โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต้องเก่งแบบไหน ถึงจะเรียกว่าเก่ง ? - คนเก่งแบบเป็ด

LINE TODAY SHOWCASE

เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2564 เวลา 12.44 น. • คนเก่งแบบเป็ด

ต้องเก่งแบบไหน ถึงจะเรียกว่าเก่ง???

มนุษย์แต่ละคนล้วนมีศักยภาพของตนเองในการทำแต่ละสิ่งแต่ละอย่าง โดยศักยภาพเหล่านั้น จะถูกแสดงออกมาด้วยกับสถานการณ์​หรือสิ่งเร้าตามส่ิงแวดล้อมรอบตัวของแต่ละบุคคลคนนั้น

ทั้งนี้ความเก่งที่ค่านิยมของสังคมเรา ให้ไปในทิศทางเรื่องของทางด้านวิชาการ ที่มีการวัดผลเป็นเรื่องของตัวเลขบนเกรดเฉลี่ย มากกว่าผลลัพธ์ หรือการนำความรู้เหล่านั้นไปใช้จริง ใครที่ได้คะแนนสูง คือเรียนเก่ง คนที่ได้คะแนนน้อย จะถูกตราหน้าเป็นเด็กไม่เอาไหน ไม่ได้เรื่อง ไม่เอาถ่าน หรือ เด็กไม่รักเรียน

และแน่นอนว่าความเก่งนั้นไม่ได้มีแค่เรื่องทางด้านวิชาการเท่านั้น แต่ตามจริงแล้ว มีความเก่งหลากหลายรูปแบบ ซึ่งความเก่งเหล่านี้ ก็ล้วนทั้งมีข้อดี และข้อสังเกต ซึ่งผมจะมาแบ่งบัน เป็นอีกมุมมองของผมนะครับ และแน่นอนว่าไม่ได้มีถูก หรือผิดแต่เป็นสิ่งที่เราสามารถแบ่งปัน และนำไปประยุกต์ใช้ได้ครับ

มาเริ่มกันเลยครับ ความเก่งนั้นมีอยู่หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ‘ความเก่งด้านวิชาการ’ ซึ่งนับได้ว่าเป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งของความเก่งบนโลกใบนี้

ยังมีความเก่งด้านอื่นอีกทั้ง ‘ความเก่งด้านภาษา’ เคยสังเกตเพื่อนรอบข้างของเราไหมครับ บางคนไม่ชอบด้านการคิดคำนวณ หรือ ด้านตัวเลขเลย แต่เวลาคุยกับคนต่างชาติ กลับกล้าที่จะพูดคุย หรือ สนทนา ราวกับว่าเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

หรือจะเป็น ‘ความเก่งในการเข้าสังคม’ ที่ไม่ว่าไปที่ไหน จะหลงทางหรือสงสัย จะกล้าถาม หรือพูดคุย นับเป็นความเก่งที่ใครมีแล้ว อาจจะเหนื่อยก็เป็นได้

ซึ่งความเก่งนั้นมีหลากหลายด้านมากในปัจจุบัน โดยการที่เราจะเก่งได้นั้น เกิดจากการที่เรามีการทำสิ่งนั้นอยู่ตลอด

ใช่แล้วครับ อย่างที่ทุกคนกำลังคิดอยู่เลย สิ่งนั้นคือ “ทักษะ” ครับ

ซึ่งทักษะนั้น เป็นสิ่งที่เราสามารถทำการฝึกฝนได้ โดยการที่จะฝึกทักษะหรือความสามารถที่จะทำให้เก่งเรื่องนั้น ๆ ได้ของแต่ละคนก็จะมีความแตกต่าง ในเรื่องของ ‘เวลา และ 'ความชอบ’ เพราะหากเราชอบ ก็จะยิ่งเป็นตัวเร่งเวลา ทำให้เราทำส่ิงนั้นได้ราวกับว่า เวลาเพิ่งผ่านไปไม่นานนี้เอง แต่หากไม่ชอบแต่ต้องการฝึกทักษะนั้น อาจจะต้องใช้เวลากับสิ่งนั้นมากเป็นพิเศษ หรืออาจจะถอดใจไประหว่างทางก็เป็นได้เช่นกัน

ท้ายที่สุดแล้ว ความต้องการที่จะเก่งนั้น ก็ขึ้นกับว่าสิ่งนั้นเราได้นำมันไปใช้หรือไม่ หรือว่าสิ่งนั้นทำให้สังคมที่เราอยู่ด้วยมีประโยชน์อย่างไรกับมัน

เพราะถ้าเราเรียนรู้ทักษะ หรือ มีความเก่งที่ไม่ได้มีความจำเป็นต้องนำไปใช้งาน หรือแทบไม่มีโอกาสได้ใช้เลย ก็อาจจะเป็นการเสียเวลาที่เราไม่ได้ไปทำในส่ิงที่เราชอบ

แต่ในทางกลับกันหากเรามีการวางแผนว่าอาจได้ใช้ในระยะสั้น หรือ ระยะยาว การเริ่มเดินหมากการเรียนรู้ทักษะเหล่านั้นก่อนคนอื่น ย่อมมีผลดีกว่า ไม่ว่าจะในแง่ของ ‘ความชำนาญการ’ หรือ ‘เชี่ยวชาญ’ จนกลายเป็นความเก่งของเรา เปรียบเสมือนอาวุธ ที่เรามีไว้พร้อมรบในสถานการณ์ต่าง ๆ

ไม่ว่าจะเป็น ‘ปืนยาว’ สำหรับซุ่มยิงระยะไกล หรือ ‘ปืนสั้น’ ในการยิงในระยะหวังผล หรือ ‘มีด’ ที่ใช้ในการต่อสู้ระยะประชิด หรือ แม้แต่ ‘ร่างกาย’ ของเราก็ตาม นับเป็นอาวุธที่ติดตัวเรามาตั้งแต่กำเนิด

ท้ายที่สุดแล้ว ‘ความเก่ง’ อยู่ที่เราให้ค่าความสำคัญ แต่หากสิ่งที่เราว่าสำคัญ แล้วคนรอบข้างอาจไม่เห็นค่า ก็มีประโยคที่คุณผู้อ่านทุกท่านน่าจะเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างครับ นั้นคือ…

You can not change the people around you, but you can change the people around you.

‘ คุณไม่สามารถเปลี่ยนผู้คนรอบข้างคุณได้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนสังคมรอบข้างคุณได้ ’

เป็นการเล่นคำที่บ่งบอกว่า แม้เราจะเปลี่ยนความคิดของคนรอบข้างเราไม่ได้ (หากเขาไม่อยากเปลี่ยน หรือเราไปบังคับให้เขาเปลี่ยนไม่ได้ก็ตาม) แต่เราสามารถที่จะเปลี่ยนสังคมรอบข้างของเราได้ เช่น การคบเพื่อน หรือ สังคมรอบข้างเรา ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียน ที่ทำงาน หรือสังคมไหนก็ตามครับ

#คนเก่งแบบเป็ด #พัฒนาตัวเอง #เก่งอย่างมีความสุข #lifelonglearning #เป็ดปฏิภาณ

ต้องเก่งแบบไหน ถึงจะเรียกว่าเก่ง???

มนุษย์แต่ละคนล้วนมีศักยภาพของตนเองในการทำแต่ละสิ่งแต่ละอย่าง โดยศักยภาพเหล่านั้น จะถูกแสดงออกมาด้วยกับสถานการณ์หรือสิ่งเร้าตามส่ิงแวดล้อมรอบตัวของแต่ละบุคคลคนนั้น

ทั้งนี้ความเก่งที่ค่านิยมของสังคมเรา ให้ไปในทิศทางเรื่องของทางด้านวิชาการ ที่มีการวัดผลเป็นเรื่องของตัวเลขบนเกรดเฉลี่ย มากกว่าผลลัพธ์ หรือการนำความรู้เหล่านั้นไปใช้จริง ใครที่ได้คะแนนสูง คือเรียนเก่ง คนที่ได้คะแนนน้อย จะถูกตราหน้าเป็นเด็กไม่เอาไหน ไม่ได้เรื่อง ไม่เอาถ่าน หรือ เด็กไม่รักเรียน

และแน่นอนว่าความเก่งนั้นไม่ได้มีแค่เรื่องทางด้านวิชาการเท่านั้น แต่ตามจริงแล้ว มีความเก่งหลากหลายรูปแบบ ซึ่งความเก่งเหล่านี้ ก็ล้วนทั้งมีข้อดี และข้อสังเกต ซึ่งผมจะมาแบ่งบัน เป็นอีกมุมมองของผมนะครับ และแน่นอนว่าไม่ได้มีถูก หรือผิดแต่เป็นสิ่งที่เราสามารถแบ่งปัน และนำไปประยุกต์ใช้ได้ครับ

มาเริ่มกันเลยครับ ความเก่งนั้นมีอยู่หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ‘ความเก่งด้านวิชาการ’ ซึ่งนับได้ว่าเป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งของความเก่งบนโลกใบนี้

ยังมีความเก่งด้านอื่นอีกทั้ง ‘ความเก่งด้านภาษา’ เคยสังเกตเพื่อนรอบข้างของเราไหมครับ บางคนไม่ชอบด้านการคิดคำนวณ หรือ ด้านตัวเลขเลย แต่เวลาคุยกับคนต่างชาติ กลับกล้าที่จะพูดคุย หรือ สนทนา ราวกับว่าเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

หรือจะเป็น ‘ความเก่งในการเข้าสังคม’ ที่ไม่ว่าไปที่ไหน จะหลงทางหรือสงสัย จะกล้าถาม หรือพูดคุย นับเป็นความเก่งที่ใครมีแล้ว อาจจะเหนื่อยก็เป็นได้

ซึ่งความเก่งนั้นมีหลากหลายด้านมากในปัจจุบัน โดยการที่เราจะเก่งได้นั้น เกิดจากการที่เรามีการทำสิ่งนั้นอยู่ตลอด

ใช่แล้วครับ อย่างที่ทุกคนกำลังคิดอยู่เลย สิ่งนั้นคือ “ทักษะ” ครับ

ซึ่งทักษะนั้น เป็นสิ่งที่เราสามารถทำการฝึกฝนได้ โดยการที่จะฝึกทักษะหรือความสามารถที่จะทำให้เก่งเรื่องนั้น ๆ ได้ของแต่ละคนก็จะมีความแตกต่าง ในเรื่องของ ‘เวลา และ 'ความชอบ’ เพราะหากเราชอบ ก็จะยิ่งเป็นตัวเร่งเวลา ทำให้เราทำส่ิงนั้นได้ราวกับว่า เวลาเพิ่งผ่านไปไม่นานนี้เอง แต่หากไม่ชอบแต่ต้องการฝึกทักษะนั้น อาจจะต้องใช้เวลากับสิ่งนั้นมากเป็นพิเศษ หรืออาจจะถอดใจไประหว่างทางก็เป็นได้เช่นกัน

ท้ายที่สุดแล้ว ความต้องการที่จะเก่งนั้น ก็ขึ้นกับว่าสิ่งนั้นเราได้นำมันไปใช้หรือไม่ หรือว่าสิ่งนั้นทำให้สังคมที่เราอยู่ด้วยมีประโยชน์อย่างไรกับมัน

เพราะถ้าเราเรียนรู้ทักษะ หรือ มีความเก่งที่ไม่ได้มีความจำเป็นต้องนำไปใช้งาน หรือแทบไม่มีโอกาสได้ใช้เลย ก็อาจจะเป็นการเสียเวลาที่เราไม่ได้ไปทำในส่ิงที่เราชอบ

แต่ในทางกลับกันหากเรามีการวางแผนว่าอาจได้ใช้ในระยะสั้น หรือ ระยะยาว การเริ่มเดินหมากการเรียนรู้ทักษะเหล่านั้นก่อนคนอื่น ย่อมมีผลดีกว่า ไม่ว่าจะในแง่ของ ‘ความชำนาญการ’ หรือ ‘เชี่ยวชาญ’ จนกลายเป็นความเก่งของเรา เปรียบเสมือนอาวุธ ที่เรามีไว้พร้อมรบในสถานการณ์ต่าง ๆ

ไม่ว่าจะเป็น ‘ปืนยาว’ สำหรับซุ่มยิงระยะไกล หรือ ‘ปืนสั้น’ ในการยิงในระยะหวังผล หรือ ‘มีด’ ที่ใช้ในการต่อสู้ระยะประชิด หรือ แม้แต่ ‘ร่างกาย’ ของเราก็ตาม นับเป็นอาวุธที่ติดตัวเรามาตั้งแต่กำเนิด

ท้ายที่สุดแล้ว ‘ความเก่ง’ อยู่ที่เราให้ค่าความสำคัญ แต่หากสิ่งที่เราว่าสำคัญ แล้วคนรอบข้างอาจไม่เห็นค่า ก็มีประโยคที่คุณผู้อ่านทุกท่านน่าจะเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างครับ นั้นคือ…

You can not change the people around you, but you can change the people around you.

‘ คุณไม่สามารถเปลี่ยนผู้คนรอบข้างคุณได้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนสังคมรอบข้างคุณได้ ’

เป็นการเล่นคำที่บ่งบอกว่า แม้เราจะเปลี่ยนความคิดของคนรอบข้างเราไม่ได้ (หากเขาไม่อยากเปลี่ยน หรือเราไปบังคับให้เขาเปลี่ยนไม่ได้ก็ตาม) แต่เราสามารถที่จะเปลี่ยนสังคมรอบข้างของเราได้ เช่น การคบเพื่อน หรือ สังคมรอบข้างเรา ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียน ที่ทำงาน หรือสังคมไหนก็ตามครับ

#คนเก่งแบบเป็ด #พัฒนาตัวเอง #เก่งอย่างมีความสุข #lifelonglearning

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...