brown-out) ที่เปลี่ยนไป จะได้หาทางแก้ได้ทันเวลา โดยองค์กรสามารถป้องกันล่วงหน้า โดยการให้ความสนใจในความเป็นอยู่ของพนักงาน (Wellbeing) ทำให้รู้สึกว่าเราแคร์พวกเขา ถ้าทำได้อย่างนี้องค์กรจะสามารถลดปัญหาการลาออกของพนักงานไปได้ค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...