ราคาบิตคอยน์ พุ่งทำ ATH ใหม่ ทะยานเหนือ 110,000 ดอลลาร์
ราคาบิตคอยน์ พุ่งทำ All-time high ใหม่ เหนือ 110,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก โดยราคาในช่วง 10 โมงเช้าวันนี้ อยู่ที่ 111,758 ดอลลาร์ พุ่งขึ้น 4.55% ในรอบ 24 ชั่วโมง
22 พฤษภาคม 2568 - บิตคอยน์ทำราคาสูงสุดใหม่ (All-time high) ทะลุ 110,000 ดอลลาร์ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จากกระแสราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาขยับขึ้น 4.55% ภายในหนึ่งวันที่ผ่านมา และสามารถทะลุแนวต้านเดิมที่เคยทำไว้เมื่อต้นปีนี้
ตามข้อมูลจาก TradingView ราคาบิตคอยน์พุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 111,758 ดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 4.55% ภายในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยทะลุจุดสูงสุดเดิมที่ 109,458 ดอลลาร์ โดยเป็นครั้งแรกที่ราคาซื้อขายทะลุระดับสูงสุดเดิมที่ทำไว้เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568
ในภาพกว้างราคาบิตคอยน์ปรับตัวขึ้นมาแล้วราว 17.5% นับตั้งแต่ต้นปี และเพิ่มขึ้นกว่า 47% เมื่อเทียบกับช่วงที่ราคาตกลงไปต่ำสุดที่ 75,000 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
อ้างอิงมุมมองจากcointelegraph ที่ระบุว่า บิตคอยน์ทำ ATH ในช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือน โดยเฉพาะจากผลของการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 20 ปี ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในวันที่ 21 พฤษภาคม ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 80 จุดภายในครึ่งชั่วโมง ขณะที่ Nasdaq และ Dow Jones ต่างก็ร่วงตาม ส่งผลให้ดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งหมดปิดตลาดในแดนลบในวันนั้น
Caroline Bowler ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BTC Markets ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคริปโทเคอร์เรนซี่จากออสเตรเลีย ให้ความเห็นกับ Cointelegraph ว่า “ราคาสูงสุดใหม่ของ บิตคอยน์สะท้อนถึงความสนใจอย่างเป็นผู้ใหญ่ต่อสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก ไม่ใช่แรงเก็งกำไรแบบในวัฏจักรที่ผ่านมา”
“อุปสงค์ในวันนี้ขับเคลื่อนด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในระดับสถาบัน และความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่แข็งแรงขึ้น ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยหันมาใช้กลยุทธ์จัดสรรสินทรัพย์แบบสถาบัน”
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ Google Trends การค้นหาคำว่า“Bitcoin” ลดลงนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และอยู่ในระดับต่ำซึ่งโดยทั่วไปจะพบในช่วงตลาดหมีของคริปโทฯ สะท้อนให้เห็นว่าความสนใจของนักลงทุนรายย่อยต่อบิตคอยน์ยังอยู่ในระดับต่ำ
ขณะเดียวกัน ดัชนี Crypto Fear & Greed ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอารมณ์ในตลาด อยู่ที่ระดับ 72 จาก 100 ณ วันที่ 22 พฤษภาคม บ่งชี้ว่าอยู่ในโซน “ความโลภ” (Greed) โดยดัชนีนี้ลดลงจากระดับสูงสุดของปี 2025 ที่ 84 ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มกราคม เพียงสองวันหลังจากพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของทรัมป์
ด้าน Edward Carroll หัวหน้าฝ่ายตลาดโลกและการเงินองค์กรของ MHC Digital Group กล่าวกับ Cointelegraph ว่า “อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงกลางปี อาจทำให้ราคาของบิตคอยน์พุ่งไปแตะอย่างน้อย 160,000 ดอลลาร์ได้ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และอาจพุ่งไปถึง 1 ล้านดอลลาร์ได้ภายในปี 2030”
อีกด้านหนึ่ง การเทรดด้วยเลเวอเรจของ James Wynn บนแพลตฟอร์ม Hyperliquidity ซึ่งเป็นการเปิดสถานะ Long กับบิตคอยน์ กลายเป็นการซื้อขายมาร์จินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบ On-chain ขณะนี้ หลังจากมูลค่าการเปิดสถานะทะลุ 1.1 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่บิตคอยน์ทำราคาสูงสุด โดยจุดเข้าเปิดสถานะ (entry point) ของ Wynn อยู่ที่ 108,065 ดอลลาร์โดยใช้เลเวอเรจ 40 เท่า และปัจจุบันมีผลกำไรยังไม่รับรู้ (unrealized profit) ราว 20 ล้านดอลลาร์ แต่สถานะนี้จะถูกบังคับปิด (liquidated) หากราคาของ บิตคอยน์ตกลงไปที่ระดับ 103,800 ดอลลาร์
อ้างอิง : cointelegraph.com