โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ราคาบิตคอยน์ พุ่งทำ ATH ใหม่ ทะยานเหนือ 110,000 ดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 04.46 น.

ราคาบิตคอยน์ พุ่งทำ All-time high ใหม่ เหนือ 110,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก โดยราคาในช่วง 10 โมงเช้าวันนี้ อยู่ที่ 111,758 ดอลลาร์ พุ่งขึ้น 4.55% ในรอบ 24 ชั่วโมง

22 พฤษภาคม 2568 - บิตคอยน์ทำราคาสูงสุดใหม่ (All-time high) ทะลุ 110,000 ดอลลาร์ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จากกระแสราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาขยับขึ้น 4.55% ภายในหนึ่งวันที่ผ่านมา และสามารถทะลุแนวต้านเดิมที่เคยทำไว้เมื่อต้นปีนี้

ตามข้อมูลจาก TradingView ราคาบิตคอยน์พุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 111,758 ดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 4.55% ภายในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยทะลุจุดสูงสุดเดิมที่ 109,458 ดอลลาร์ โดยเป็นครั้งแรกที่ราคาซื้อขายทะลุระดับสูงสุดเดิมที่ทำไว้เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568

ในภาพกว้างราคาบิตคอยน์ปรับตัวขึ้นมาแล้วราว 17.5% นับตั้งแต่ต้นปี และเพิ่มขึ้นกว่า 47% เมื่อเทียบกับช่วงที่ราคาตกลงไปต่ำสุดที่ 75,000 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

อ้างอิงมุมมองจากcointelegraph ที่ระบุว่า บิตคอยน์ทำ ATH ในช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือน โดยเฉพาะจากผลของการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 20 ปี ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในวันที่ 21 พฤษภาคม ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 80 จุดภายในครึ่งชั่วโมง ขณะที่ Nasdaq และ Dow Jones ต่างก็ร่วงตาม ส่งผลให้ดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งหมดปิดตลาดในแดนลบในวันนั้น

Caroline Bowler ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BTC Markets ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคริปโทเคอร์เรนซี่จากออสเตรเลีย ให้ความเห็นกับ Cointelegraph ว่า “ราคาสูงสุดใหม่ของ บิตคอยน์สะท้อนถึงความสนใจอย่างเป็นผู้ใหญ่ต่อสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก ไม่ใช่แรงเก็งกำไรแบบในวัฏจักรที่ผ่านมา”

“อุปสงค์ในวันนี้ขับเคลื่อนด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในระดับสถาบัน และความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่แข็งแรงขึ้น ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยหันมาใช้กลยุทธ์จัดสรรสินทรัพย์แบบสถาบัน”

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ Google Trends การค้นหาคำว่า“Bitcoin” ลดลงนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และอยู่ในระดับต่ำซึ่งโดยทั่วไปจะพบในช่วงตลาดหมีของคริปโทฯ สะท้อนให้เห็นว่าความสนใจของนักลงทุนรายย่อยต่อบิตคอยน์ยังอยู่ในระดับต่ำ

ขณะเดียวกัน ดัชนี Crypto Fear & Greed ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอารมณ์ในตลาด อยู่ที่ระดับ 72 จาก 100 ณ วันที่ 22 พฤษภาคม บ่งชี้ว่าอยู่ในโซน “ความโลภ” (Greed) โดยดัชนีนี้ลดลงจากระดับสูงสุดของปี 2025 ที่ 84 ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มกราคม เพียงสองวันหลังจากพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของทรัมป์

ด้าน Edward Carroll หัวหน้าฝ่ายตลาดโลกและการเงินองค์กรของ MHC Digital Group กล่าวกับ Cointelegraph ว่า “อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงกลางปี อาจทำให้ราคาของบิตคอยน์พุ่งไปแตะอย่างน้อย 160,000 ดอลลาร์ได้ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และอาจพุ่งไปถึง 1 ล้านดอลลาร์ได้ภายในปี 2030”

อีกด้านหนึ่ง การเทรดด้วยเลเวอเรจของ James Wynn บนแพลตฟอร์ม Hyperliquidity ซึ่งเป็นการเปิดสถานะ Long กับบิตคอยน์ กลายเป็นการซื้อขายมาร์จินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบ On-chain ขณะนี้ หลังจากมูลค่าการเปิดสถานะทะลุ 1.1 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่บิตคอยน์ทำราคาสูงสุด โดยจุดเข้าเปิดสถานะ (entry point) ของ Wynn อยู่ที่ 108,065 ดอลลาร์โดยใช้เลเวอเรจ 40 เท่า และปัจจุบันมีผลกำไรยังไม่รับรู้ (unrealized profit) ราว 20 ล้านดอลลาร์ แต่สถานะนี้จะถูกบังคับปิด (liquidated) หากราคาของ บิตคอยน์ตกลงไปที่ระดับ 103,800 ดอลลาร์

อ้างอิง : cointelegraph.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...