ตลาดพันธบัตรโลกปั่นป่วน นักลงทุนผวาสถานะการคลังสหรัฐฯ หลังผ่านร่างกม.ภาษีทรัมป์
ตลาดพันธบัตรโลกปั่นป่วน นักลงทุนผวาสถานะการคลังสหรัฐฯ หลังผ่านร่างกม.ภาษีทรัมป์
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 พ.ค. 68 13:51 น.
ตลาดพันธบัตรทั่วโลกยังคงเผชิญแรงเทขาย หลัง Moody's ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ และล่าสุด ยังมีแรงกดดันจากร่างกฎหมายลดภาษีที่เพิ่งผ่านการลงมติในสภาผู้แทนราษฎสหรัฐฯ ซึ่งทำให้นักลงทุนทั่วโลกกังวลสถานะการคลังของสหรัฐฯ
ด้าน Rong Ren Goh ผู้จัดการพอร์ตตราสารหนี้ของ Eastspring Investments กล่าวว่า การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ และความเสี่ยงขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น มักสร้างความกังวลและกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน นำไปสู่การประเมินความเสี่ยงในระยะยาว
ขณะที่ร่างกฎหมายลดภาษีเงินได้และงบประมาณของรัฐบาลทรัมป์ ผ่านการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อคืนที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียง 215 ต่อ 214 อาจส่งผลให้หนี้ของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น 3 5 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ดูเหมือนว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะนำไปสู่การเทขายพันธบัตรทั่วโลก
Vishnu Varathan กรรมการผู้จัดการ Mizuho Securities กล่าวว่า "ตลาดไม่ได้มองว่า ร่างกฎหมายภาษีฉบับใหญ่สวยงามเหมือนอย่างที่ทรัมป์เรียกเลยแม้แต่น้อย อย่างที่เราเห็นกันแล้วว่า พันธบัตรสหรัฐฯ ถูกเทขายจนยับเยิน"
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ หรือ บอนด์ยีลด์ อายุ 30 ปี ทะลุระดับ 5% ซึ่งเป็นระดับสำคัญเชิงจิตวิทยา เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งที่ผ่านมา เคยขึ้นไปแตะระดับนี้เมื่อเดือนพ.ย. 2023 โดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 5.088% ขณะที่บอนด์ยีลด์ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐาน พุ่งขึ้นกว่า 0.15% ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์นี้
ผู้สังเกตการณ์ตลาดกล่าวว่า แรงเทขายพันธบัตรสหรัฐยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง หลังตลาดเทขายสินทรัพย์ของสหรัฐฯ ในเดือนเม.ย. เนื่องจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง โดยหันไปซื้อพันธบัตรญี่ปุ่นและเยอรมนีแทนในเดือนที่ผ่านมา มาในครั้งนี้ แรงเทขายพันธบัตรสหรัฐยังลามไปถึงการเทขายพันธบัตรในตลาดสำคัญหลายแห่ง
Rong Ren Goh ยังกล่าวว่า การเทขายพันธบัตร อายุยาว ในตลาดอื่น ๆ ยังเกิดจากปัจจัยที่แตกต่างกัน แต่มีปัจจัยร่วมคือ ความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มสถานะการคลังที่แย่ลง ความกังวลเหล่านี้ทำให้นักลงทุนต้องหันมาประเมิน Term Premium ในการถือครองพันธบัตรระยะยาวอีกรอบ
ทั้งนี้ บอนด์ยีลด์ อายุ 40 ปีของญี่ปุ่น แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.689% เมื่อวันพฤหัสบดี (22 พ.ค.) ส่วนอายุ 30 ปี ยังคงทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 3.187% ขณะที่บอนด์ยีลด์ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของญี่ปุ่น พุ่งขึ้น 0.09% เพิ่มขึ้นเป็น 1.57% ในสัปดาห์นี้
Bank of America ระบุว่า การที่เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นชันขึ้นอย่างรวดเร็วเกิดจากหลายปัจจัย สาเหตุหลักคือ ปัจจัยเชิงโครงสร้าง โดยบริษัทประกันชีวิตของญี่ปุ่นที่เคยซื้อพันธบัตรระยะยาวเป็นจำนวนมากตามกฎระเบียบด้านการชำระหนี้ ไม่ได้ระดมซื้ออีกต่อไปแล้ว หลังปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดครบถ้วนแล้ว นอกจากนี้ นักวิเคราะห์จาก Mizuho Securities ยังระบุว่า นโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่เข้มงวด ซึ่งสวนทางกับประเทศส่วนใหญ่ในเอเชีย ยังนำไปสู่การเทขาย
George Saravelos หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ Deutsche Bank กล่าวว่า การเทขายพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอาจส่งผลกระทบต่อหนี้สินของสหรัฐฯ มากยิ่งขึ้น เนื่องจากผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นทำให้น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนในประเทศมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนถอนเงินออกจากพันธบัตรสหรัฐฯ และนำไปลงทุนในประเทศแทน
พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีก็ถูกเทขายเช่นกัน โดยบอนด์ยีลด์ อายุ 30 ปีเพิ่มขึ้นมากกว่า 0.12% ขณะที่บอนด์ยีลด์ 10 ปี เพิ่มขึ้นมากกว่า 0.06%
Philip McNicholas นักกลยุทธ์ตลาดเอเชีย ฝ่ายตราสารหนี้ จาก Robeco กล่าวว่า การแก้ไขข้อจำกัดด้านการกู้ยืมของเยอรมนี หรือการเบรกหนี้ (Debt brake) ที่สอดคล้องกับการเพิ่มงบใช้จ่ายด้านกลาโหมของยุโรป สะท้อนถึงการสิ้นสุดนโยบายรัดเข็มขัดของยุโรป รวมถึงแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เป็นตัวเร่งกระบวนการขายพันธบัตรเช่นกัน
Steve Sosnick หัวหน้านักกลยุทธ์จาก Interactive Brokers กล่าวว่า ตอนนี้นักลงทุนไม่ค่อยอยากถือพันธบัตร ระยะยาวมากนัก ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อทั่วโลกยังเป็นปัจจัยลบต่อพันธบัตรกลุ่มนี้ ขณะที่พันธบัตรระยะสั้นมักได้รับอิทธิพลจากนโยบายของธนาคารกลาง ส่วนระยะยาวนั้นจะได้รับอิทธิพลจากความคาดหวังของนักลงทุนที่มีต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจมากกว่า
ที่มา CNBC
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ